เพนตากอน ดัน AI “Maven” เป็นระบบหลักกองทัพสหรัฐฯ
กระทรวงกลาโหมสหรัฐฯ ยกระดับระบบ AI วิเคราะห์เป้าหมายของ Palantir เป็น “โปรแกรมหลัก” ภายในปีงบประมาณนี้ เสริมศักยภาพสงครามยุคใหม่ หนุนรายได้-มูลค่าบริษัทพุ่งต่อเนื่อง
21 มี.ค. 69 สำนักข่าว Reuters รายงานว่ากระทรวงกลาโหมสหรัฐฯ (Pentagon) เตรียมนำระบบปัญญาประดิษฐ์ Maven ของ Palantir Technologies มาใช้เป็นระบบหลักของกองทัพสหรัฐฯ อย่างเป็นทางการ ตามบันทึกภายในที่ได้รับการตรวจสอบ
Steve Feinberg รองปลัดกระทรวงกลาโหมสหรัฐฯ ระบุในจดหมายลงวันที่ 9 มี.ค. ถึงผู้นำเพนตากอนและผู้บัญชาการกองทัพว่า การฝังระบบ Maven Smart System จะช่วยให้กองกำลังมี “เครื่องมือที่ทันสมัยที่สุด” สำหรับการตรวจจับ ยับยั้ง และเอาชนะศัตรูในทุกมิติ
การตัดสินใจดังกล่าวคาดว่าจะมีผลภายในสิ้นปีงบประมาณปัจจุบันในเดือนกันยายนนี้ โดยการยกระดับ Maven เป็น “program of record” จะช่วยให้การใช้งานครอบคลุมทุกเหล่าทัพ และได้รับงบประมาณระยะยาวอย่างต่อเนื่อง
ทั้งนี้ Maven เป็นแพลตฟอร์มซอฟต์แวร์ควบคุมและสั่งการ (command-and-control) ที่ใช้ AI วิเคราะห์ข้อมูลสนามรบจากดาวเทียม โดรน เรดาร์ และรายงานข่าวกรอง เพื่อระบุเป้าหมาย เช่น ยานพาหนะ อาคาร หรือคลังอาวุธ โดยปัจจุบันถูกใช้งานอย่างกว้างขวางในกองทัพสหรัฐฯ รวมถึงปฏิบัติการโจมตีเป้าหมายจำนวนมากในอิหร่านช่วงหลายสัปดาห์ที่ผ่านมา
บันทึกดังกล่าวยังสั่งให้ย้ายการกำกับดูแลMaven จาก National Geospatial-Intelligence Agency ไปอยู่ภายใต้สำนักงาน Chief Digital and Artificial Intelligence Office ของเพนตากอนภายใน 30 วัน ขณะที่สัญญาในอนาคตกับ Palantir จะให้กองทัพบกเป็นผู้ดูแล
ความเคลื่อนไหวนี้ถือเป็นแรงหนุนสำคัญต่อ Palantir ซึ่งได้รับสัญญาจากภาครัฐเพิ่มขึ้นต่อเนื่อง รวมถึงดีลกับกองทัพบกสหรัฐฯ มูลค่าสูงสุด 1 หมื่นล้านดอลลาร์เมื่อปีที่ผ่านมา ส่งผลให้ราคาหุ้นบริษัทเพิ่มขึ้นเท่าตัวในรอบปี และมีมูลค่าตลาดเกือบ 3.6 แสนล้านดอลลาร์
อย่างไรก็ดี การใช้ AI ในการระบุเป้าหมายทางทหารยังเผชิญข้อกังวลด้านจริยธรรมและกฎหมาย โดยคณะผู้เชี่ยวชาญของ United Nations เตือนว่าระบบที่ขาดการแทรกแซงจากมนุษย์อาจมีความเสี่ยงจากอคติของข้อมูล ขณะที่ Palantir ยืนยันว่า ซอฟต์แวร์ไม่ได้ตัดสินใจสังหาร และมนุษย์ยังเป็นผู้อนุมัติเป้าหมายทุกครั้ง
นอกจากนี้ การขยายการใช้งานMaven อาจเผชิญความท้าทายจากการใช้โมเดล AI “Claude” ของ Anthropic ซึ่งเพนตากอนจัดให้เป็นความเสี่ยงด้านซัพพลายเชน ท่ามกลางข้อถกเถียงเรื่องมาตรการความปลอดภัยของ AI ในช่วงที่ผ่านมา
ที่มา : www.reuters.com