โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ต่างประเทศ

“การพัฒนาป่าไม้ คือ หนทางหลักในการหลุดพ้นความยากจนสู่ความมั่งคั่งสำหรับหมิ่นตง”–เส้นทางสี จิ้นผิง(247)

China Media Group

อัพเดต 12 ชั่วโมงที่ผ่านมา • เผยแพร่ 12 ชั่วโมงที่ผ่านมา
ระหว่างวันที่ 22–25 มีนาคม ค.ศ. 2021 นายสี จิ้นผิง เลขาธิการคณะกรรมการกลางพรรคคอมมิวนิสต์จีน ประธานาธิบดี และประธานคณะกรรมการการทหารกลางจีน ตรวจเยี่ยมมณฑลฝูเจี้ยน (ภาพโดยสำนักข่าวซินหัว)

การพัฒนาป่าไม้ คือ หนทางหลักในการหลุดพ้นความยากจนสู่ความมั่งคั่งสำหรับหมิ่นตง”--เส้นทางสี จิ้นผิง(247)

ในหนังสือ “หลุดพ้นความยากจน” นายหวง เจิ้นฟาง เป็นหนึ่งในบุคคลไม่กี่คนที่ถูก “เอ่ยชื่อโดยตรง”

นายหวง เจิ้นฟาง เริ่มเข้าตานายสี จิ้นผิง จากการที่นายสี จิ้นผิง ลงพื้นที่สำรวจข้อมูลประกอบการวิจัยเชิงลึกในเขตหมิ่นตงเป็นครั้งแรก

เมื่อย้ายจากเขตเศรษฐกิจพิเศษเซี่ยเหมินมายังเขตหนิงเต๋อ ซึ่งเป็นพื้นที่ที่การพัฒนาล้าหลังที่สุดในมณฑลฝูเจี้ยน นายสี จิ้นผิง ต้องเผชิญกับภารกิจสำคัญในการแสวงหาวิธีการผ่าทางตัน เพื่อเร่งพัฒนาหมิ่นตงและหลุดพ้นจากความยากจน

หลังรับตำแหน่งได้ไม่นาน ในช่วงต้นเดือนกรกฎาคม ค.ศ. 1988 นายสี จิ้นผิง พร้อมด้วยผู้นำเขตหลายคน ได้เดินทางข้ามภูเขา ใช้เวลากว่าหนึ่งเดือน ลงพื้นที่สำรวจข้อมูลประกอบการวิจัยเชิงลึกที่ 9 อำเภอ ในหมิ่นตง รวมถึงพื้นที่ใกล้เคียงทางตอนใต้ของมณฑลเจ้อเจียง เช่น เวินโจว ชางหนาน เล่อชิง ฯลฯ

การสำรวจครั้งนี้ สร้างความประทับใจอย่างลึกซึ้งแก่ นายเฉิน เจิงกวง เจ้าพนักงานฝ่ายบริหารเขตหนิงเต๋อในขณะนั้น โดยเขาเล่าย้อนอดีตให้ฟังว่า หลังลงพื้นที่ครบทั้ง 9 อำเภอ นายสี จิ้นผิง ได้สรุปภาพรวมอย่างเป็นระบบครั้งหนึ่ง “คำกล่าวครั้งนั้น เปรียบเสมือนการเป่าแตรแห่งการปลดปล่อยความคิดในหมิ่นตง”

ต่อมาได้มีการเรียบเรียงสาระสำคัญของคำกล่าวดังกล่าว เป็นบทความวิชาการเรื่อง “นกที่อ่อนแอจะบินได้อย่างไร :ข้อคิดจากการสำรวจ 9 อำเภอในหมิ่นตง”

ในบทความ นายสี จิ้นผิง ระบุว่า หากต้องการให้นกที่อ่อนแอบินได้ก่อน บินได้เร็ว และบินได้สูง จำเป็นต้องค้นหาเส้นทางการพัฒนาเศรษฐกิจที่เหมาะสมกับสภาพพื้นที่ กุญแจสำคัญในการกำหนดเส้นทางการพัฒนาของหมิ่นตงอยู่ที่ว่า “ล้อ” สองล้อ คือ เกษตรกรรมและอุตสาหกรรมจะหมุนไปอย่างไร

เขากล่าวว่า ในด้านเกษตรกรรม “หากอยู่ใกล้และหากินกับภูเขาก็ต้องใช้ภูเขาให้เป็นประโยชน์ หากอยู่ใกล้และหากินกับทะเลก็ต้องเข้าใจทะเลให้ลึกซึ้ง”

“ ‘การหากินกับภูเขา’ ต้องมุ่งเน้นไปที่ป่าไม้ ชา และผลไม้ สวนป่าของครอบครัวของนายหวง เจิ้นฟางจากอำเภอโจวหนิงดำเนินงานได้ผลดีมาก และได้มอบแนวคิดหนึ่งให้แก่พวกเราในการพัฒนาอุตสาหกรรมป่าไม้”

ในกระบวนการแสวงหาหนทางที่จะทำให้หมิ่นตงหลุดพ้นจากความยากจนนั้น อุตสาหกรรมป่าไม้ซึ่งให้ประโยชน์ทั้งด้านนิเวศ สังคม และเศรษฐกิจ เป็นที่สนใจของนายสี จิ้นผิง การฟื้นฟูป่าไม้จึงถูกยกระดับให้เป็นยุทธศาสตร์สำคัญในการพัฒนาเศรษฐกิจของหมิ่นตง

ในบทความ “การฟื้นฟูหมิ่นตงขึ้นอยู่กับ ‘ป่าไม้’ : การอภิปรายประเด็นยุทธศาสตร์การพัฒนาเศรษฐกิจหมิ่นตง” ซึ่งเผยแพร่ในเดือนมกราคม ค.ศ. 1989 นายสี จิ้นผิง กล่าวเปิดประเด็นอย่างชัดเจนว่า “ในพื้นที่ยากจนอย่างหมิ่นตง ทรัพยากรป่าเขาเป็นข้อได้เปรียบที่สำคัญ ‘เมื่อใดที่ภูเขาทั้งหลายของหมิ่นตงเขียวชอุ่ม เมื่อนั้นหมิ่นตงก็จะมั่งคั่ง’ คำกล่าวของประชาชนหมิ่นตงนี้ สะท้อนสัจธรรมอันลึกซึ้งว่า ศักยภาพของการพัฒนาเศรษฐกิจหมิ่นตงอยู่ที่ภูเขา และความรุ่งเรืองอยู่ที่ป่าไม้”

ในบทความ นายสี จิ้นผิงได้เสนอความคิดเห็นว่า “ผมเห็นว่า ในความหมายทั่วไป ป่าไม้มีคุณค่าทางนิเวศและสังคมสูงมาก เช่น การปรับภูมิทัศน์ การกักเก็บน้ำ การอนุรักษ์ดินและน้ำ การป้องกันลมและทราย การปรับสภาพภูมิอากาศ การสร้างวงจรนิเวศที่ดี ฯลฯ แต่ในความหมายเฉพาะ การพัฒนาป่าไม้คือหนทางหลักในการหลุดพ้นจากความยากจนและสร้างความมั่งคั่งสำหรับหมิ่นตง ป่าไม้เป็นหนึ่งในแหล่งรายได้สำคัญของการคลังหมิ่นตง เป็นฐานรองรับสำคัญของการพัฒนาเกษตรกรรม อุตสาหกรรม และกิจการชนบท และเป็นรากฐานสำคัญของการสร้างรายได้เงินตราต่างประเทศจากการส่งออก ป่าไม้คืออ่างเก็บน้ำ คือ คลังเงิน และคือคลังอาหาร การกล่าวเช่นนี้ไม่ถือว่าเกินจริงเลย”

อย่างไรก็ตาม ในช่วงเวลานั้น สถานการณ์การฟื้นฟูป่าไม้ในหมิ่นตง ทั้งเต็มไปด้วยโอกาสและความท้าทาย

ภายหลังการประชุมสมัชชาผู้แทนพรรคคอมมิวนิสต์จีนแห่งชาติชุดที่ 11 ครั้งที่ 3 การปฏิรูปในพื้นที่ต่างๆ ได้เร่งเร็วขึ้น ในปี ค.ศ. 1981 มีการประกาศใช้นโยบาย “สามประการ” ด้านป่าไม้ ซึ่งมีแก่นอยู่ที่การสร้างเสถียรภาพของภูเขาและสิทธิในป่าไม้ การกำหนดพื้นที่ภูเขาสงวนส่วนบุคคล และการกำหนดระบบความรับผิดชอบด้านการทำป่าไม้ ต่อมาในปี ค.ศ. 1982 จีนได้เริ่มดำเนินการระบบครัวเรือนรับเหมาดำเนินการผลิตซึ่งปลดปล่อยกำลังการผลิตในชนบท เป็นการเปลี่ยนแปลงอย่างใหญ่หลวงของยุคสมัยนั้น

แปลเรียบเรียงโดย ภาคภาษาไทย ศูนย์เอเชียแอฟริกา สถานีวิทยุและโทรทัศน์กลางแห่งประเทศจีน(CMG)

ติดตามตอนก่อนหน้าได้ที่

https://www.jeenthainews.com/cmg/165008_20260315

Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...