โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

การเมือง

“เทพไท” ถาม ถ้าเลือกตั้งเป็น “โมฆะ” ทำประเทศถอยหลัง ใครรับผิดชอบ

THE ROOM 44 CHANNEL

เผยแพร่ 15 มี.ค. เวลา 02.59 น.

“เทพไท” ถาม ถ้าเลือกตั้งเป็น “โมฆะ” ทำประเทศถอยหลัง ใครรับผิดชอบ

วันที่ 15 มีนาคม 2569 นายเทพไท เสนพงศ์ อดีตสส. นครศรีธรรมราช และนักวิเคราะห์สถานการณ์การเมือง โพสต์คลิปภาพและเสียงในสื่อสังคมออนไลน์ กล่าวถึงการเลือกตั้งทั่วไป เมื่อ 8 ก.พ. 2569 ในหัวเรื่อง “ถ้าเลือกตั้งเป็นโมฆะ จะเกิดอะไรขึ้น” มีสาระใจความว่า

เมื่อสำนักงานผู้ตรวจการแผ่นดิน มีมติเห็นชอบให้ยื่นคำร้องพร้อมความเห็นต่อศาลรัฐธรรมนูญ ตามมาตรา 213 เพื่อให้พิจารณาวินิจฉัยการปฏิบัติหน้าที่ของคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) เลขาธิการ กกต. และสำนักงาน กกต. ในการจัดการเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร (สส.) เป็นการทั่วไป เมื่อวันที่ 8 ก.พ.2569 กรณีกำหนดรูปแบบและจัดพิมพ์บัตรเลือกตั้งที่มีการใช้รหัสแท่ง หรือบาร์โค้ด และรหัสคิวอาร์ หรือคิวอาร์โค้ด (QR Code) ซึ่งน่าเชื่อได้ว่า สามารถเชื่อมโยง หรือสืบค้นย้อนกลับถึงตัวผู้ใช้สิทธิเลือกตั้ง ทำให้การออกเสียงลงคะแนนไม่เป็นความลับ อันขัดกับเจตนารมณ์ของรัฐธรรมนูญ มาตรา 83 และมาตรา 85 ซึ่งต่อจากนี้ไปก็เป็นหน้าที่ของศาลรัฐธรรมนูญ ที่จะวินิจฉัยว่าการเลือกตั้งส.ส.ครั้งที่ผ่านมา เป็นโมฆะหรือไม่ ซึ่งถ้าหากผลการพิจารณาของศาลรัฐธรรมนูญ มีคำวินิจฉัยว่า การเลือกตั้งเป็นโมฆะ จะนำมาซึ่งการเลือกตั้งใหม่ และจะเป็นปัญหาย้อนหลังไปถึงการเลือกตั้งเมื่อวันที่ 8 กุมภาพันธ์ 2569 มีหลายฝ่ายได้ตั้งข้อสังเกต เรื่องการลุกลี้ลุกลนในการรับรับรองผลการเลือกตั้งของ กกต. ทั้งที่การจัดการเลือกตั้งยังไม่เสร็จสมบูรณ์ โดยเฉพาะอย่างยิ่งการวินิจฉัยเรื่องผู้สมัครส.ส.ฝ่าฝืนกฎหมายเลือกตั้ง หรือกระทำผิดการเลือกตั้ง ทั้งที่ระยะเวลาการรับรองผลการเลือกตั้งมีถึง 60 วัน แต่ กกต.ก็เร่งรัดรับรองภายในเวลาเพียง1เดือนเศษเท่านั้น

“สาเหตุของการที่ กกต.เร่งรัดรับรองผลการเลือกตั้งส.ส.โดยเร็ว คือ

1.เป็นการปัดสวะ ปัดความรับผิดชอบ เพื่อต้องการให้อำนาจในการให้ใบแดง ใบเหลือง ใบส้ม ซึ่งอยู่ในอำนาจของกกต. ผ่านไปให้กับศาลยุติธรรม ซึ่งถ้าหากยังไม่รับรองผล เกรงว่าการให้ใบแดง ใบส้มหรือใบเหลือง อาจจะถูกผู้สมัครรับเลือกตั้งส.ส.ฟ้องได้ ซึ่งกกต.ไม่เสี่ยงต่อเรื่องนี้ เร่งรับรองผล เมื่อรับรองผลการเลือกตั้งแล้ว หน้าที่การให้ใบแดง ใบเหลือง ใบส้มจะเป็นหน้าที่ของศาลอุทธรณ์ ซึ่งความผิดไม่ได้ตกอยู่อยู่ที่กกต.และผู้เสียหายก็ไม่สามารถฟ้องเรียกค่าเสียหายจากกกต.ได้

2.น่าจะมาจากต้องการที่ให้มีการเปิดประชุมสภาผู้แทนราษฎรโดยเร็ว เพื่อจะได้มีประธานสภาผู้แทนราษฎร และมีการโหวตเลือกนายกรัฐมนตรี และให้รัฐมนตรีหรือคณะรัฐมนตรี ได้แถลงนโยบายต่อที่ประชุมรัฐสภา จะได้บริหารประเทศต่อไป เป็นรัฐบาลอย่างสมบูรณ์แบบ

3.เพื่อต้องการกดดันการปฎิบัติหน้าที่ของศาลรัฐธรรมนูญ โดยเฉพาะอย่างยิ่งการจะต้องมีคำวินิจฉัยว่า การเลือกตั้งที่ผ่านมาเป็นโมฆะหรือไม่ ถ้าหากมีการจัดตั้งรัฐบาลแล้ว กระบวนการทางสภาผู้แทนราษฎรเดินหน้าไปไกลแล้ว ศาลรัฐธรรมนูญจะมีคำวินิจฉัยให้การเลือกตั้งเป็นโมฆะ ก็อาจจะคิดหนัก เพราะจะสร้างความเสียหายทางการเมืองให้กับประเทศ แต่ถ้าหากการจัดตั้งรัฐบาลเดินหน้าไปไกล และเป็นการจัดตั้งรัฐบาลที่สมบูรณ์แบบแล้ว อาจจะทำให้ศาลรัฐธรรมนูญต้องวินิจฉัยในลักษณะที่เป็นประโยชน์ต่อประเทศชาติ เพื่อให้บ้านเมืองเดินหน้าต่อไปได้

การที่สำนักงานตรวจการแผ่นดิน ได้ยื่นคำร้องพร้อมกับความเห็นต่อศาลรัฐธรรมนูญ เพื่อให้ศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัยว่า การเลือกตั้งที่ผ่านมาเป็นโมฆะหรือไม่ ถ้าหากศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัยว่าเป็นโมฆะ แสดงว่าต้องไปเลือกตั้งใหม่ คำถามตามมาคือ รัฐบาลชุดใหม่หรือชุดอนุทิน2 จะหมดสภาพไปหรือไม่ หรือจะถอยหลังไปสู่รัฐบาลรักษาการอนุทิน1 จึงมีการถกเถียงกันว่า ถ้าเป็นเช่นนั้นแสดงว่า รัฐบาลอนุทิน2เป็นโมฆะไป ประเทศต้องถอยหลังไปสู่รัฐบาลอนุทิน1 ซึ่งเกิดความเสียหายทางการเมือง คำถามที่ถามต่อมาคือ ใครจะรับผิดชอบในความเสียหายที่เกิดขึ้น” นายเทพไท กล่าวทิ้งท้าย

Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...