โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

การเมือง

“ปิยบุตร” ตีแผ่แผนยุบพรรคประชาชน เตือนระวังรัฐธรรมนูญใหม่กลายเป็นฉบับสีน้ำเงิน

Thairath - ไทยรัฐออนไลน์

อัพเดต 5 ชั่วโมงที่ผ่านมา • เผยแพร่ 5 ชั่วโมงที่ผ่านมา
ภาพไฮไลต์

เบรกส้มผงาด “ปิยบุตร” ตีแผ่แผนยุบพรรคประชาชน ปลุกสังคมแก้กติกาใหม่ ปลดล็อกกุญแจดอกแรกแก้รายมาตรา เตือนระวังรัฐธรรมนูญใหม่กลายเป็นฉบับสีน้ำเงิน

วันที่ 5 เมษายน 2569 นายปิยบุตร แสงกนกกุล เลขาธิการคณะก้าวหน้า กล่าวถึงกรณีคดีคิวอาร์โค้ดและบาร์โค้ดบนบัตรเลือกตั้ง 2569 ที่อยู่ในชั้นศาลรัฐธรรมนูญ ว่า ขอสรุปเร็วๆ ถ้าพรรคประชาชน (ปชน.) ชนะเลือกตั้งเป็นอันดับ 1 มีโอกาสที่การเลือกตั้งเป็นโมฆะ

ส่วนกรณีคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) รับคำร้องเสนอเรื่องพร้อมความเห็นต่อศาลรัฐธรรมนูญเพื่อวินิจฉัยยุบพรรคประชาชน ที่ผู้บริหารและบุคคลผู้มิใช่สมาชิกพรรค ร่วมดำเนินการที่มีความสัมพันธ์เกี่ยวกับบริษัท สเปกเตอร์ ซี จำกัด ที่เป็นสื่อมวลชน และมีการกระทำอันเข้าข่ายเอื้อประโยชน์ แสวงหากำไรมาแบ่งปัน เสี่ยงเข้าข่ายผิดกฎหมายพรรคการเมือง กรณีพรรคประชาชนเปิดรับสมาชิกทางออนไลน์ หรือระบบคอมพิวเตอร์ โดยให้ผู้สมัครกรอกรหัสที่อยู่หลังบัตรประชาชน และอาจมีการใช้ปฏิบัติไอโอ (IO) โดยใช้บริษัท สเปกเตอร์ ซี ผู้ขับเคลื่อนให้ อาจเข้าข่ายครอบงำกิจกรรมพรรคการเมือง ฝ่าฝืนกฎหมายพรรคการเมือง

นายปิยบุตร โพสต์ระบุว่า คดียุบพรรคครั้งที่ 4 ของพรรคอนาคตใหม่ มาถึงพรรคก้าวไกล จนมาถึงพรรคประชาชน โดยสาระสำคัญไม่ได้อยู่ที่ยุบพรรค แต่คดียุบพรรคครั้งที่ 4 จะสำแดงเดชในยามที่รัฐบาลพรรคภูมิใจไทยไปไม่รอด เกิดความขัดแย้งภายในหรือระหว่างพรรคร่วมหรือมีวิกฤติความชอบธรรม จนทำให้รัฐบาลไปต่อไม่ได้

“เมื่อถึงเวลานั้น 119 เสียงของพรรคประชาชนจะกลายเป็นปัจจัยกำหนดขั้วรัฐบาลใหม่ คดียุบพรรคจึงต้องทำหน้าที่เป็นหอกเพื่อปักหลัง ควบคุม ทิ่มแทงพรรคประชาชนไว้ก่อน เพื่อทำให้พรรคแตก เสียงแตก เสียงหาย หรือตัดสินใจกำหนดรัฐบาลยาก จนอาจทำให้พวกพรรคการเมืองแบบเดิมๆ กลับไปร่วมรัฐบาลกันดังเดิม หรืออาจทำให้พรรคประชาชนง่อยเปลี้ยเสียขา อ่อนกำลังในยามที่ต้องตัดสินใจครั้งสำคัญ”

เมื่อถามถึงการผลักดันร่างรัฐธรรมนูญฉบับใหม่หลังประชามติผ่าน นายปิยบุตร ตอบว่า การแก้ไขรัฐธรรมนูญมีความยาก แม้ชนะประชามติถล่มทลาย โดยมีความยากอยู่ 2 ขั้น คือ 1. กับดักกลไกที่ศาลรัฐธรรมนูญวางเอาไว้เต็มไปหมด ทั้งห้ามมีสมาชิกสภาร่างรัฐธรรมนูญ (ส.ส.ร.) มาจากการเลือกตั้ง ให้คนร่างรัฐธรรมนูญเป็นรัฐสภา ถึงเกิดสูตร 20 หยิบ 1 ครั้งที่แล้วถูกตีตกไป ดังนั้นกลไกดังกล่าวทำให้ประชาชนจำนวนมากไม่แฮปปี้กับโมเดลการทำรัฐธรรมนูญแบบนี้

2. พอจริงแล้วจะเกิดปัญหา สีน้ำเงินที่มีเกือบ 200 เสียง และสมาชิกวุฒิสภา (สว.) เป็นฝั่งไหนอีก สูตร 20 หยิบ 1 เขาจะได้เยอะที่สุด จนกลายเป็นกรรมาธิการร่างรัฐธรรมนูญเยอะที่สุด ก็กลัวกันอีก จนรู้สึกว่าอย่าไปให้เขาเลย มันเลยกลายเป็นพาราดอกซ์หรือย้อนแย้ง อยากแก้รัฐธรรมนูญใจจะขาด มีประชามติมาแบบนี้ด้วย แต่ขณะเดียวกัน หากเริ่มการแก้ไขรัฐธรรมนูญก็เจอกับดักที่คำวินิจฉัยศาลรัฐธรรมนูญ และองค์ประกอบของรัฐสภาที่เป็นแบบนี้ จนทำให้เกิดความกังวลใจอีกว่า เสร็จแล้วคนร่างจะกลายเป็นสีน้ำเงินยึดหมดหรือไม่ จึงกลายเป็นกลับไม่ได้ ไปไม่ถึง

“อารมณ์คนอยากแก้สูงมาก ผลประชามติถึงออกมาแบบนี้ แต่คนอยากแก้กลัวว่ากระบวนการแก้ ถ้าทำตามที่ศาลรัฐธรรมนูญล็อกไว้ มันจะไปจบที่สีน้ำเงินยึดกรรมาธิการยกร่างเกือบหมด ในขณะเดียวกันรัฐบาลก็ชิลเลย เพราะเขาบอกอ้าว ผมไม่อยากแก้ แต่ถ้าคุณอยากแก้ คุณบอกว่าเป็นประชามติใช่ไหม คุณต้องเดินตามเส้นทางที่มีอยู่แล้ว มันเลยปิดล็อกอยู่แบบนี้ แต่วันนี้ยังพอกล้อมแกล้มไปได้ โดยแก้รัฐธรรมนูญ เพื่อไม่ให้มีอำนาจ สว. ในการแก้รัฐธรรมนูญอีก”

นายปิยบุตร เผยอีกว่า ส่วนกรณีที่พรรคประชาชนเตรียมขยับเรื่องนี้นั้น จนถึงวันนี้ไม่รู้พรรคประชาชนและภาคประชาชนจะรณรงค์เรื่องนี้อย่างไร และขณะนี้มีร่างแก้ไขรัฐธรรมนูญจาก 2 พรรค คือ พรรคภูมิใจไทยและพรรคประชาชนที่ค้างอยู่ จะเอากลับมาใหม่หรือเริ่มกันใหม่ หรือทำตามที่ นายปริญญา เทวานฤมิตรกุล อาจารย์ประจำคณะนิติศาสตร์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ระบุให้เปลี่ยนไปแก้รายมาตรา แต่ปัญหาคือ เสียง สว. 1 ใน 3 หาจากไหน มันยากขึ้นตรงนี้ แต่เมื่อประเมินจากดุลอำนาจ ก็เอาเท่าที่มันพอได้ ค่อยๆ ปลดกุญแจทีละดอก.

อ่านข่าวต้นฉบับได้ที่ : “ปิยบุตร” ตีแผ่แผนยุบพรรคประชาชน เตือนระวังรัฐธรรมนูญใหม่กลายเป็นฉบับสีน้ำเงิน

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

ตามข่าวก่อนใครได้ที่
- Website : www.thairath.co.th
- LINE Official : Thairath

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...