โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

นักวิชาการชี้ชัด ‘ไมโครพลาสติก’ ยังไม่ก่อมะเร็งลำไส้

The Bangkok Insight

อัพเดต 18 ชั่วโมงที่ผ่านมา • เผยแพร่ 18 ชั่วโมงที่ผ่านมา • The Bangkok Insight

นักวิชาการชี้ชัด 'ไมโครพลาสติก' ยังไม่ก่อมะเร็งลำไส้

กระแสความกังวลเกี่ยวกับความปลอดภัยของการอุ่นอาหาร ในภาชนะพลาสติกด้วยไมโครเวฟ กลับมาเป็นประเด็นสาธารณะอีกครั้ง หลังมีการตั้งข้อสังเกตเชื่อมโยงพฤติกรรมดังกล่าว กับความเสี่ยงของโรคมะเร็งลำไส้ อย่างไรก็ตาม นักวิชาการด้านวิทยาศาสตร์ชีวภาพ ออกมายืนยันตรงกันว่า ข้อสรุปดังกล่าวยังขาดหลักฐานเชิงประจักษ์รองรับ และอาจเป็นการตีความเกินขอบเขตของข้อมูลทางวิทยาศาสตร์ในปัจจุบัน

กรณีนี้ รศ.ดร.เจษฎา เด่นดวงบริพันธ์ อาจารย์ประจำภาควิชาชีววิทยา คณะวิทยาศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ให้ความเห็นว่า การเชื่อมโยงระหว่างการอุ่นอาหารในกล่องพลาสติก กับการเกิดมะเร็งลำไส้ ยังไม่มีหลักฐานทางวิทยาศาสตร์ ที่สามารถยืนยันความสัมพันธ์เชิงสาเหตุได้อย่างชัดเจน พร้อมเตือนว่าการเผยแพร่ข้อมูลที่ขาดการตรวจสอบ อาจนำไปสู่ความเข้าใจผิด และความวิตกกังวลที่ไม่จำเป็นในสังคม

ปัจจัยเสี่ยง "มะเร็งลำไส้" อยู่ที่พฤติกรรมและชีววิทยาของมนุษย์
ข้อมูลทางการแพทย์จาก โรงพยาบาลศิริราช ระบุว่า มะเร็งลำไส้เกิดจากการเปลี่ยนแปลงของเซลล์ในเยื่อบุลำไส้ มีปัจจัยเสี่ยงที่ได้รับการยืนยันอย่างชัดเจน ได้แก่ อายุที่เพิ่มขึ้น โดยเฉพาะในกลุ่มประชากรที่มีอายุ 50 ปีขึ้นไป

ไมโครพลาสติก

นอกจากนี้ ปัจจัยด้านวิถีชีวิต เช่น การสูบบุหรี่ การดื่มแอลกอฮอล์ การขาดการออกกำลังกาย และภาวะน้ำหนักเกิน ล้วนเป็นองค์ประกอบสำคัญ ที่เพิ่มความเสี่ยงของโรค ขณะที่โรคประจำตัวบางชนิด เช่น ภาวะลำไส้อักเสบเรื้อรัง หรือการมีติ่งเนื้อในลำไส้ เป็นปัจจัยที่ต้องเฝ้าระวังอย่างใกล้ชิด

นักวิชาการย้ำว่า ปัจจัยเหล่านี้เป็นสิ่งที่ได้รับการยืนยันจากงานวิจัยในมนุษย์จำนวนมาก แตกต่างจากข้อกล่าวอ้างเกี่ยวกับไมโครพลาสติกที่ยังอยู่ในระยะของการศึกษาเบื้องต้น

"ไมโครพลาสติก" ยังเป็นประเด็นวิจัย ไม่ใช่ข้อสรุปทางการแพทย์
ไมโครพลาสติกเป็นอนุภาคพลาสติกขนาดเล็กที่พบได้ ในสิ่งแวดล้อมและห่วงโซ่อาหาร เป็นหัวข้อที่ได้รับความสนใจในระดับนานาชาติ แม้การทดลองในห้องปฏิบัติการบางส่วนจะชี้ให้เห็นถึงความเป็นไปได้ในการเกิดผลกระทบต่อเซลล์ เช่น การอักเสบหรือความเครียดออกซิเดชัน แต่ผลการศึกษาดังกล่าวยังไม่สามารถนำไปอธิบายผลกระทบต่อสุขภาพมนุษย์ในสถานการณ์จริงได้โดยตรง

ปัจจุบันยังไม่มีหลักฐานทางระบาดวิทยาที่แสดงให้เห็นว่า การได้รับไมโครพลาสติกในระดับที่พบในชีวิตประจำวันมีความเชื่อมโยงกับการเพิ่มความเสี่ยงของมะเร็งลำไส้ หรือโรคมะเร็งชนิดอื่น ๆ อย่างมีนัยสำคัญ ขณะเดียวกัน ยังไม่มีข้อมูลที่ยืนยันว่าการอุ่นอาหารในภาชนะพลาสติกด้วยไมโครเวฟ จะทำให้ไมโครพลาสติกเข้าสู่ร่างกายในระดับที่เป็นอันตรายถึงชีวิต

ไมโครพลาสติก

การใช้ไมโครเวฟอย่างเหมาะสมยังคงมีความปลอดภัย
ในแง่ของการใช้งานในชีวิตประจำวัน นักวิชาการระบุว่า เตาไมโครเวฟยังคงเป็นอุปกรณ์ที่มีความปลอดภัยสูง หากใช้งานอย่างถูกต้อง โดยเฉพาะการเลือกใช้ภาชนะที่ออกแบบมาสำหรับการให้ความร้อน เช่น พลาสติกที่ระบุว่า “Microwave Safe” หรือวัสดุประเภทแก้วและเซรามิก รวมถึงการหลีกเลี่ยงการใช้ภาชนะที่เสื่อมสภาพหรือไม่ทนความร้อน

การปฏิบัติตามคำแนะนำของผู้ผลิต และการดูแลอุปกรณ์ให้อยู่ในสภาพสมบูรณ์ เป็นปัจจัยสำคัญที่ช่วยลดความเสี่ยงจากการปนเปื้อนของสารเคมีที่อาจเกิดขึ้นจากความร้อน

สื่อสารบนฐานวิทยาศาสตร์ ลดความตื่นตระหนกในสังคม
ผู้เชี่ยวชาญด้านสุขภาพเห็นตรงกันว่า การสื่อสารข้อมูลต่อสาธารณะควรตั้งอยู่บนหลักฐานทางวิทยาศาสตร์ที่ผ่านการตรวจสอบอย่างรอบด้าน โดยเฉพาะในประเด็นที่เกี่ยวข้องกับโรคร้ายแรง เช่น มะเร็ง ซึ่งมีความซับซ้อนและเกี่ยวข้องกับหลายปัจจัย

การสรุปความเชื่อมโยงระหว่างไมโครพลาสติกกับมะเร็งลำไส้ในปัจจุบัน จึงยังถือว่าเกินกว่าข้อมูลที่มีอยู่ และอาจนำไปสู่ความเข้าใจที่คลาดเคลื่อนในวงกว้าง

ในบริบทนี้ ผู้บริโภคควรให้ความสำคัญกับการจัดการปัจจัยเสี่ยงที่สามารถควบคุมได้จริง เช่น การเลือกรับประทานอาหารที่มีประโยชน์ การออกกำลังกายสม่ำเสมอ และการตรวจสุขภาพตามช่วงวัย มากกว่าการวิตกกังวลต่อประเด็นที่ยังไม่มีข้อสรุปทางวิทยาศาสตร์รองรับอย่างชัดเจน

อ่านข่าวเพิ่มเติม

ติดตามเราได้ที่

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...