ลุย‘นอมินี’จ.ชลบุรี – สั่งปิดทันที 4บริษัท
หุ้นวิชั่น
อัพเดต 22 มีนาคม 2569 เวลา 21.06 น. • เผยแพร่ 3 ชั่วโมงที่ผ่านมา • HoonVision | หุ้นวิชั่น - หุ้น ข่าวหุ้น หุ้นไทยวันนี้ หุ้นวันนี้ หุ้นเด่น วิเคราะห์หุ้น ธุรกิจ การเงิน เศรษฐกิจ การลงทุน ดัชนีราคาหุ้นหุ้นวิชั่น - กรมพัฒนาธุรกิจการค้า พร้อมพันธมิตร ลงพื้นที่ จ.ชลบุรี ตรวจ ‘นอมินี’ ธุรกิจท่องเที่ยวและเกี่ยวเนื่อง ธุรกิจอสังหาริมทรัพย์ พบพิรุธอื้อ!! ทั้ง *ใช้สถานที่ตั้งเดียวกันหลายบริษัท *คนไทยคนเดียวถือหุ้นมากกว่า 100 บริษัท *เปลี่ยนแปลงกรรมการบริษัทฯ ทำให้สัดส่วนถือหุ้นผิด พ.ร.บ.นำเที่ยว สั่งปิดทันที 4 บริษัท
และ *ต่างชาติฝ่าฝืนประกอบธุรกิจโดยไม่ได้รับอนุญาต …ลงตรวจ 3 วัน พบนิติบุคคลที่ต้องบูรณาการพันธมิตรตรวจเชิงลึกกว่า 100 บริษัท!!หากพบผิดจริงทั้งไทยและเทศต้องรับผิดชอบร่วมกัน เอาให้หนัก!!โทษจำคุกไม่เกิน 3 ปี ปรับตั้งแต่ 100,000-1,000,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ สัญญาจะทำสุดพลัง..ปราบปรามนอมินีให้หมดสิ้นไป
นายพูนพงษ์ นัยนาภากรณ์ อธิบดีกรมพัฒนาธุรกิจการค้า กระทรวงพาณิชย์ เปิดเผยว่า ระหว่างวันที่ 18 - 20 มีนาคม 2569 ทีมปราบนอมินีของกรมพัฒนาธุรกิจการค้า และหน่วยงานพันธมิตร ได้แก่ กรมการท่องเที่ยว โดย สำนักงานทะเบียนธุรกิจนำเที่ยวและมัคคุเทศก์ สาขาภาคตะวันออก ตำรวจท่องเที่ยว กรมสอบสวนคดีพิเศษ (DSI) สำนักงานตรวจคนเข้าเมือง และสำนักงานพาณิชย์จังหวัดชลบุรี ได้บูรณาการความร่วมมือลงพื้นที่เมืองพัทยา จ.ชลบุรี เพื่อตรวจสอบธุรกิจที่เข้าข่ายต้องสังสัยว่าจะเป็นนอมินี โดยเน้นที่กลุ่มธุรกิจท่องเที่ยวและเกี่ยวเนื่อง และธุรกิจอสังหาริมทรัพย์
ปฏิบัติการดังกล่าวเริ่มต้นจากการตรวจสอบสำนักงานบัญชีและสำนักงานกฎหมาย รวม 4 แห่ง ที่ใช้ที่ตั้งบริษัทแห่งเดียวจดทะเบียนอยู่หลายบริษัท รวมถึง ผู้ถือหุ้นคนไทยคนเดียวมีชื่อถือหุ้นอยู่ในบริษัทมากกว่า 100 บริษัท ต้องลงทุนรวมกันไม่ต่ำกว่าสามร้อยล้านบาท ซึ่งเป็นกลุ่มที่คาดว่ามีการถือหุ้นแทนคนต่างด้าว หรือช่วยเหลือ สนับสนุน ให้คำแนะนำ เพื่อให้คนต่างด้าวสามารถประกอบธุรกิจที่ต้องห้ามหรือต้องได้รับอนุญาตตามพระราชบัญญัติการประกอบธุรกิจของคนต่างด้าว พ.ศ. 2542 โดยกรมฯ ได้ให้ผู้ที่เกี่ยวข้องชี้แจงข้อเท็จจริงโดยด่วน หากพบว่าเข้าข่ายการกระทำความผิดจะดำเนินการตามกฎหมายให้ถึงที่สุด
อธิบดีกล่าวต่อว่า หลังจากนั้น ได้ลงพื้นที่ตรวจสอบนิติบุคคลซึ่งประกอบธุรกิจนำเที่ยวที่ีมีพฤติกรรมในลักษณะคนต่างชาติใช้ให้คนไทยเป็นนอมินี เบื้องต้นพบว่า มีนิติบุคคล 4 ราย ที่มีการเปลี่ยนแปลงกรรมการบริษัทฯ ทำให้สัดส่วนของกรรมการบริษัทฯ ไม่เป็นไปตามคุณสมบัติตามมาตรา 17 (1) ตาม พ.ร.บ. ธุรกิจนำเที่ยวและมัคคุเทศก์ พ.ศ. 2551 และที่แก้ไขเพิ่มเติม
พนักงานเจ้าหน้าที่จึงได้ปิดคำสั่งเพิกถอนใบอนุญาตไว้ ณ สถานประกอบการ โดยนิติบุคคล 4 รายที่ถูกเพิกถอนใบอนุญาต ประกอบด้วย (1) บริษัท อะลิเทีย ทัวร์ จำกัด ใบอนุญาตเลขที่ 12/03325 (2) บริษัท ยอร์ อินโด-ไทย กรุ๊ป จำกัด ใบอนุญาตเลขที่ 14/00404 (3) บริษัท วาย เจ เอซ จำกัด ใบอนุญาตเลขที่ 14/04490 และ (4) บริษัท ดิ วี-เอ็กท์ จำกัด ใบอนุญาตเลขที่ 13/03359
นอกจากนี้ จากการลงพื้นที่ตรวจสอบข้อเท็จจริงของธุรกิจต่างด้าว ประกอบธุรกิจซื้อขายอสังหาริมทรัพย์ 3 ราย ซึ่งเป็นธุรกิจที่ไม่อนุญาตให้คนต่างด้าวประกอบกิจการด้วยเหตุผลพิเศษตามบัญชีหนึ่ง (9) โดยกรมฯ จะรวบรวมข้อเท็จจริงและพยานหลักฐานเพื่อตรวจสอบเชิงลึกต่อไป หากพบว่าประกอบธุรกิจโดยฝ่าฝืนกฎหมายว่าด้วยการประกอบธุรกิจของคนต่างด้าวจริงจะดำเนินการตามขั้นตอนของกฎหมายโดยเด็ดขาด และยังได้ตรวจสอบนิติบุคคลต่างด้าวที่อาจประกอบธุรกิจโดยไม่ได้รับอนุญาต หรือฝ่าฝืน พ.ร.บ. การประกอบธุรกิจของคนต่างด้าว พ.ศ. 2542 ซึ่งจากการคัดกรองข้อมูลพบว่าในพื้นที่จังหวัดชลบุรี มีธุรกิจต่างด้าวที่ประกอบธุรกิจตามบัญชีท้าย พ.ร.บ. การประกอบธุรกิจของคนต่างด้าว พ.ศ. 2542 จำนวน 146 ราย ซึ่งต้องห้ามมิให้คนต่างด้าวประกอบธุรกิจโดยเด็ดขาด หรือต้องได้รับอนุญาตก่อน
อธิบดีกล่าวย้ำว่า ให้ความสำคัญอย่างยิ่งกับการป้องกันและปราบปรามธุรกิจนอมินี เนื่องจากเป็นการบิดเบือนโครงสร้างเศรษฐกิจและสร้างความเสียเปรียบให้แก่ผู้ประกอบการไทย หากตรวจพบการกระทำผิด จะเร่งประสานหน่วยงานบังคับใช้กฎหมายดำเนินคดีจนถึงที่สุด และจะเดินหน้าตรวจสอบธุรกิจที่เข้าข่ายนอมินีในทุกพื้นที่ทั่วประเทศอย่างต่อเนื่อง และขอเตือนคนไทยที่สนับสนุนให้ต่างชาติกระทำความผิดหยุดพฤติกรรมดังกล่าว
สำหรับผู้กระทำผิดจะได้รับโทษ คือ พ.ร.บ.การประกอบธุรกิจของคนต่างด้าว พ.ศ.2542 ตามมาตรา 36 กรณีคนไทยที่ให้ความช่วยเหลือสนับสนุนคนต่างด้าวให้กระทำความผิด และมาตรา 37 กรณีคนต่างด้าว ที่ประกอบธุรกิจโดยไม่ได้รับอนุญาต โทษจำคุกไม่เกิน 3 ปี หรือ ปรับตั้งแต่ 100,000-1,000,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ โดยหากฝ่าฝืนไม่ปฏิบัติตามคำสั่งศาลต้องระวางโทษ ปรับรายวัน วันละ 10,000-50,000 บาท จนกว่าจะเลิกฝ่าฝืน