เฮซบอลลาห์ ขวางเจรจา อิสราเอล เรียกร้องรัฐบาลเลบานอนถอนตัว
วันนี้ (14 เม.ย.2569) สำนักข่าวอัลจาซีรา รายงานว่า นาอิม กัสเซม ผู้นำเฮซบอลลาห์ ปฏิเสธการประชุมที่จะเกิดขึ้นระหว่างรัฐบาลเลบานอนและอิสราเอลในสหรัฐอเมริกา โดยเรียกความพยายามดังกล่าวว่า "ไร้ประโยชน์" เนื่องจากกองกำลังอิสราเอล กำลังเพิ่มการโจมตีเลบานอน
กัสเซม กล่าวทางโทรทัศน์ เมื่อวันจันทร์ที่ 13 เม.ย.2569 เรียกร้องรัฐบาลเลบานอน ให้ใช้ท่าทีที่กล้าหาญและเป็นประวัติศาสตร์ โดยไม่เข้าร่วมการเจรจาที่วางแผนไว้ โดยมองว่าการเจรจาเป็นกลอุบาย เพื่อกดดันให้เฮซบอลลาห์วางอาวุธ
"อิสราเอลระบุอย่างชัดเจนว่า เป้าหมายของการเจรจาเหล่านี้คือการปลดอาวุธเฮซบอลลาห์ ดังที่ เนทันยาฮู นายกรัฐมนตรีอิสราเอล กล่าวซ้ำแล้วซ้ำเล่า ดังนั้น คุณจะไปเจรจาได้อย่างไรในเมื่อเป้าหมายชัดเจนอยู่แล้ว เราจะไม่หยุดพัก ไม่หยุด หรือยอมแพ้ แต่เราจะปล่อยให้สนามรบเป็นเครื่องพิสูจน์" กัสเซม กล่าว
เอกอัครราชทูตเลบานอน และอิสราเอลประจำสหรัฐอเมริกา มีกำหนดพบกันในกรุงวอชิงตัน ดี.ซี. ในวันอังคารที่ 14 เม.ย.2569 ตามเวลาท้องถิ่นสหรัฐฯ ซึ่งคาดว่าจะตรงกับเช้ามืดตามเวลาประเทศไทย เพื่อหารือเกี่ยวกับการเจรจาโดยตรงระหว่าง 2 ประเทศ
ทั้งนี้ อิสราเอลเพิ่มความรุนแรงในสงครามกับเลบานอนในช่วงต้นเดือน มี.ค. หลังจากการยิงจรวดของเฮซบอลลาห์ ข้อตกลงหยุดยิงระหว่างอิสราเอลและกลุ่มที่ได้รับการสนับสนุนจากอิหร่านมีผลบังคับใช้มาตั้งแต่เดือน พ.ย.2024 แต่อิสราเอลยังคงดำเนินการโจมตี ที่ทำให้มีผู้เสียชีวิตเกือบทุกวัน
กลุ่มเฮซบอลลาห์ กล่าวว่า การโจมตีเมื่อวันที่ 2 มี.ค.2569 เป็นการตอบโต้การสังหาร อยาตอลลาห์ อาลี คาเมเนอี ผู้นำสูงสุดของอิหร่าน โดยสหรัฐฯ และอิสราเอล
นับตั้งแต่นั้นมา การโจมตีทางอากาศของอิสราเอลต่อเลบานอน และการรุกรานทางบกในภาคใต้ได้คร่าชีวิตผู้คนไปอย่างน้อย 2,055 คน รวมถึงเด็ก 165 คน และบุคลากรทางการแพทย์ 87 คน มีผู้บาดเจ็บอีกกว่า 6,500 คน ขณะที่ประชาชนประมาณ 1.2 ล้านคน ต้องอพยพออกจากบ้านเรือน
ทางการเลบานอนยืนยันว่า สิ่งสำคัญอันดับแรก คือการบรรลุข้อตกลงหยุดยิง แต่ทางอิสราเอล กล่าวว่า ต้องการเปิดการเจรจาสันติภาพอย่างเป็นทางการกับเลบานอน โดยให้ความสำคัญกับการปลดอาวุธของเฮซบอลลาห์เป็นอันดับแรก โดยไม่ได้กล่าวถึงการหยุดยิงหรือการถอนกำลังทหารออกจากเลบานอนตอนใต้แต่อย่างใด
"เราต้องการให้เฮซบอลลาห์ปลดอาวุธ และเราต้องการข้อตกลงสันติภาพที่แท้จริงที่จะคงอยู่ไปชั่วอายุคน" เนทันยาฮูกล่าว เมื่อวันเสาร์ที่ 11 เม.ย.2569
กัสเซม กล่าวว่า การเจรจาที่วางแผนไว้ ต้องอาศัยฉันทามติของเลบานอน ในการเปลี่ยนแนวทางของเรา จากที่ไม่เจรจาไปสู่การเจรจาโดยตรง โดยเรียกการเจรจานี้ว่าเป็น "การยอมอ่อนข้อ" ให้แก่อิสราเอลและสหรัฐฯ
คำกล่าวของเขาเกิดขึ้นหลังจากประชาชนหลายร้อยคนในกรุงเบรุต เมืองหลวงของเลบานอน ออกมาประท้วงเมื่อวันศุกร์ และวันเสาร์ที่ 10-11 เม.ย.2569 ต่อต้านการเจรจาที่วางแผนไว้ ผู้ประท้วงกล่าวหาว่า นายกรัฐมนตรี นาวาฟ ซาลาม ของเลบานอน ว่าทรยศต่อประชาชนเลบานอน ด้วยการเจรจาโดยตรงกับอิสราเอล ในขณะที่อิสราเอลยังคงดำเนินการโจมตีทางอากาศ และขยายการรุกรานต่อไป
อ่านข่าว
"ทรัมป์" อ้าง "อิหร่าน" ต้องการเจรจากับสหรัฐฯ
อาเซียนเรียกร้อง “สหรัฐฯ-อิหร่าน” ใช้การทูตแก้ปัญหาความขัดแย้ง
ผู้นำอิสราเอล ประกาศเดินหน้าทำสงครามในเลบานอน