โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

หุ้น การลงทุน

เงินบาทอ่อนค่าสุดรอบ 3 เดือนครึ่ง จับตาสัปดาห์หน้า 5 ปัจจัยสำคัญ-น้ำมัน-ทองคำ

ประชาชาติธุรกิจ

อัพเดต 15 มี.ค. เวลา 07.57 น. • เผยแพร่ 15 มี.ค. เวลา 07.55 น.

เงินบาทอ่อนค่าสุดในรอบ 3 เดือนครึ่ง กสิกรไทยมองสัปดาห์หน้า คาดเคลื่อนไหวในกรอบ 31.50-32.50 บาทต่อดอลลาร์ฯ จับตา 5 ปัจจัยสำคัญในสัปดาห์หน้า สถานการณ์ในตะวันออกกลาง รวมราคาน้ำมัน-ทองคำตลาดโลก และผลประชุมเฟด(17-18 มี.ค. 69)

ศูนย์วิจัยกสิกรไทย สรุปความเคลื่อนไหวของค่าเงินบาทว่า เงินบาทอ่อนค่าทะลุแนว 32.00 ขณะที่ สถานการณ์ตึงเครียดในตะวันออกกลางยังคงยืดเยื้อ โดยเงินบาทแข็งค่าขึ้นช่วงสั้นๆ ต้นสัปดาห์ หลังปธน. โดนัลด์ ทรัมป์กล่าวว่า สงครามกับอิหร่านใกล้สิ้นสุดลง

อย่างไรก็ดี เงินบาทพลิกอ่อนค่ากลับมาในช่วงที่เหลือของสัปดาห์ เนื่องจากสถานการณ์ในตะวันออกกลางที่ยังคงยืดเยื้อหนุนให้ราคาน้ำมันในตลาดโลกเคลื่อนไหวในกรอบสูงต่อเนื่อง (ล่าสุด ผู้นำสูงสุดของอิหร่านประกาศจะปิดช่องแคบฮอร์มุซต่อไป)

ทั้งนี้ เงินบาทอ่อนค่าผ่านแนว 32.00 ไปแตะระดับอ่อนค่าสุดในรอบ 3 เดือนครึ่งที่ 32.39 บาทต่อดอลลาร์ฯ ในช่วงท้ายสัปดาห์ (นับตั้งแต่ต้นเดือนธ.ค. 2568) สอดคล้องกับสกุลเงินอื่นในเอเชียซึ่งส่วนใหญ่มีความอ่อนไหวต่อความผันผวนของราคาพลังงานในตลาดโลก ประกอบกับฟันด์โฟลว์ของต่างชาติที่อยู่ในฝั่งขายสุทธิหุ้นและพันธบัตรไทยก็เป็นปัจจัยลบต่อค่าเงินบาทด้วยเช่นกัน

ในทางกลับกัน เงินดอลลาร์ฯ แข็งค่าขึ้นในฐานะสกุลเงินปลอดภัย ประกอบกับมีแรงหนุนจากบอนด์ยีลด์สหรัฐฯ ที่ปรับสูงขึ้นท่ามกลางความเสี่ยงเงินเฟ้อของสหรัฐฯ ที่อาจทำให้เฟดไม่สามารถปรับลดอัตราดอกเบี้ยนโยบายลงในปีนี้

ในวันศุกร์ที่ 13 มี.ค. 2569 เงินบาทแตะระดับอ่อนค่าสุดในรอบ 3 เดือนครึ่งที่ 32.39 ก่อนจะปิดตลาดในประเทศที่ 32.27 บาทต่อดอลลาร์ฯ เทียบกับระดับ 31.94 บาทต่อดอลลาร์ฯ ในวันศุกร์ก่อนหน้า (6 มี.ค.)

สำหรับสถานะพอร์ตการลงทุนของนักลงทุนต่างชาติระหว่างวันที่ 9-13 มี.ค. 2569 นั้น นักลงทุนต่างชาติขายสุทธิหุ้นไทย 20,036 ล้านบาท และมีสถานะอยู่ในฝั่ง Net Outflows ตลาดพันธบัตรไทย 15,261 ล้านบาท (ขายสุทธิพันธบัตร 14,359 ล้านบาท และตราสารหนี้หมดอายุ 902 ล้านบาท)

เงินบาท:กรอบสัปดาห์หน้า

สำหรับสัปดาห์หน้า หรือระหว่างวันที่ 16-20 มี.ค. 2569 ธนาคารกสิกรไทยมองกรอบการเคลื่อนไหวของค่าเงินบาทที่ระดับ 31.50-32.50 บาทต่อดอลลาร์ฯ ขณะที่ศูนย์วิจัยกสิกรไทยประเมินปัจจัยสำคัญที่ต้องติดตาม ได้แก่ สถานการณ์ในตะวันออกกลาง ทิศทางราคาน้ำมันในตลาดโลก ผลการประชุมเฟด (17-18 มี.ค.) ฟันด์โฟลว์ของต่างชาติ และการเคลื่อนไหวของสกุลเงินเอเชีย

กราฟค่าเงินบาท

ข้อมูลเศรษฐกิจสหรัฐฯ ที่สำคัญ ได้แก่ ผลสำรวจภาคการผลิตของเฟดนิวยอร์ก ดัชนีตลาดที่อยู่อาศัยเดือนมี.ค. ตัวเลขการผลิตภาคอุตสาหกรรม ดัชนีราคาผู้ผลิตเดือนก.พ. ยอดขายบ้านใหม่เดือนม.ค. รวมถึงตัวเลขการจ้างงานของภาคเอกชนและจำนวนผู้ขอรับสวัสดิการว่างงานรายสัปดาห์

นอกจากนี้ตลาดยังรอติดตามผลการประชุม BOJ BOE และ ECB ตัวเลขเงินเฟ้อเดือนก.พ. ของยูโรโซน รวมถึงการกำหนดอัตราดอกเบี้ย LPR และเครื่องชี้เศรษฐกิจเดือนม.ค.-ก.พ. ของจีน อาทิ การผลิตภาคอุตสาหกรรม ยอดค้าปลีกและการลงทุนในสินทรัพย์ถาวร

กราฟตลาดหุ้นไทย

ส่วนความเคลื่อนไหวของตลาดหุ้นไทย ดัชนีหุ้นไทยเคลื่อนไหวผันผวน ก่อนจะย่อตัวลงช่วงท้ายสัปดาห์ SET Index ปรับตัวลงในช่วงแรกสอดคล้องกับทิศทางตลาดหุ้นต่างประเทศท่ามกลางความกังวลต่อสถานการณ์ตึงเครียดในตะวันออกกลางซึ่งยังคงไม่คลี่คลาย

ส่งผลให้นักลงทุนเทขายหุ้นบิ๊กแคปทุกกลุ่มอุตสาหกรรม (นำโดย หุ้นของบริษัทที่ประกอบธุรกิจปิโตรเคมี) ดัชนีหุ้นไทยดีดตัวขึ้นในเวลาต่อมาโดยมีปัจจัยหนุนจากรายงานข่าวที่ว่ากลุ่มประเทศ G7 ได้มีการหารือถึงความเป็นไปได้ในการระบายน้ำมันสำรอง รวมถึงถ้อยแถลงของประธานาธิบดีสหรัฐฯ ที่ระบุว่าสงครามกับอิหร่านอาจจบลงในเร็ว ๆ นี้

ทั้งนี้กรอบการปรับขึ้นของดัชนีหุ้นไทยเริ่มจำกัดช่วงกลางสัปดาห์ หลังมีรายงานข่าวว่าเรือบรรทุกสินค้าถูกโจมตีบริเวณช่องแคบฮอร์มุซ ก่อนจะดีดตัวขึ้นอีกครั้งเนื่องจากประเด็นการเมืองในประเทศมีความชัดเจนมากขึ้น ส่งผลให้ตลาดประเมินว่าจะสามารถจัดตั้งรัฐบาลชุดใหม่ได้ในเร็ว ๆ นี้

อย่างไรก็ดี ดัชนีหุ้นไทยพลิกกลับมาร่วงลงในช่วงท้ายสัปดาห์ตามทิศทางตลาดหุ้นภูมิภาค เนื่องจากสถานการณ์ในตะวันออกกลางยังคงตึงเครียดและมีแนวโน้มลากยาว ซึ่งล่าสุดผู้นำอิหร่านคนใหม่ได้ประกาศสั่งปิดช่องแคบฮอร์มุซต่อเนื่อง

ในวันศุกร์ที่ 13 มี.ค. 2569 ดัชนี SET ปิดที่ระดับ 1,409.35 จุด ลดลง 0.07% จากระดับปลายสัปดาห์ก่อน ขณะที่มูลค่าการซื้อขายเฉลี่ยต่อวันอยู่ที่ 70,826.26 ล้านบาท ลดลง 35.89% จากสัปดาห์ก่อน ส่วนดัชนี mai ลดลง 0.02% มาปิดที่ระดับ 218.06 จุด

จับตาปัจจัยสำคัญสัปดาห์หน้า

สำหรับสัปดาห์ถัดไป (16-20 มี.ค. 69) บริษัทหลักทรัพย์กสิกรไทย จำกัด มองว่า ดัชนีหุ้นไทยมีแนวรับที่ 1,390 และ 1,360 จุด ขณะที่แนวต้านอยู่ที่ 1,430 และ 1,460 จุด ตามลำดับ

โดยศูนย์วิจัยกสิกรไทยประเมินปัจจัยสำคัญที่ต้องติดตาม ได้แก่ การประชุมเฟด (17-18 มี.ค.) สถานการณ์ตึงเครียดในตะวันออกกลาง ประเด็นการเมืองในประเทศ และทิศทางเงินทุนต่างชาติ

ส่วนตัวเลขเศรษฐกิจสหรัฐฯ ที่สำคัญ ได้แก่ ผลผลิตภาคอุตสาหกรรม ดัชนีราคาผู้ผลิตเดือนก.พ. ยอดขายบ้านใหม่เดือนม.ค. และจำนวนผู้ขอรับสวัสดิการว่างงานรายสัปดาห์ ขณะที่ปัจจัยเศรษฐกิจต่างประเทศอื่น ๆ ได้แก่ การประชุม BOJ และ BOE ดัชนีราคาผู้บริโภคเดือนก.พ. ของยูโรโซน อัตราดอกเบี้ยเงินกู้ LPR เดือนมี.ค. และข้อมูลเศรษฐกิจเดือนม.ค.-ก.พ. ของจีน อาทิ ยอดค้าปลีก การลงทุนในสินทรัพย์ถาวรและผลผลิตภาคอุตสาหกรรม

อ่านข่าวต้นฉบับได้ที่ : เงินบาทอ่อนค่าสุดรอบ 3 เดือนครึ่ง จับตาสัปดาห์หน้า 5 ปัจจัยสำคัญ-น้ำมัน-ทองคำ

ติดตามข่าวล่าสุดได้ทุกวัน ที่นี่
– Website : https://www.prachachat.net

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...