โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

การเมือง

เปิด 23 นโยบายรัฐบาลอนุทิน เตรียมแถลงต่อสภาฯ 9-10 เม.ย.นี้ ไม่ปรากฏ ‘แก้รัฐธรรมนูญ’ เป็นนโยบายเร่งด่วน

The Momentum

อัพเดต 6 เมษายน 2569 เวลา 19.40 น. • เผยแพร่ 1 ชั่วโมงที่ผ่านมา • THE MOMENTUM

วันนี้ (6 เมษายน 2569) อนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย จะนำคณะรัฐมนตรี (ครม.) ทั้ง 35 คน เดินทางเข้าเฝ้าฯ ถวายสัตย์ปฏิญาณก่อนปฏิบัติหน้าที่ รวมถึงจัดประชุม ครม.นัดพิเศษเพื่อเตรียมความพร้อมต่อการแถลงนโยบายรัฐบาลต่อรัฐสภา ในวันที่ 9-10 เมษายน 2569

ล่าสุดมีรายงานว่า รัฐบาลร่างคำแถลงนโยบายรัฐบาลแล้วเสร็จเป็นที่เรียบร้อย โดยมีความยาวทั้งหมด 21 หน้า ประกอบไปด้วยนโยบายด้านเศรษฐกิจ ด้านการต่างประเทศ ด้านความมั่นคง ด้านสังคม ด้านภัยพิบัติและสิ่งแวดล้อม รวมไปถึงด้านการบริหารภาครัฐและปฏิรูปกฎหมาย โดยยึดหลักการทำงานไว้ 3 ประการ ดังนี้

1. พิทักษ์รักษาไว้ซึ่งสถาบันชาติ ศาสนา และพระมหากษัตริย์

2. ยึดมั่นในการปกครองในระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข

3. ยึดมั่นในหลักนิติธรรม การบังคับใช้กฎหมายอย่างเป็นธรรมและการบริหารราชการแผ่นดินบนพื้นฐานของธรรมาภิบาล เพื่อประโยชน์ของพี่น้องประชาชน

ทั้งนี้ในคำแถลงนโยบายรัฐบาลมีนโยบายเร่งด่วนทั้งหมด 23 ข้อ ได้แก่

1. สร้างโอกาสเริ่มต้นและเติบโตอย่างทั่วถึงให้กับทุกกลุ่มอย่างเท่าเทียม เพื่อสร้างงาน สร้างอาชีพให้กับคนไทย ผ่านการเร่งจัดการภาระที่บั่นทอนศักยภาพการเติบโตของคนไทย สนับสนุนการเข้าถึงองค์ความรู้ แหล่งทุน และเทคโนโลยีตามความต้องการของแต่ละกลุ่ม อีกทั้งยังส่งเสริมให้ผู้ประกอบการโดยเฉพาะ SMEs เข้าสู่ธุรกิจและแหล่งเงินทุน

2. ปรับโครงสร้างเศรษฐกิจไทยให้เติบโต แข่งขันได้อย่างยั่งยืน โดยจะยกระดับศักยภาพเศรษฐกิจ สังคม รวมถึงคนไทย ให้ได้ประโยชน์สูงสุดจากเศรษฐกิจดิจิทัล ปรับปรุงระบบส่งเสริมการลงทุนให้เอื้อต่อการพัฒนาและการปรับโครงสร้างไปสู่อุตสาหกรรมเป้าหมายของประเทศ และเพิ่มบทบาทเอกชนในการระดมทุนพัฒนาโครงสร้างพื้นฐาน

3. เชื่อมไทยสู่เศรษฐกิจโลก สร้างพันธมิตรการค้า โดยส่งเสริมการพัฒนาแพลตฟอร์มการค้าดิจิทัลของประเทศ ตลอดจนกำหนดกลไกควบคุมการส่งสินค้าที่นำเข้ามาในประเทศเพื่อส่งออกโดยไม่มีการสร้างมูลค่าเพิ่มให้ประเทศ ผลักดันสินค้าและบริการไทยสู่สากลโดยทีมประเทศไทย

4. เปลี่ยนผ่านจากเกษตรกรรมแบบดั้งเดิม ไปสู่การเกษตรแม่นยำ เกษตรมั่นคง เกษตรยั่งยืน ควบคู่ไปกับการสร้างมูลค่าเพิ่มตลอดห่วงโซ่อุปทาน เพื่อยกระดับรายได้และคุณภาพชีวิตของเกษตรกรไทย

5. สร้างไทยเป็นจุดหมายการเดินทางสำคัญในภูมิภาค ยกระดับภาคการท่องเที่ยวจากเน้นปริมาณไปสู่การสร้างมูลค่าสูง ผ่านการพัฒนาให้ไทยเป็นจุดหมายในการเดินทาง 365 วัน และยกระดับความปลอดภัย สร้างความมั่นใจให้นักท่องเที่ยว

6. เร่งเสริมสร้างสถานะและความเชื่อมั่นต่อไทยในเวทีโลก ผ่านการแสดงบทบาทเชิงรุกในเวทีโลกอย่างสร้างสรรค์ ยึดมั่นในระบอบพหุภาคีโดยเฉพาะกรอบสหประชาชาติ หลักกฎหมายระหว่างประเทศ หลักการและค่านิยมสากล เพื่อให้ไทยมีบทบาทนำในอาเซียนรับมือกับความท้าทายจากสถานการณ์โลก

7. เสริมสร้างเสถียรภาพ โดยยึดผลประโยชน์ของไทยเป็นที่ตั้งและรักษาปฏิสัมพันธ์ที่ดีกับทุกขั้วอำนาจในบริบทโลกหลายขั้ว กระชับความสัมพันธ์กับมหาอำนาจขนาดกลางและพันธมิตรใหม่ในภูมิภาคต่างๆ

8. ขับเคลื่อนการทูตเศรษฐกิจที่ขยายโอกาสให้ประชาชนและธุรกิจไทยผ่านการบูรณาการการทำงานในลักษณะ ‘ทีมประเทศไทย’ เร่งผลักดันให้ไทยเข้าเป็นสมาชิก OECD ภายในปี 2571

9. ส่งเสริมความมั่นคงชายแดนให้ปราศจากภัยคุกคามทุกรูปแบบ และการแก้ไขปัญหาข้ามพรมแดนร่วมกับประเทศเพื่อนบ้านและประเทศในภูมิภาค สานต่อความพยายามในการแก้ไขสถานการณ์ไทย-กัมพูชา ด้วยสันติวิธีและกลไกทวิภาคีที่มีอยู่ รวมถึงเร่งศึกษาแนวทางการยกเลิก MOU 2544 ให้แล้วเสร็จโดยเร็ว

10. สร้างความมั่นคงปลอดภัยในชีวิตและทรัพย์สินของประชาชน ไม่ว่าจะเป็น บูรณาการการบังคับใช้กฎหมายต่อผู้กระทำผิดและผู้มีอิทธิพลอย่างจริงจัง ปราบปรามการพนันทุกรูปแบบอย่างเข้มข้น ปราบปรามยาเสพติด รวมถึงทบทวนนโยบายการเข้าเมือง (Free Visa) และกฎหมายที่เกี่ยวข้องเพื่อตัดช่องทางการเงินของเครือข่ายสแกมเมอร์ อาชญากรข้ามชาติทุกรูปแบบ ซึ่งรวมถึงการฟอกเงินและทุนเทา

11. พัฒนาระบบการป้องกันประเทศและพัฒนาศักยภาพของกองทัพให้มีความพร้อม เหมาะสม และสอดคล้องกับบริบทความมั่นคงทั้งในปัจจุบันและอนาคต

12. พัฒนาระบบทหารอาสาและการปฏิรูประบบเกณฑ์ทหาร โดยรัฐบาลจะดำเนินโครงการทหารอาสา 1 แสนอัตรา ควบคู่ไปกับการจัดทำระบบพัฒนาทักษะตามความสนใจและต้องการของตลาดแรงงาน เพื่อให้การรับราชการทหารเป็นเส้นทางพัฒนาศักยภาพเยาวชน และเป็นฐานรองรับการปรับระบบเกณฑ์ทหารไปสู่ระบบสมัครใจในระยะยาว

13. เรียนฟรีมีจริง เรียนฟรีมีงานทำ และเรียนรู้ได้ทุกที่ ทุกเวลา ให้ความสำคัญกับการลงทุนในมนุษย์ โดยจะปรับหลักสูตรการศึกษา รูปแบบการเรียนรู้และการจ้างงานให้มีความยืดหยุ่น และสอดรับกับแนวโน้มการเปลี่ยนแปลงวิถีชีวิตของตลาดแรงงานในอนาคต

14. พัฒนาระบบประกันสุขภาพของคนไทยให้สามารถรักษาทุกที่ได้ทันที โดยปรับปรุงการบริหารจัดการระบบประกันสุขภาพให้มีประสิทธิภาพ และปรับปรุงกฎหมายประกันสังคมที่รองรับกับรูปแบบการจ้างงานในเศรษฐกิจสมัยใหม่

15. เสริมสร้างสถาบันครอบครัวอันเป็นองค์ประกอบพื้นฐานที่สำคัญของสังคมและสร้างชุมชนเข้มแข็งเพื่อรองรับการเปลี่ยนแปลงโครงสร้างประชากรไทย

16. บริหารจัดการน้ำและป้องกันภัยพิบัติอย่างเป็นระบบ ผ่านการพัฒนาข้อมูลขนาดใหญ่ (Big Data) และใช้ AI ในการวิเคราะห์ พยากรณ์ ข้อมูลการบริหารจัดการน้ำ

17. พัฒนาระบบประกันภัยพิบัติแห่งชาติ

18. ผลักดันให้ประเทศบรรลุเป้าหมายการปล่อยก๊าซเรือนกระจกสุทธิให้เป็นศูนย์ภายในปี 2050

19. การอนุรักษ์และใช้ทรัพยากรธรรมชาติอย่างมีคุณค่าและสมดุล โดยเร่งจัดสรรที่ดินทำกินควบคู่ไปกับการสร้างงาน สร้างอาชีพให้ชุมชน เพื่อลดการบุกรุกและรักษาพื้นที่ป่า ตลอดจนจัดทำผังเมืองที่สนับสนุนการใช้ประโยชน์ที่ดินตามศักยภาพและทรัพยากรในพื้นที่

20. ราชการทันใจเปลี่ยนผ่านสู่ระบบดิจิทัลอัจฉริยะอย่างเป็นธรรม ผ่านการเร่งพัฒนารัฐบาลดิจิทัลที่เชื่อมโยงกันทั้งระบบ และผลักดันการเปิดเผยข้อมูลของภาครัฐ ปรับปรุงการทำงานของภาครัฐให้ตอบสนองต่อความต้องการของประชาชน โปร่งใส ตรวจสอบได้ และมีประชาชนเป็นศูนย์กลาง

21. ปฏิรูประบบราชการ เสริมสร้างวินัยทางการเงินและการคลังของรัฐอย่างเป็นระบบ

22. การพัฒนากฎหมายเพื่อให้ประชาชนมีชีวิตที่ดีขึ้น โดยจะทบทวนกฎหมายที่ใช้บังคับให้สอดคล้องกับสถานการณ์ที่เปลี่ยนแปลงไป เร่งยกเลิกกฎหมายที่หมดความจำเป็นหรือซ้ำซ้อนกับกฎหมายอื่น

23. แก้ปัญหาคอร์รัปชันเชิงโครงสร้างอย่างจริงจัง โดยกำหนดมาตรฐานทางจริยธรรมและประพฤติมิชอบเพื่อให้ปลอดจากการทุจริต รวมถึงเปิดเผยข้อมูลสาธารณะให้สอดคล้องกับหลักปฏิบัติของ OECD

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...