'นายกฯอนุทิน' ประชุม ครม.นัดพิเศษ กำชับ รมต. เข้ากระทรวงทำงานทันที ห้ามขาดประชุมทุกอังคาร ย้ำไม่มีพรรคร่วมรัฐบาล
“อนุทิน” นำประชุม ครม. นัดพิเศษ ขอ รมต. เข้ากระทรวงทำงานทำทันที เข้ม รมต.ร่วมประชุม ครม.ทุกวันอังคาร ถ้ามาไม่ได้เท่ากับทำงานให้ ปชช.ไม่ได้ ย้ำ ครม.เป็นชุดเดียว ไม่มีพรรคร่วม
เมื่อเวลา 19.45 น. วันที่ 6 เม.ย. ที่ตึกสันติไมตรี ทำเนียบรัฐบาล นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี และรมว.มหาดไทย เป็นประธานการประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) นัดพิเศษ โดยนายกฯ ก่อนเริ่มการประชุมว่า ก่อนที่จะเริ่มประชุมตามวาระขอแสดงความยินดีกับ ครม. ทุกคนที่ได้มาทำงานร่วมกัน เป็นองค์ประกอบของครม.ในชุดนี้ ทุกคนเพิ่งได้รับพระราชทานพระราชดำรัสจากพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว หลังจากที่ได้ไปเข้าพิธีถวายสัตย์ปฏิญาณเรียบร้อยแล้ว แสดงว่า ครม.ชุดนี้มีความพร้อมที่จะปฏิบัติราชการแผ่นดินต่อไป
นายอนุทิน กล่าวว่า เมื่อสักครู่นี้คำถวายสัตย์ปฏิญาณที่เราทุกคนได้กล่าว ขอให้เป็นแนวทางในการทำงาน แก้ไขปัญหาให้กับประชาชนทุกคน ครม.ชุดนี้ถือเป็นรัฐมนตรีที่ต้องทำงานอย่างหนักตั้งแต่วันแรกไม่มีเวลาฮันนีมูน หรือผ่านการทดลองงานเป็นที่เรียบร้อยแล้ว เราเข้ามารับภาระหน้าที่ในช่วงที่โลกมีวิกฤติจากความขัดแย้งของประเทศต่างๆ ในภูมิภาคตะวันออกกลาง ซึ่งประเทศไทยได้รับผลกระทบอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ อย่างไรก็ตามตนเชื่อว่า ด้วยความร่วมมือของรัฐบาล ของ ครม.ทุกคนในรัฐบาลชุดนี้ เราต้องแก้ไขปัญหา และลดความเดือดร้อน และทำให้ประเทศของเราได้พัฒนาต่อไป และก้าวหน้าต่อไปโดยการทำงานของพวกเราทุกคนให้ยึดผลประโยชน์ของประชาชนเป็นเป้าหมายร่วมกัน
นายอนุทิน กล่าวว่า ครม.ชุดนี้ส่วนใหญ่รู้จักกันดีอยู่แล้ว และหลายคนมีความอาวุโสเป็นที่เคารพของเราทุกคน และหลายคนก็เป็นคนรุ่นใหม่ที่มีกำลังวังชา สติปัญญาที่พร้อมจะทำงานรับใช้บ้านเมือง ขอให้ใช้จุดแข็งต่างๆ ที่เรามีอยู่ในการที่จะทำงานกันอย่างเต็มที่เพื่อให้การขับเคลื่อนนโยบายของรัฐบาลเป็นไปด้วยประสิทธิภาพสูงสุด
นายอนุทิน กล่าวด้วยว่า ขอให้ถือว่าครม.นี้คือรัฐมนตรีที่เป็นชุดเดียวกันไม่มีพรรคร่วมรัฐบาล ถือเป็น ครม.ในองค์พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว และเป็น ครม.ของประชาชนคนไทย ดังนั้นการทำงานทั้งหลายพร้อมที่จะรับฟังข้อคิดเห็น ข้อเสนอแนะนโยบาย และการดำเนินการของ ครม.ทุกคน เราจะไม่มีพิธีรีตองมากมาย ขอให้ทุกคนได้ทำงานด้วยความรัก ความสามัคคี และความเข้าใจซึ่งกันและกัน ซึ่งจากสถานการณ์ของประเทศไทยตอนนี้ ความเป็นหนึ่งเดียวของครม. ในรัฐบาลชุดนี้ จะทำให้ประเทศเราฝ่าฟันอุปสรรคต่างๆไปได้ ในการประชุม ครม.ทุกครั้ง จะเริ่มประชุมในเวลา 10.00 น. ที่ตึกบัญชาการ ชั้น 5 หาก ครม.คนใด มีความต้องการที่จะหารือในระหว่างการประชุมกับนายกฯ เรื่องการแก้ไขปัญหา นายกฯ พร้อมที่จะพบกับทุกคน และพร้อมที่จะร่วมเป็นส่วนหนึ่งในการทำให้เจตนารมณ์บรรลุผลสำเร็จทุกประการ ขอให้ ครม. ทุกคนให้ความสำคัญกับการประชุม ครม.ถือเป็นเรื่องที่สำคัญในการเป็นคณะรัฐบาลของเรา ตั้งแต่ตนได้เป็นนายกฯ หรือเป็นนายกฯมาแล้วในช่วงรัฐบาลหนู 1 จะเห็นได้ว่าเลขาธิการ ครม. จะประกาศผู้ที่ลา ประชุมอยู่ตลอดเวลา ซึ่งการประชุม ครม.ที่ครบองค์จะเกิดขึ้นเพียงแค่วันแรก จึงขอความร่วมมือกับทุกคนว่า หากเรามาประชุม ครม.ไม่ได้ก็แสดงว่าทำงานให้กับประชาชนไม่ได้
วันนี้ถือเป็นการประชุม ครม.นัดพิเศษ โดยจะร่วมกันพิจารณาร่างแถลงนโยบายของรัฐบาล ก่อนจะประสานไปยังประธานรัฐสภา เมื่อสักครู่ตนได้มีโอกาสพบกับประธานรัฐสภา ที่วัดพระศรีรัตนศาสดาราม ซึ่งประธานรัฐสภาได้แจ้งย้ำมาว่า ถ้าวันนี้ที่ประชุม ครม. ได้เห็นชอบในร่างคำแถลงนโยบายแล้ว ให้ทางเลขา ครม.ส่งเรื่องที่จะนัดประชุมรัฐสภาฯ ไปที่สำนักงานของประธานรัฐสภาโดยทันที ไม่จำเป็นต้องรอให้ถึงวันที่ 7เม.ย. เพื่อกำหนดวันแถลงนโยบายของรัฐบาลต่อรัฐสภา รวมถึงยังตกลงเรื่องแนวปฏิบัติต่างๆเกี่ยวกับการประชุมคณะรัฐมนตรีและการแต่งตั้งคณะข้าราชการการเมืองที่สำคัญ
นอกจากนี้ จากสถานการณ์ด้านพลังงานในปัจจุบัน การช่วยประหยัดพลังงานถือเป็นเรื่องสำคัญและเร่งด่วน ที่ทุกฝ่ายต้องช่วยกันโดยเฉพาะภาครัฐที่ควรเป็นตัวอย่างที่ดีให้กับประชาชน จึงได้มีข้อสั่งการก่อนหน้านี้ให้ถือปฏิบัติต่อไปว่า ให้หน่วยงานภาครัฐปฏิบัติตามมติของ ครม.ในการประชุมครั้งที่ผ่านมา แม้จะเปลี่ยนรัฐบาล แต่มติ ครม. ก็ยังมีผลอยู่ การปฎิบัติงานที่บ้าน (WFH) และ Work from Anywhere ทำงานที่ไหนก็ได้ เนื่องจากปัจจุบันพบว่า ยังไม่มีการนำไปปฏิบัติอย่างจริงจัง โดยกรณีที่หน่วยงานที่ยังไม่มีความพร้อมในระบบไอที มอบหมายให้กระทรวงดีอี สำนักงานรัฐบาลดิจิทัล (DGA) สำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา ให้เป็นหน่วยงานสนับสนุนให้เกิดผล ส่วนเหตุผลที่มอบให้สำนักงานกฤษฎีการ่วมด้วยนั้น เนื่องจากสำนักงานกฤษฎีกาได้ทำสำเร็จมาหลายปีแล้ว ในเรื่องของ WFH ช่วยคำแนะนำกับหน่วยงานต่างๆ ได้ และขอให้สำนักงบประมาณช่วยสนับสนุนงบประมาณ และให้รัฐมนตรีทุกคนช่วยกันกำกับดูแลนโยบาย WFH ได้มีผลเป็นรูปธรรม เพื่อประหยัดพลังงานและเป็นตัวอย่างที่ดีกับประชาชนต่อไป โดยมอบให้นายยศชนัน วงศ์สวัสดิ์ รองนายกฯ และรมว.การอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัย และนวัตกรรมดูแล
นายอนุทิน กล่าวด้วยว่า ตนได้ใช้อำนาจในพระราชกำหนดขาดแคลนน้ำมันเชื้อเพลิง ออกคำสั่งนายกรัฐมนตรีรวม 6 ฉบับ เพื่อแก้ไขปัญหาการขาดแคลนน้ำมันเชื้อเพลิง โดยให้เลขาธิการคณะรัฐมนตรี รายงานให้กับที่ประชุมได้รับทราบ
ทั้งนี้นายกฯ ได้มอบหมายให้ นายปกรณ์ นิลประพันธ์ รองนายกรัฐมนตรี ฝ่ายกฎหมายเป็นผู้ชี้แจงถึงข้อปฏิบัติของรัฐมนตรี รับทราบเนื่องจากบางคนยังไม่เข้าใจว่ายังไม่สามารถปฏิบัติหน้าที่ได้ จนกว่าจะมีการแถลงนโยบายต่อรัฐสภา ในวันที่ 7 เม.ย. ขอให้ ครม. เข้ากระทรวงปฏิบัติหน้าที่ปกติ เพราะวันนี้เราได้เข้าเฝ้าฯพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ซึ่งได้รับพระราชทานพระบรมราโชวาทมาแล้ว ไม่มีพรใดหรือสิ่งใดเป็นมงคลกับพวกเรามากกว่านี้อีกแล้ว จึงอยากให้รัฐมนตรีเร่งทำงานอย่างเต็มที่และทำงานอย่างหนัก ส่วนพิธีทางศาสนาสามารถทำได้แต่ฤกษ์ที่ดีที่สุดคือฤกษ์สะดวก เพราะตนก็ไม่ได้ดูฤกษ์ หากตนอยู่ไม่ได้ก็ไม่มีใครอยู่ได้ ขอให้ทุกคนเข้ากระทรวงและทำงานกันอย่างเต็มที่ขับเคลื่อนทุกอย่างได้เลย
#อนุทิน #ประชุมครม #รัฐบาลชุดใหม่ #ครมนัดพิเศษ #การเมืองไทย #ข่าวการเมือง #สยามรัฐออนไลน์ #siamrathonline