โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ต่างประเทศ

OPEC+ เพิ่มกำลังผลิตน้ำมัน 2.06 แสนบาร์เรล/วันในเดือน พ.ค. แต่ส่งออกไม่ได้ หลังฮอร์มุซปิดจากสงคราม

การเงินธนาคาร

อัพเดต 6 เมษายน 2569 เวลา 16.28 น. • เผยแพร่ 2 ชั่วโมงที่ผ่านมา

OPEC+ เพิ่มกำลังผลิตน้ำมัน 2.06 แสนบาร์เรล/วันในเดือน พ.ค. แต่ส่งออกไม่ได้ หลังฮอร์มุซปิดจากสงคราม ส่งผลให้อุปทานน้ำมันโลกหายไปถึง 12–15 ล้านบาร์เรล/วัน

วันที่ 5 เมษายน 2569 เวลา 23.14 น. สำนักข่าวรอยเตอร์รายงานว่ากลุ่ม OPEC+ ตกลงในวันอาทิตย์ที่จะเพิ่มโควตาการผลิตน้ำมัน 206,000 บาร์เรลต่อวันในเดือนพฤษภาคม ซึ่งเป็นการเพิ่มเพียงเล็กน้อย และในทางปฏิบัติอาจเกิดขึ้นเพียงบนกระดาษ เนื่องจากประเทศผู้ผลิตหลักไม่สามารถเพิ่มการส่งออกได้จากผลกระทบของสงครามสหรัฐ–อิสราเอลกับอิหร่าน

สงครามได้ทำให้ช่องแคบฮอร์มุซ ซึ่งเป็นเส้นทางขนส่งน้ำมันที่สำคัญที่สุดของโลก ปิดลงตั้งแต่ปลายเดือนกุมภาพันธ์ ส่งผลให้การส่งออกน้ำมันจากสมาชิก OPEC+ หลายประเทศ ได้แก่ ซาอุดีอาระเบีย สหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ คูเวต และอิรัก ลดลง ทั้งที่ประเทศเหล่านี้เป็นประเทศหลักเพียงไม่กี่ประเทศในกลุ่มที่สามารถเพิ่มการผลิตได้ก่อนสงครามเริ่มต้น

ราคาน้ำมันดิบปรับตัวขึ้นแตะระดับสูงสุดในรอบ 4 ปี ใกล้ 120 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล ส่งผลให้ราคาน้ำมันเชื้อเพลิงสำหรับการขนส่งเพิ่มสูงขึ้น กดดันผู้บริโภคและภาคธุรกิจทั่วโลก และทำให้หลายรัฐบาลต้องออกมาตรการประหยัดพลังงานและสำรองน้ำมัน

การเพิ่มโควตาการผลิต 206,000 บาร์เรลต่อวันของ OPEC+ คิดเป็นน้อยกว่า 2% ของอุปทานที่หายไปจากการปิดช่องแคบฮอร์มุซ อย่างไรก็ตาม แหล่งข่าวใน OPEC+ ระบุว่า การเพิ่มกำลังผลิตครั้งนี้เป็นการส่งสัญญาณว่ากลุ่มพร้อมจะเพิ่มการผลิตมากขึ้นทันทีเมื่อช่องแคบกลับมาเปิด

บริษัทที่ปรึกษา Energy Aspects ระบุว่า การเพิ่มกำลังผลิตครั้งนี้เป็นเพียงเชิงทฤษฎี ตราบใดที่การขนส่งผ่านช่องแคบยังถูกรบกวน

ขณะที่ Jorge Leon อดีตเจ้าหน้าที่ OPEC และปัจจุบันเป็นหัวหน้าฝ่ายวิเคราะห์ภูมิรัฐศาสตร์ของ Rystad Energy กล่าวว่า “ในความเป็นจริง น้ำมันเพิ่มเข้าสู่ตลาดเพียงเล็กน้อยเท่านั้น เพราะเมื่อช่องแคบฮอร์มุซปิด น้ำมันเพิ่มจาก OPEC+ ก็แทบไม่มีความหมาย”

OPEC+ กังวลการโจมตีโครงสร้างพื้นฐานพลังงาน

สมาชิก OPEC+ จำนวน 8 ประเทศได้ตกลงเพิ่มโควตาการผลิตในการประชุมออนไลน์เมื่อวันอาทิตย์ ขณะที่ประเทศอื่น ๆ ในกลุ่ม เช่น รัสเซีย ก็ไม่สามารถเพิ่มการผลิตได้เช่นกัน เนื่องจากถูกคว่ำบาตรจากตะวันตกและโครงสร้างพื้นฐานได้รับความเสียหายจากสงครามยูเครน

ในภูมิภาคอ่าวอาหรับ โครงสร้างพื้นฐานด้านพลังงานได้รับความเสียหายอย่างหนักจากการโจมตีด้วยขีปนาวุธและโดรน เจ้าหน้าที่ในภูมิภาคระบุว่า อาจต้องใช้เวลาหลายเดือนจึงจะกลับมาดำเนินงานได้ตามปกติ แม้ว่าสงครามจะหยุดทันทีและช่องแคบฮอร์มุซเปิดอีกครั้ง

คณะกรรมการติดตามรัฐมนตรีร่วมของ OPEC+ (Joint Ministerial Monitoring Committee) ยังแสดงความกังวลเกี่ยวกับการโจมตีโครงสร้างพื้นฐานด้านพลังงาน โดยระบุว่าการซ่อมแซมมีต้นทุนสูง ใช้เวลานาน และจะส่งผลกระทบต่ออุปทานน้ำมันโลก

วิกฤตอุปทานน้ำมันรุนแรงที่สุดในโลก

แม้อิหร่านจะระบุว่า อิรักได้รับการยกเว้นข้อจำกัดในการเดินเรือผ่านช่องแคบฮอร์มุซ และมีข้อมูลการเดินเรือแสดงให้เห็นว่าเรือบรรทุกน้ำมันจากอิรักได้ผ่านช่องแคบแล้ว แต่ยังไม่ชัดเจนว่าเรืออื่น ๆ จะกล้าเสี่ยงผ่านช่องแคบหรือไม่

การเพิ่มกำลังผลิตในเดือนพฤษภาคมของ OPEC+ เป็นระดับเดียวกับที่ตกลงไว้สำหรับเดือนเมษายนในการประชุมเมื่อวันที่ 1 มีนาคม ซึ่งเป็นช่วงที่สงครามเริ่มส่งผลกระทบต่อการส่งออกน้ำมัน

หนึ่งเดือนหลังจากนั้น วิกฤตครั้งนี้ถูกประเมินว่าเป็น การหยุดชะงักของอุปทานน้ำมันครั้งใหญ่ที่สุดในประวัติศาสตร์ โดยอาจทำให้อุปทานน้ำมันหายไปถึง 12–15 ล้านบาร์เรลต่อวัน หรือประมาณ 15% ของอุปทานโลก

ธนาคาร JPMorgan เตือนว่า ราคาน้ำมันอาจพุ่งขึ้นเกิน 150 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล ซึ่งจะเป็นระดับสูงสุดเป็นประวัติการณ์ หากการขนส่งผ่านช่องแคบฮอร์มุซยังถูกรบกวนไปจนถึงกลางเดือนพฤษภาคม

โครงสร้าง OPEC+

กลุ่ม OPEC+ มีสมาชิกทั้งหมด 22 ประเทศ รวมถึงอิหร่าน แต่ในช่วงไม่กี่ปีที่ผ่านมา มีเพียง 8 ประเทศหลักที่ตัดสินใจเรื่องโควตาการผลิตรายเดือน ได้แก่
ซาอุดีอาระเบีย รัสเซีย อิรัก สหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ คูเวต คาซัคสถาน แอลจีเรีย และโอมาน

ประเทศทั้ง 8 เริ่มเพิ่มกำลังผลิตตั้งแต่ปี 2568 เพื่อแย่งส่วนแบ่งตลาด หลังจากก่อนหน้านั้นได้ลดกำลังผลิต และได้เพิ่มโควตาการผลิตรวมประมาณ 2.9 ล้านบาร์เรลต่อวัน ระหว่างเดือนเมษายน–ธันวาคม 2568 ก่อนจะหยุดเพิ่มกำลังผลิตในช่วงเดือนมกราคม–มีนาคม 2569

อนึ่งการประชุม OPEC+ ครั้งถัดไปจะจัดขึ้นในวันที่ 3 พฤษภาคม 2569

อ้างอิง : reuters.com

อ่านข่าวที่เกี่ยวข้องกับ สถานการณ์รอบโลก ทั้งหมด ได้ที่นี่

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...