คอมมานโดรวบหนุ่มภูเก็ต เปิดบัญชีม้าหลอกลงทุนเสียหายนับล้าน พบประวัติโชกโชน
เมื่อวันที่ 6 เม.ย. พล.ต.ท.ณัฐศักดิ์ เชาวนาศัย ผบช.ก. พล.ต.ต.ธีรชาติ ธีรชาติธำรง ผบก.ปพ. ได้สั่งการให้ พ.ต.อ.อภิชน ขันกา ผกก.4 บก.ปพ. โดย พ.ต.ท.ไพบูลย์ พิมพ์กำเนิด สว.กก.4 บก.ปพ. นำกำลังเจ้าหน้าที่ กองกำกับ 4 กองบังคับการปฏิบัติการพิเศษ (บก.ปพ.) ร่วมกันจับกุม นายฐิติกร อายุ 34 ปี ชาวภูเก็ต ผู้ต้องหาตามหมายจับของศาลจังหวัดธัญบุรี ที่ 135/2566 ลงวันที่ 20 มีนาคม 2566 ในความผิดฐาน “ฉ้อโกงโดยแสดงตนเป็นคนอื่น และร่วมกันโดยทุจริตหรือโดยหลอกลวง นำเข้าสู่ระบบคอมพิวเตอร์อันเป็นเท็จ โดยประการที่น่าจะเกิดความเสียหายแก่บุคคลใดบุคคลหนึ่ง” โดยจับกุมได้บริเวณสถานีขนส่งสายใต้ แขวงฉิมพลี เขตตลิ่งชัน กรุงเทพมหานคร ช่วงเช้าที่ผ่านมา
สืบเนื่องจากเมื่อช่วงปี 2565 ผู้เสียหายได้เล่นโซเชียล พบแอปพลิเคชันไลน์ ชื่อ “ผู้เชี่ยวชาญ กรรวี” ได้ทักมาชวนร่วมลงทุน โดยจะได้ผลกำไรดี จึงได้เกิดความสนใจและร่วมลงทุน ซึ่งมีการหลอกให้ลงเงินเรื่อยมาเป็นเงินจำนวนกว่า 1,025,678 บาท แต่กลับไม่ได้ผลกำไรอย่างที่ตกลงกัน ต่อมาก็ไม่สามารถติดต่อแอปไลน์ดังกล่าวได้ จึงมั่นใจว่าถูกมิจฉาชีพหลอกลวง จึงได้ไปแจ้งความร้องทุกข์ที่ สภ.ธัญบุรี และมีการออกหมายจับไว้
ต่อมาเจ้าหน้าที่ตำรวจชุดจับกุมสืบสวนทราบว่านายฐิติกร ได้หลบหนีมาอยู่ในพื้นที่ตลิ่งชัน ก่อนจะลงพื้นที่สืบสวนหาข่าวจนทราบว่าผู้ต้องหาจะมาทำธุระแถวสถานีขนส่งสายใต้ จึงเร่งนำกำลังไปสังเกตการณ์ จนพบบุคคลมีตำหนิรูปพรรณคล้ายผู้ต้องหาตามหมายจับ จึงได้แสดงตัวเป็นเจ้าหน้าที่ตำรวจ โดยนายฐิติกร ยอมรับว่าเป็นบุคคลตามหมายจับฉบับนี้จริง เบื้องต้นให้การว่าแฟนสาวได้นำบัญชีของตนเองรับจ้างเปิดบัญชีได้เงินมาจำนวน 300 บาท แต่ไม่ทราบว่าบัญชีถูกนำไปใช้รับเงินที่ได้จากการหลอกลวง เพิ่งมารู้ตอนที่ตำรวจนำหมายมาจับ ซึ่งหลังจากนี้ จะนำตัวผู้ต้องหาส่งพนักงานสอบสวน สภ.ธัญบุรี ดำเนินคดีต่อไป
อย่างไรก็ตามเจ้าหน้าที่ยังไม่ปักใจเชื่อ เนื่องจากการตรวจสอบยังพบว่าช่วงปี 2568 ผู้ต้องหารายนี้ยังได้ก่อเหตุใช้แอปพลิเคชัน “TIKTOK” หลอกผู้เสียหายให้ทำภารกิจโอนเงินร่วมลงทุน โดยแจ้งว่าจะได้ผลตอบแทนรายได้ดี และสามารถถอนเงินได้ตามปกติ รวมถึงหลอกให้อัปเกรดเงินลงทุนเพื่อรับผลตอบแทนที่สูงขึ้น ผู้เสียหายหลงเชื่อโอนเงินไปจำนวน 75,000 บาท แต่ไม่สามารถถอนเงินได้ คนร้ายได้โน้มน้าวให้โอนเงินเพิ่มอีก จึงสามารถถอนเงินได้ ผู้เสียหายจึงเชื่อว่าถูกหลอกลวง และจากแนวทางการสืบสวนยังพบว่า กลุ่มผู้ต้องหาน่าจะมีหลายคน แบ่งหน้าที่กันทำเป็นขบวน มีการนำบัญชีธนาคารทำการรับโอนเงินของผู้เสียหาย มีเงินหมุนเวียนหลายล้านบาท ซึ่งน่าจะนำบัญชีไปใช้กระทำผิดอีกหลายคดี
ทั้งนี้เจ้าหน้าที่ได้ฝากเตือนภัยรูปแบบการหลอกลวงของมิจฉาชีพเดิมๆ ซ้ำๆ หรือที่เรารู้จักในชื่อ “แก๊งสแกมเมอร์” มีประชาชนที่ถูกหลอกลวงอีกจำนวนมาก โดยมิจฉาชีพมักใช้รูปแบบคล้ายกัน เช่น อ้างผลตอบแทนสูงผิดปกติ กำไรเร็ว, ให้โหลดแอปนอกระบบ (ไม่ได้อยู่ใน App Store/Play Store จริง), มีแอดมินคอยแชตหว่านล้อม, ใช้ “บัญชีม้า” รับโอนเงิน, ช่วงแรกอาจให้ถอนเงินเล็กน้อยเพื่อสร้างความน่าเชื่อถือ ก่อนให้ลงทุนเพิ่มแล้วปิดหนี, สร้างแอปน่าเชื่อถือ หลอกฝากเงินออมหวังผลตอบแทนดอกเบี้ยอัตราสูง ขออย่าเพิ่งหลงเชื่อ ให้ตรวจสอบรายละเอียดหรือติดต่อหน่วยงานที่เกี่ยวข้องก่อนจะตัดสินใจลงทุน