โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ธุรกิจ-เศรษฐกิจ

บขส. เสริมทัพรถรับสงกรานต์ ตรึงราคาตั๋วถึง 19 เม.ย. ก่อนปรับขึ้น 5 สตางค์ต่อกิโลเมตร

Khaosod

อัพเดต 01 เม.ย. เวลา 06.33 น. • เผยแพร่ 01 เม.ย. เวลา 06.33 น.
บขส. เสริมทัพรถรับสงกรานต์ ตรึงราคาตั๋วถึง 19 เม.ย. ก่อนปรับขึ้น 5 สตางค์ต่อกิโลเมตร

บขส. เสริมทัพรถรับสงกรานต์ ตรึงราคาตั๋วถึง 19 เม.ย. ก่อนปรับขึ้น 5 สตางค์ต่อกิโลเมตร 20 เม.ย.นี้ เพื่อลดผลกระทบต่อประชาชน

วันที่ 1 เม.ย.2569 ที่สถานีขนส่ง นายอรรถวิท รักจำรูญ กรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท ขนส่ง จำกัด (บขส.) เปิดเผยถึงมาตรการเตรียมความพร้อมรองรับการเดินทางของประชาชนในช่วงเทศกาลสงกรานต์ 2569 โดยยืนยันความพร้อมในทุกกระบวนการ ทั้งการบริหารจัดการรถโดยสารและการประสานงานร่วมกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง

อาทิ ตำรวจทางหลวง, องค์การขนส่งมวลชนกรุงเทพ (ขสมก.) , การรถไฟแห่งประเทศไทย (รฟท.) และกรมการขนส่งทางบก เพื่ออำนวยความสะดวกแก่ผู้โดยสารและนักท่องเที่ยว โดยตั้งเป้าหมายสูงสุดคือต้องไม่มีผู้โดยสารตกค้างทั้งในกรุงเทพมหานครและสถานีขนส่งทั่วประเทศ

บขส.

บขส.

นายอรรถวิท กล่าวว่า สำหรับการสำรองเที่ยววิ่ง บขส. ได้เตรียมรถเสริมไว้ประมาณ 1,200 คัน เพื่อสมทบกับเที่ยววิ่งปกติที่ปัจจุบันถูกจองเต็มล่วงหน้าแล้วในช่วงวันที่ 9-11 เมษายน โดยคาดการณ์ว่าปีนี้จะมีผู้ใช้บริการสูงถึง 180,000 คนต่อวัน เพิ่มขึ้นจากสถิติปกติเนื่องจากปัญหาน้ำมันแพงทำให้ประชาชนปรับเปลี่ยนพฤติกรรมจากการใช้รถส่วนตัวมาใช้บริการรถโดยสารสาธารณะมากขึ้น

ทั้งนี้ รถเสริมทุกคันจะต้องผ่านการตรวจสอบความปลอดภัยจากกรมการขนส่งทางบกอย่างเข้มงวดก่อนออกให้บริการ

บขส. ตรึงราคาตั๋วถึง 19 เม.ย.

นายอรรถวิท กล่าวว่า ทั้งนี้ บขส. ได้วางมาตรการเข้มงวดกับผู้ประกอบการรถร่วมบริการ หากพบว่ามีการแอบอ้างขึ้นราคาโดยไม่ผ่านมติคณะกรรมการฯ หรือโก่งราคาค่าโดยสารในช่วงเทศกาล จะดำเนินการลงโทษขั้นสูงสุดด้วยการปรับเงินและเพิกถอนใบอนุญาตเส้นทางเดินรถทันที พร้อมกันนี้ได้ประสานงานกับกระทรวงพลังงาน และ ปตท. เพื่อสำรองน้ำมันเชื้อเพลิงให้เพียงพอต่อความต้องการ ซึ่งคาดว่าจะใช้ปริมาณน้ำมันสูงถึง 320,000 ลิตรต่อวันในช่วงเทศกาล เพื่อสร้างความมั่นใจว่าการเดินทางกลับภูมิลำเนาของประชาชนในปีนี้จะเป็นไปอย่างราบรื่นและปลอดภัย

นายอรรถวิท กล่าวว่า ด้านประเด็นค่าโดยสาร ตามมติคณะกรรมการควบคุมการขนส่งทางบกกลาง ได้อนุมัติให้ปรับขึ้นค่าโดยสารเพื่อสะท้อนต้นทุนน้ำมันที่พุ่งสูงขึ้น โดยจะเริ่มปรับขึ้นค่าโดยสารรถตู้สาธารณะและรถโดยสารขนาดเล็ก (มินิบัส) ทุกเส้นทางรวมกว่า 3,000 คัน ในอัตรา 5 สตางค์ต่อกิโลเมตร ตั้งแต่วันที่ 6 เมษายน 2569 เป็นต้นไป

ขณะที่รถโดยสารขนาดใหญ่ (รถทัวร์) ทั้งของ บขส. และรถร่วมบริการรวมประมาณ 6,000 คัน จะปรับขึ้นในอัตราเดียวกันคือ 5 สตางค์ต่อกิโลเมตร โดยจะมีผลตั้งแต่วันที่ 20 เมษายน 2569 ซึ่งเป็นช่วงหลังสิ้นสุดเทศกาลสงกรานต์ เพื่อลดผลกระทบต่อประชาชนในช่วงการเดินทางกลับภูมิลำเนา

** เล็งปรับเพิ่มหากน้ำมันแตะ 50 บาท

นายอรรถวิท กล่าวว่า หากสถานการณ์ราคาน้ำมันยังคงปรับตัวสูงขึ้นต่อเนื่องจนถึงระดับ 45-50 บาทต่อลิตร คาดว่าอาจต้องมีการพิจารณาปรับราคาค่าโดยสารเพิ่มขึ้นอีกประมาณ 5-6 สตางค์ต่อกิโลเมตร เพื่อให้สอดคล้องกับต้นทุนที่แท้จริง

อย่างไรก็ตาม บขส. ตระหนักถึงความเดือดร้อนของผู้ประกอบการรถร่วมบริการที่เริ่มแบกรับต้นทุนไม่ไหว จึงได้เตรียมเรียกประชุมผู้ประกอบการรถร่วมทั้ง 6,000 คัน ในวันที่ 2 เมษายนนี้ เพื่อหารือเกี่ยวกับมาตรการช่วยเหลือและข้อเรียกร้องต่างๆ

บขส.

บขส. เสริมทัพรถรับสงกรานต์ ตรึงราคาตั๋วถึง 19 เม.ย. ก่อนปรับขึ้น 5 สตางค์ต่อกิโลเมตร

นายอรรถวิท กล่าวว่า สำหรับมาตรการช่วยเหลือเบื้องต้น บขส. เตรียมปรับลดค่าธรรมเนียมการปล่อยรถในช่วงระหว่างวันที่ 6–19 เมษายน 2569 เพื่อบรรเทาภาระให้แก่ผู้ประกอบการในช่วงเทศกาล พร้อมยืนยันว่าในส่วนของรถทัวร์ บขส. และรถร่วมบริการ จะยังคงตรึงราคาค่าโดยสารเดิมไปจนถึงวันที่ 19 เมษายน 2569 นี้ เพื่ออำนวยความสะดวกและมอบเป็นของขวัญให้แก่พี่น้องประชาชนในช่วงเทศกาลสงกรานต์ ก่อนจะเริ่มใช้ราคาใหม่ตามนโยบายของกรมการขนส่งทางบกในวันที่ 20 เมษายน 2569 เป็นต้นไป

อ่านข่าวต้นฉบับได้ที่ : บขส. เสริมทัพรถรับสงกรานต์ ตรึงราคาตั๋วถึง 19 เม.ย. ก่อนปรับขึ้น 5 สตางค์ต่อกิโลเมตร

ติดตามข่าวล่าสุดได้ทุกวัน ที่นี่
- Website : https://www.khaosod.co.th

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...