ชาวมะกัน เผชิญสินค้าแพงขึ้น ผลพวงทรัมป์นำสหรัฐร่วมสงครามอิหร่าน
สงครามตอ.กลางสะเทือนชาวมะกันแล้ว ขนส่งแพงขึ้น ราคาน้ำมันพุ่งแรงรอบ 4 ปี
เมื่อวันที่ 4 เมษายน สำนักข่าวต่างประเทศรายงานว่า สงครามสู้รบในตะวันออกกลางที่ยืดเยื้อนานเกิน 5 สัปดาห์ โดยกองทัพสหรัฐอเมริกาภายใต้คำสั่งของโดนัลด์ ทรัมป์ ประธานาธิบดีสหรัฐ จับมือกับอิสราเอล เข้าทำสงครามกับอิหร่าน ก่อนลุกลามขยายพื้นที่สู้รบไปทั่วตะวันออกกลาง ส่งผลกระทบต่อเศรษฐกิจในประเทศสหรัฐแล้ว
แม็ต ชูลซ์ นักวิเคราะห์การเงินผู้บริโภคอาวุโสของเล็นดิ้งทรี กล่าวว่า ผลกระทบเกิดขึ้นเริ่มเป็นวงกว้าง ตั้งแต่ดอกเบี้ยจำนอง การเดินทาง ตลอดจนราคาสินค้า ในสหรัฐต่างเผชิญกับข้อจำกัดในการใช้จ่ายอยู่แล้ว สถานการณ์นี้ยิ่งทำให้เหตุการณ์แย่ลงไปอีก
เคท วู้ด ผู้เชี่ยวชาญด้านสินเชื่อจากเนิร์ดวอลเล็ต บอกว่า หลายภาคส่วนของเศรษฐกิจเริ่มสัมผัสได้ถึงผลกระทบจากราคาสินค้าแพงขึ้น แม้สงครามจะยุติลง เปิดช่องแคบฮอร์มุซให้เรือขนส่งน้ำมันและเรืออื่นๆ ผ่านได้ ราคาสินค้าจะไม่ลดลงทันที นับเป็นแรงกดดันทางการเงินสำหรับชาวอเมริกันหลายล้านคนที่ยังไม่ฟื้นตัวจากภาวะเงินเฟ้อนับตั้งแต่เกิดการระบาดของโรคโควิด-19
สำหรับในวันที่ 3 เมษายน ที่ผ่านมา ราคาน้ำมันเฉลี่ยในสหรัฐเพิ่มขึ้นเป็น 4.09 ดอลลาร์ต่อแกลลอน เพิ่มขึ้นกว่า 1 ดอลลาร์จากก่อนเกิดสงคราม และสูงสุดตั้งแต่สิงหาคม 2022 โดยออสตัน กูลส์บี ประธานธนาคารกลางในชิคาโก กล่าวว่า ถ้าค่าใช้จ่ายด้านการขนส่งสูงขึ้น จะส่งผลต่อราคาสินค้าอื่นๆ ด้วย ผู้บริโภคจะเริ่มรู้สึกตกใจจากราคาที่สูงขึ้น ขณะที่มีความกังวลเรื่องค่าครองชีพอยู่แล้ว นี่จะเป็นภาระเพิ่มเข้าไปอีก
ราคาดีเซล ถูกใช้ในภาคเกษตรกรรม การก่อสร้าง และการขนส่ง พุ่งสูงกว่าน้ำมันเบนซินในสหรัฐ ราคาโดยเฉลี่ยสัปดาห์นี้อยู่ที่ 5.53 ดอลลาร์ต่อแกลลอน เพิ่มจาก 3.64 ดอลลาร์เมื่อปี 2025 ฟิล แฮมป์ตัน พนักงานส่งของพาร์ตไทม์ใกล้กับดัลลัส บอกว่า สถานการณ์ที่กำลังเกิดขึ้นทำให้คิดว่าควรทำงานนี้ต่อไปหรือไม่
ทั้งนี้ราคาน้ำมันโลกที่สูงขึ้นยังทำให้ค่าตั๋วเครื่องบินเพิ่มขึ้น เพราะค่าเชื้อเพลิงคิดเป็นหนึ่งในห้าของค่าใช้จ่ายทั้งหมดของอุตสาหกรรมการบิน ตั้งแต่วันที่ 9 มีนาคม ราคาตั๋วเครื่องบินเฉลี่ยทั่วโลกเพิ่มขึ้นเป็น 465 ดอลลาร์ เพิ่มขึ้น 24% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีที่แล้ว นอกจากนี้ สายการบินอย่าง เจ็ทบลู และยูไนเต็ด ยังปรับขึ้นค่าธรรมเนียมสัมภาระด้วย
จากสำรวจของเล็นดิ้งทรีพบว่า เกือบหนึ่งในสามของชาวอเมริกันกล่าวว่า ได้ลดการใช้จ่ายและออมการเงินเนื่องจากราคาน้ำมันที่สูงขึ้น กูลส์บีกล่าวว่า ถ้าผู้บริโภคลดการใช้จ่ายไม่ว่าจะด้วยเหตุผลใดก็ตาม นั่นจะส่งผลไม่ดีต่ออัตราการว่างงาน และการเติบโตทางเศรษฐกิจ
ขณะเดียวกัน บริษัทขนส่งเริ่มคิดค่าธรรมเนียมน้ำมันเพิ่มเติม หลังจากสงครามอิหร่านทำให้ราคาน้ำมันโลกสูงขึ้น ไปรษณีย์สหรัฐประกาศเมื่อเดือนมีนาคมว่าจะคิดค่าธรรมเนียมเพิ่ม 8% สำหรับบริการจดหมายด่วนพิเศษ จดหมายด่วน บริการจัดส่งพื้นดิน และบริการเลือกส่งพัสดุ ด้านอเมซอนก็ประกาศว่า ตั้งแต่ 17 เมษายน จะคิดค่าธรรมเนียมน้ำมัน 3.5% และเฟดเอกซ์ รวมถึงยูพีเอสก็ได้เริ่มเรียกเก็บค่าธรรมเนียมน้ำมันเช่นกัน สงครามยังส่งผลกระทบในตลาดที่อยู่อาศัย โดยอัตราดอกเบี้ยจำนองเพิ่มขึ้นติดต่อกัน 5 สัปดาห์ หลังจากที่เคยลดต่ำกว่า 6% ชั่วคราวในปลายเดือนกุมภาพันธ์ อัตราดอกเบี้ยสำหรับสินเชื่อบ้านแบบ 30 ปี อยู่ที่ 6.46% เมื่อวันที่ 2 เมษายน สูงสุดตั้งแต่กันยายน 2025
สงครามอาจส่งผลต่อค่าใช้จ่ายการกู้ยืมอื่นๆ ด้วย เนื่องจากธนาคารกลางสหรัฐกำลังพิจารณาว่าจะลดอัตราดอกเบี้ยหรือไม่ โดยในเดือนมีนาคม เฟดระบุว่าจะยังคงอัตราเดิมไว้ แต่กำลังประเมินผลกระทบทางเศรษฐกิจจากสงครามอิหร่าน ท่ามกลางความกังวลเรื่องเงินเฟ้อที่สูงขึ้น ทั้งนี้ นักเศรษฐศาสตร์บางรายเชื่อว่าเฟดจะยังไม่ลดดอกเบี้ยตลอดทั้งปี 2026
อ่านข่าวต้นฉบับได้ที่ : ชาวมะกัน เผชิญสินค้าแพงขึ้น ผลพวงทรัมป์นำสหรัฐร่วมสงครามอิหร่าน
ติดตามข่าวล่าสุดได้ทุกวัน ที่นี่
– Website : https://www.matichon.co.th