โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

อาชญากรรม

คอมมานโดรวบหนุ่มภูเก็ต เปิดบัญชีม้าหลอกลงทุนเสียหายนับล้าน พบประวัติโชกโชน

เดลินิวส์

อัพเดต 6 เมษายน 2569 เวลา 21.32 น. • เผยแพร่ 2 ชั่วโมงที่ผ่านมา • เดลินิวส์
คอมมานโดรวบหนุ่มภูเก็ตคาสถานีขนส่งสายใต้ เปิดบัญชีม้าหลอกลงทุนเสียหายนับล้าน พบประวัติโชกโชน

เมื่อวันที่ 6 เม.ย. พล.ต.ท.ณัฐศักดิ์ เชาวนาศัย ผบช.ก. พล.ต.ต.ธีรชาติ ธีรชาติธำรง ผบก.ปพ. ได้สั่งการให้ พ.ต.อ.อภิชน ขันกา ผกก.4 บก.ปพ. โดย พ.ต.ท.ไพบูลย์ พิมพ์กำเนิด สว.กก.4 บก.ปพ. นำกำลังเจ้าหน้าที่ กองกำกับ 4 กองบังคับการปฏิบัติการพิเศษ (บก.ปพ.) ร่วมกันจับกุม นายฐิติกร อายุ 34 ปี ชาวภูเก็ต ผู้ต้องหาตามหมายจับของศาลจังหวัดธัญบุรี ที่ 135/2566 ลงวันที่ 20 มีนาคม 2566 ในความผิดฐาน “ฉ้อโกงโดยแสดงตนเป็นคนอื่น และร่วมกันโดยทุจริตหรือโดยหลอกลวง นำเข้าสู่ระบบคอมพิวเตอร์อันเป็นเท็จ โดยประการที่น่าจะเกิดความเสียหายแก่บุคคลใดบุคคลหนึ่ง” โดยจับกุมได้บริเวณสถานีขนส่งสายใต้ แขวงฉิมพลี เขตตลิ่งชัน กรุงเทพมหานคร ช่วงเช้าที่ผ่านมา

สืบเนื่องจากเมื่อช่วงปี 2565 ผู้เสียหายได้เล่นโซเชียล พบแอปพลิเคชันไลน์ ชื่อ “ผู้เชี่ยวชาญ กรรวี” ได้ทักมาชวนร่วมลงทุน โดยจะได้ผลกำไรดี จึงได้เกิดความสนใจและร่วมลงทุน ซึ่งมีการหลอกให้ลงเงินเรื่อยมาเป็นเงินจำนวนกว่า 1,025,678 บาท แต่กลับไม่ได้ผลกำไรอย่างที่ตกลงกัน ต่อมาก็ไม่สามารถติดต่อแอปไลน์ดังกล่าวได้ จึงมั่นใจว่าถูกมิจฉาชีพหลอกลวง จึงได้ไปแจ้งความร้องทุกข์ที่ สภ.ธัญบุรี และมีการออกหมายจับไว้

ต่อมาเจ้าหน้าที่ตำรวจชุดจับกุมสืบสวนทราบว่านายฐิติกร ได้หลบหนีมาอยู่ในพื้นที่ตลิ่งชัน ก่อนจะลงพื้นที่สืบสวนหาข่าวจนทราบว่าผู้ต้องหาจะมาทำธุระแถวสถานีขนส่งสายใต้ จึงเร่งนำกำลังไปสังเกตการณ์ จนพบบุคคลมีตำหนิรูปพรรณคล้ายผู้ต้องหาตามหมายจับ จึงได้แสดงตัวเป็นเจ้าหน้าที่ตำรวจ โดยนายฐิติกร ยอมรับว่าเป็นบุคคลตามหมายจับฉบับนี้จริง เบื้องต้นให้การว่าแฟนสาวได้นำบัญชีของตนเองรับจ้างเปิดบัญชีได้เงินมาจำนวน 300 บาท แต่ไม่ทราบว่าบัญชีถูกนำไปใช้รับเงินที่ได้จากการหลอกลวง เพิ่งมารู้ตอนที่ตำรวจนำหมายมาจับ ซึ่งหลังจากนี้ จะนำตัวผู้ต้องหาส่งพนักงานสอบสวน สภ.ธัญบุรี ดำเนินคดีต่อไป

อย่างไรก็ตามเจ้าหน้าที่ยังไม่ปักใจเชื่อ เนื่องจากการตรวจสอบยังพบว่าช่วงปี 2568 ผู้ต้องหารายนี้ยังได้ก่อเหตุใช้แอปพลิเคชัน “TIKTOK” หลอกผู้เสียหายให้ทำภารกิจโอนเงินร่วมลงทุน โดยแจ้งว่าจะได้ผลตอบแทนรายได้ดี และสามารถถอนเงินได้ตามปกติ รวมถึงหลอกให้อัปเกรดเงินลงทุนเพื่อรับผลตอบแทนที่สูงขึ้น ผู้เสียหายหลงเชื่อโอนเงินไปจำนวน 75,000 บาท แต่ไม่สามารถถอนเงินได้ คนร้ายได้โน้มน้าวให้โอนเงินเพิ่มอีก จึงสามารถถอนเงินได้ ผู้เสียหายจึงเชื่อว่าถูกหลอกลวง และจากแนวทางการสืบสวนยังพบว่า กลุ่มผู้ต้องหาน่าจะมีหลายคน แบ่งหน้าที่กันทำเป็นขบวน มีการนำบัญชีธนาคารทำการรับโอนเงินของผู้เสียหาย มีเงินหมุนเวียนหลายล้านบาท ซึ่งน่าจะนำบัญชีไปใช้กระทำผิดอีกหลายคดี
ทั้งนี้เจ้าหน้าที่ได้ฝากเตือนภัยรูปแบบการหลอกลวงของมิจฉาชีพเดิมๆ ซ้ำๆ หรือที่เรารู้จักในชื่อ “แก๊งสแกมเมอร์” มีประชาชนที่ถูกหลอกลวงอีกจำนวนมาก โดยมิจฉาชีพมักใช้รูปแบบคล้ายกัน เช่น อ้างผลตอบแทนสูงผิดปกติ กำไรเร็ว, ให้โหลดแอปนอกระบบ (ไม่ได้อยู่ใน App Store/Play Store จริง), มีแอดมินคอยแชตหว่านล้อม, ใช้ “บัญชีม้า” รับโอนเงิน, ช่วงแรกอาจให้ถอนเงินเล็กน้อยเพื่อสร้างความน่าเชื่อถือ ก่อนให้ลงทุนเพิ่มแล้วปิดหนี, สร้างแอปน่าเชื่อถือ หลอกฝากเงินออมหวังผลตอบแทนดอกเบี้ยอัตราสูง ขออย่าเพิ่งหลงเชื่อ ให้ตรวจสอบรายละเอียดหรือติดต่อหน่วยงานที่เกี่ยวข้องก่อนจะตัดสินใจลงทุน

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...