โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

โศกนาฏกรรมถล่มโรงเรียนอิหร่าน เมื่ออเมริกาเป็นผู้ร้าย และทรัมป์ (อาจ) เป็นอาชญากรสงคราม

The Momentum

อัพเดต 44 นาทีที่แล้ว • เผยแพร่ 7 ชั่วโมงที่ผ่านมา • THE MOMENTUM

“ในซากปรักหักพัง คุณจะเห็นเลือดเด็กเปื้อนสมุด หนูน้อยเหล่านี้ไม่ใช่ทหาร พวกเธอมาเรียน ไม่ได้มารบ”

1

ช่วงเช้าของวันที่ 28 กุมภาพันธ์ 2026 ถือเป็นวันเริ่มต้นสัปดาห์ ตามเกณฑ์ของอิหร่าน เด็กหญิงของโรงเรียนประถมศึกษาชาจาเรห์ทาเยเบห์ (Shajareh Tayyebeh Girls’ Elementary School) เมืองมินาบ ซึ่งอยู่ทางใต้ของประเทศ กำลังนั่งรอครูสอนอยู่ในห้อง

เวลา 09.40 น. อิหร่านถูกโจมตีด้วยฝีมือของอิสราเอลและสหรัฐฯ เมื่อข่าวแพร่กระจายออกไป 20 นาทีต่อมา โรงเรียนทั่วประเทศสั่งปิดเรียนทันที พร้อมเร่งติดต่อพ่อแม่ให้รีบพาเด็กๆ กลับบ้าน

เวลา 10.00 น. ทางผู้ปกครองของเด็กในโรงเรียนชาจาเรห์ทาเยเบห์ต่างรีบมุ่งหน้าไปที่สถานศึกษา เพื่อรับตัวบุตรหลานกลับบ้าน

ความกลัวในใจพวกเขาเหล่านี้เพิ่มสูงมาก เพราะโรงเรียนตั้งอยู่ไม่ห่างจากฐานทัพเรือของกองกำลังพิทักษ์การปฏิวัติอิสลาม จึงมีความเสี่ยงสูงว่าอาจโดนอเมริกาหรืออิสราเอลทิ้งระเบิดได้

สิ่งที่พวกเขาหวาดกลัวจะเป็นความจริงในอีก 30 นาทีต่อมา

ห่างออกไปที่ทะเลอาหรับ กองเรือของสหรัฐฯ ซึ่งเข้าประจำการปิดล้อมอิหร่านนานหลายวัน ได้รับข้อมูลข่าวกรอง หลังฝูงบินถล่มเตหะรานอย่างราบคาบ คำสั่งจากวอชิงตันเน้นย้ำให้ทำลายศักยภาพการรบของอิหร่านให้พินาศ

เจ้าหน้าที่ตรวจสอบแผนที่เมืองมินาบ พวกเขาเจอฐานทัพเรือซึ่งอาจมีจรวดนับร้อย ที่สามารถใช้ถล่มฐานทัพอเมริกาในตะวันออกกลางได้

จึงมีความจำเป็นต้องทำลายภัยนี้ให้สิ้นซาก

พวกเขาตัดสินใจใช้ขีปนาวุธโทมาฮอว์ก (Tomahawk) ราคาลูกละ 2.5 ล้านเหรียญสหรัฐฯ แม้จะแพงเอาเรื่อง แต่ก็แลกมากับประสิทธิภาพที่สูงส่ง สามารถยิงเป้าหมายจากระยะไกลกว่า 1,600 กิโลเมตร นั่นทำให้เรือรบไม่ต้องเสี่ยงจะถูกข้าศึกโจมตี

โทมาฮอว์กเป็นภาษาชนพื้นเมืองในทวีปอเมริกาเหนือ เผ่าอัลกองเควียนที่อาศัยอยู่ก่อนคนขาว ความหมายแปลตรงๆ ว่า ‘ขวาน’ ด้วยศักยภาพที่ยิงเป้าหมายอย่างแม่นยำ ทางกองทัพอเมริกาเลยตั้งชื่อให้ขีปนาวุธล้ำค่าของพวกเขา

อาวุธมหาประลัยนี้พัฒนาขึ้นเกือบ 50 กว่าปีมาแล้ว กองทัพเรือสหรัฐฯ ใช้มันบ่อย นอกจากความแม่นยำแล้ว ยังมีส่วนประกอบเป็นระเบิด TNT 400 ปอนด์ (เท่ากับ 181 กิโลกรัม) ระยะสังหาร 30-50 เมตร ใครหนีไม่พ้นตายสถานเดียว และภายใน 300-500 เมตร ก็ยังเสี่ยงบาดเจ็บสาหัสด้วย

แถมโทมาฮอว์กยังมีปีกเล็กๆ สามารถบินได้ต่ำ ยากที่จะถูกเรดาร์จับได้ ดังนั้นเมื่อมันเล็งที่ไหนไว้ ที่นั่นต้องโดนถล่มเละแน่นอน

การพัฒนาให้แม่นยำแทบจะ 100% มีขึ้นเพื่อจุดประสงค์ลดความสูญเสียของประชาชนในดินแดนศัตรู และไม่ต้องการให้ทหารอเมริกันถูกดำเนินคดีฐานเป็นอาชญากรสงครามในภายภาคหน้าได้ โทมาฮอว์กจึงเป็นหมัดเด็ดของพญาอินทรีในการโจมตีฐานทัพเรือในเมืองมินาบ

ขีปนาวุธมัจจุราชนี้พุ่งออกไปด้วยความเร็วสูง ข้าศึกกำลังจะได้รู้ซึ้งถึงพิษสงของขวานอัจฉริยะนี้

ไม่นานเกินรอ ความสูญเสียเกิดขึ้น และเพื่อจัดการอิหร่านให้อยู่หมัด จึงมีการทิ้งบอมบ์ซ้ำจุดเดิมอีก 2 ครั้ง รวมถล่มไปที่หมายเดียว 3 คราด้วยกัน

นี่คือยุทธวิธีการรบเพื่อมั่นใจว่า เมื่อฐานทัพถูกโจมตีในคราวแรก ขณะกำลังมึนงง จะโดนยก 2 และเมื่อมีการเคลื่อนกำลังมา หรือเริ่มมีคนให้ความช่วยเหลือ ก็จะโดนอีกลูก เพื่อสร้างความสูญเสียและความสะพรึงกลัวให้มากที่สุด

ทุกอย่างเป็นไปตามแผน

ยอดผู้เสียชีวิตได้รับแจ้งตอนแรก 168 ราย ก่อนจะทะยานไปจบที่ 175 รายด้วยกัน

ทว่าคนตายไม่ใช่นักรบ กลับเป็นเด็กผู้หญิงอายุเพียง 7-12 ปี พวกเธอไม่ใช่ทหาร นี่ไม่ใช่สิ่งที่โทมาฮอว์กหวัง และไม่ใช่ที่กองทัพเรือสหรัฐฯ ต้องการ ทุกอย่างผิดพลาดไปหมด

ฐานทัพเรือของกองกำลังพิทักษ์การปฏิวัติอิสลามไม่ได้รับความสูญเสียเท่าใดนัก แต่จุดที่สาหัสและเลวร้ายสุด กลับเป็นอาคารเรียน 2 ตึก ที่ตั้งอยู่ห่างออกไป อย่างโรงเรียนประถมศึกษาชาจาเรห์ทาเยเบห์

พลันที่ โดนัลด์ ทรัมป์ (Donald Trump) ประธานาธิบดีสหรัฐฯ รับแจ้ง เขาก็ป่าวประกาศต่อหน้าสื่อมวลชนด้วยความมั่นใจทันทีว่า

“อิหร่านเป็นคนยิงใส่โรงเรียนนี้”

2

กรุงลอนดอน-อังกฤษ สื่อมวลชนทั่วทั้งโลกถูกปลุก ไม่ว่าจะเวลากี่โมง อิหร่านถูกโจมตีแล้ว เช่นเดียวกับสำนักงานของ The New York Times

ไม่เหมือนตอนอเมริกาบุกเวเนซุเอลาเมื่อต้นปี ตอนนั้นสื่อแทบทุกที่มีคนประจำอยู่ที่นั่น ตรงกันข้ามกับอิหร่าน บริษัทมีเดียยักษ์ใหญ่ของโลกแทบทุกแห่งไม่มีบุคลากรของตัวเองอยู่ในประเทศนี้เลย

มันคือแดนสนธยาของนักข่าวอย่างแท้จริง แถมหากบอกใครมั่วๆ ว่าทำงานด้านนี้ ก็อาจติดคุกหรือถูกประหารชีวิตได้

กระนั้นก็ยังมีคนเสี่ยงอาสาทำงานนี้อยู่ เป็นผู้เช็กข้อเท็จจริงให้กับสื่อต่างชาติ พวกเขาเหล่านี้ต่างทำงานหนัก ทั้งเสี่ยงตายหากโดนจับได้ ทั้งเสี่ยงภัยหากถูกจรวดอเมริกาหรืออิสราเอล แถมยังกังวลว่าคนในครอบครัว เพื่อนฝูงมิตรสหายจะปลอดภัยไหม

ทางกองบรรณาธิการของ The New York Times ช่วยเหลือนักข่าวภาคสนามเต็มที่ แถมยังเช็กข้อมูลอีกทาง แต่ปัญหาก็เกิดขึ้น โดยเฉพาะตอนท่องโลกออนไลน์ เพราะภาพถ่ายและคลิปเคลื่อนไหวจำนวนมาก ถูกสร้างจาก AI หลายชิ้นทำเนียนจนเกือบแยกไม่ออก ยิ่งสร้างภาระตรวจสอบให้กับสื่อมวลชนหนักเข้าไปอีก

แต่ทุกคนก็ก้มหัวทำงานอย่างประณีต แข่งกับเวลา เพื่อชิงนำเสนอข่าว การที่จะให้รอข้อมูลจากกระทรวงกลาโหมของสหรัฐฯ ซึ่งทรัมป์สั่งให้เปลี่ยนชื่อเป็นกระทรวงสงคราม ก็น่าจะนานเกินไป

นี่คืองานหินของฐานันดรที่ 4 แต่พวกเขาค่อยๆ ทำมันอย่างมีประสิทธิผล

ไม่นานเกินรอ The New York Times จึงรู้ว่า โรงเรียนประถมศึกษาหญิงล้วนในเมืองมินาบถูกโจมตี มีคนตายนับร้อย มีคนเจ็บเป็นจำนวนมาก ภาพถ่ายหลั่งไหลออกมา ภาพเคลื่อนไหวถูกส่งว่อนไปทั่วโลกออนไลน์

ลอนดอน นิวยอร์ก และเกาหลีใต้ ซึ่งเป็นที่ตั้งสำนักงานใหญ่ของThe New York Times คลาคล่ำไปด้วยบุคลากรที่เร่งทำงานกันอย่างหนัก ส่วนใหญ่เช็กทุกอย่างในอินเทอร์เน็ตว่า อันไหนจริง อันไหนปลอม และอันไหนคือเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นจริงๆ ไม่ใช่เรื่องราวในอดีต

พวกเขาเช็กที่ตั้งของโรงเรียน จากดาวเทียมเอกชนที่สามารถใช้บริการตรวจพิกัดได้ ก่อนจะเทียบภาพนิ่ง ภาพเคลื่อนไหว ดูความคล้ายคลึง ดูบริบทและบรรยากาศโดยรอบ ก่อนนำเสนอข่าวอย่างละเอียดเข้มข้น

ท่ามกลางการถูกทำลายล้างทั่วอิหร่าน ข่าวการเสียชีวิตของเด็กนักเรียนหญิง คือโศกนาฏกรรมสั่นประสาทคนทั้งโลก

มิหนำซ้ำ การที่โรงเรียนแห่งนี้ถูกโจมตี 3 ครั้งต่อเนื่อง ทำให้นอกจากนักเรียนที่รอพ่อแม่ผู้ปกครองมารับกลับบ้านแล้ว ยังมีทีมกู้ชีพ ชาวบ้าน และพลเมืองดี บาดเจ็บสาหัสจากอาวุธร้ายจากฟากฟ้าไปด้วย

ช่างภาพอิสระบุกบั่นลุยเข้าไปเก็บภาพ เพื่อถ่ายทอดให้โลกได้เห็น ภาพมือเด็กผู้หญิงที่ไร้วิญญาณจับตุ๊กตา สร้างความสะเทือนใจไปทั้งโลก สำนักข่าว Reuters โพสต์ภาพนี้ลง Facebook โดยไม่สนว่าจะเจอผลกระทบหรือผิดกฎของสังคมออนไลน์หรือไม่

นี่คือภาพที่ทุกคนต้องได้เห็น

กระเป๋าเด็กนักเรียนเปื้อนเลือด ภายในมีสมุดเลข และกล่องใส่ดินสอหลากสี เป็นของเด็กหญิงชั้น ป.1 ทุกอย่างน่ารักสวยงาม ผิดที่ว่าเจ้าของไม่มีโอกาสได้หยิบมันออกมา

ช่างโหดร้ายยิ่งนัก

โลกได้เห็นมนุษย์ร่ำไห้กรีดร้องอย่างเจ็บปวด บางคนยืนโบกหนังสือเรียนด้วยความสิ้นหวัง ท่ามกลางหายนะ ทีมกู้ภัยทำงานแข่งกับเวลา บางคนตะโกนออกมา

“ในซากปรักหักพัง คุณจะเห็นเลือดเด็กเปื้อนสมุด หนูน้อยเหล่านี้ไม่ใช่ทหาร พวกเธอมาเรียน ไม่ได้มารบ”

ยิ่งไปกว่านั้น คนจำนวนมากเห็นชิ้นส่วนอาวุธสังหารตกอยู่ เมื่อ The New York Times ตรวจสอบ ยืนยันได้ว่า อาวุธที่ถล่มใส่โรงเรียนคือ โทมาฮอว์ก ซึ่งผลิตโดยสหรัฐฯ

ทรัมป์พูดกับสื่อบนเครื่องบิน ยืนยันว่า อิหร่านเป็นคนโจมตีโรงเรียนของเด็กนักเรียนหญิงของตัวเอง ท่ามกลางความกังขาจากทั้งโลก

กระทั่ง พีต เฮกเซท (Pete Hegseth) รัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม ซึ่งสนับสนุนการรุกรานนี้ ยังไม่กล้าเห็นด้วยกับผู้เป็นนาย ได้แค่พูดว่า “เราขอตรวจสอบเรื่องนี้ก่อน”

ข้อสงสัยถาโถมใส่ทรัมป์ เนื่องจากเรารู้กันอยู่แล้วว่า แม้รัฐบาลเตหะรานจะเลวร้าย กดขี่และสังหารประชาชน แต่เหตุผลอะไรต้องสังหารเด็กนักเรียนที่ไม่รู้เรื่องอะไรทั้งสิ้น

“พวกเขามีโทมาฮอว์ก เราคงขายให้เขาไป” ทรัมป์บอกในเวลาต่อมา

The New York Times ไม่รอช้า ตบหน้าประธานาธิบดีด้วยความจริงว่า อเมริกาขายขวานอัจฉริยะนี้ให้หลายประเทศ แต่อิหร่านไม่ใช่ลูกค้าที่สั่งซื้อ มีเพียงญี่ปุ่น อังกฤษ และเนเธอร์แลนด์ 3 ประเทศนี้เท่านั้นที่มีโทมาฮอว์ก

คำโกหกของทรัมป์ถูกปัดตกอย่างรวดเร็ว โดยสื่อมวลชน

3

ปัญหาประการต่อมาที่นักข่าวสงสัยคือ อาวุธที่แม่นยำขนาดนี้ ทำไมถึงถล่มโรงเรียน แทนที่จะเป็นฐานทัพเรือของข้าศึก

มันเกิดอะไรขึ้นกันแน่

นักข่าว The New York Times เจาะลึกสืบสวนลงไป คุยกับแหล่งข่าว ก่อนจะพบความจริงสุดช็อก นั่นคือเบาะแสที่กองทัพเรือพญาอินทรีได้รับ เป็นข้อมูลเก่า เมื่อเกือบ 10 ปี ซึ่งระบุว่า โรงเรียนที่เกิดเหตุยังเป็นส่วนหนึ่งของฐานทัพเรือของกองกำลังพิทักษ์การปฏิวัติอิสลามอยู่เลย

พวกเขาใช้รายละเอียดล้าสมัยนี้ สั่งยิงโทมาฮอว์ก ซึ่งแม่นยำสูง เข้าใส่เป้าหมายที่คิดว่าเป็นสถานที่การทหาร แต่ความจริงคือโรงเรียนประถมหญิง

ผู้รับผิดชอบในส่วนนี้คือ หน่วยข่าวกรองกลาโหม ที่ส่งข้อมูลนี้ให้กับเรือรบ

นี่คือความผิดพลาดชัดเจน และทำให้มีคนตายเป็นจำนวนมาก

เมื่อ The New York Times เผยแพร่ข้อมูลออกไป ทำเนียบขาวถึงกับสั่นสะท้าน ทรัมป์กลับลำ หลังเจอสื่อมวลชนต้อน รัวด้วยคำพูดจากคำถาม

ชายที่ไฟเขียวให้บุกตอบสื่อสั้นๆ ว่า “ตอนที่ผมบอกว่า อิหร่านโจมตีโรงเรียนของตัวเอง เพราะยังไม่มีข้อมูลเพียงพอ ตอนนี้ทุกอย่างอยู่ในระหว่างการสอบสวน”

คณะกรรมการที่ตรวจสอบข้อเท็จจริงตรงนี้ยืนยันว่า อเมริกาคือผู้ยิงโทมาฮอว์กใส่โรงเรียนประถมศึกษาชาจาเรห์ทาเยเบห์

ผู้พยายามปกป้องประธานาธิบดีทรัมป์อ้างว่า สถานศึกษาแห่งนี้อยู่ใกล้ฐานทัพเรือ ข้อมูลจึงอาจพลาดได้ ทว่า The New York Times และสื่อตะวันตกยืนยันว่า รั้วกำแพงของโรงเรียนแยกออกจากที่ตั้งฐานทัพแบบชัดเจนมานานกว่า 10 ปีแล้ว

บริเวณจุดที่เด็กตายไม่อาจนับได้ว่าเป็นพื้นที่ทหาร เพราะไม่มีสิ่งปลูกสร้างใดบ่งบอกว่าคือฐานทัพ และไม่มีช่องว่างให้ตีความเป็นอื่นได้ นอกจากเป็นโรงเรียนเท่านั้น

การเร่งโจมตีอิหร่านทำให้ข้อมูลข่าวกรอง ไม่อาจถูกตรวจสอบอย่างละเอียด จึงมีความผิดพลาดเกิดขึ้น แต่ผลของมันนำไปสู่การสูญเสีย ดังเช่นกรณีนี้

หากถามว่าทำไมต้องโจมตีฐานทัพเรือในเมืองมินาบ นั่นเพราะอเมริกามีความกังวล และต้องการขจัดภัยคุกคามในช่องแคบฮอร์มุซ เพื่อไม่ให้อิหร่านสั่งปิด ห้ามเรือเข้าออก เพราะจะทำให้ราคาน้ำมันพุ่งสูงขึ้น

สิ่งนี้ทรัมป์รู้เรื่องดี เพราะเหล่านายพลและทีมที่ปรึกษาได้เตือนแล้วว่า จะเกิดเรื่องนี้ขึ้น หากถล่มเตหะราน กระนั้นประธานาธิบดีสหรัฐฯ วัย 79 ปี กลับมั่นใจว่า จะจัดการให้อิหร่านปิดช่องแคบฮอร์มุซไม่ได้

ทว่าผ่านไปเกือบ 3 สัปดาห์ สถานการณ์ยังย่ำแย่ เรือสินค้ามยุรีนารี (Mayuree Naree) ของไทยยังโดนโจมตีหนัก รวมถึงเรือพาณิชย์ทั้งโลกก็โดนยิงเสียหาย แถมน้ำมันยังแพงขึ้น เดือดร้อนไปทั้งโลก

มันคือผลงานชิ้นโบดำของทรัมป์อย่างแท้จริง

4

ผู้เชี่ยวชาญด้านกฎหมายระหว่างประเทศย้ำว่า การโจมตีโรงเรียนนี้มีความผิดชัดแจ้ง หากทิ้งระเบิดพลาดยังพอสู้คดีได้ แต่การใช้ข้อมูลเก่าจนนำไปสู่ความสูญเสีย มีน้ำหนักพอที่จะเป็นอาชญากรสงครามได้เลย

และคนที่สั่งให้ไฟเขียวทุกอย่าง ก็คือทรัมป์นั่นเอง

ทว่าสิ่งเดียวที่ทำเนียบขาวยังยืนกรานสู้ เหมือนกับผู้นำอเมริกาในอดีตหลายคนทำ นับตั้งแต่สงครามเวียดนามเป็นต้นมา คือพวกเขารอและอ้างอยู่ตลอดเวลาว่า

“ทุกอย่างอยู่ระหว่างการสืบสวน”

กระนั้นนักการเมืองบางส่วนในอเมริกา สื่อมวลชนอย่าง The New York Times และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ต่างย้ำเตือนว่า การฆ่าเด็กนักเรียนนั้น คือสิ่งที่ไม่มีใครสามารถยอมรับได้โดยเด็ดขาด ดังนั้นคนที่สั่งการ ผู้ที่ลงมือ และมีส่วนร่วมทั้งหมด

‘จะต้องรับผิดชอบ’

ทว่านี่ไม่ใช่ครั้งแรกของอเมริกา พวกเขาเคยถล่มมั่วซั่วจากข้อมูลเก่า ฆ่าคนบริสุทธิ์เป็นจำนวนมาก และทุกครั้งที่ลงมือ ไม่เคยมีใครต้องรับผิด

การทวงคืนความยุติธรรมแด่ 175 ชีวิตที่สูญเสีย คงเป็นคำถามดังๆ ที่เปล่งออกมา โดยไม่รู้ว่าจะได้รับคำตอบตอนไหน

เพราะบางที อาจไม่มีบทสรุปใดๆ ทั้งสิ้น จากโศกนาฏกรรมนี้

เหมือนดังเช่นที่ผ่านมา

ข้อมูลอ้างอิง

https://www.theguardian.com/global-development/2026/mar/03/minab-school-bombing-how-the-worst-mass-casualty-event-of-the-iran-war-unfolded-a-visual-guide

https://time.com/article/2026/03/11/iran-school-strike-minab-tomahawk/

https://realmedia.press/iran-school-attack/

https://www.nytimes.com/2026/03/09/insider/07iran-israel-united-states-war.html

https://www.nytimes.com/2026/03/12/insider/how-the-times-uses-graphics-and-maps-to-track-the-middle-east-conflict.html

https://www.nytimes.com/2026/03/09/us/politics/trump-iran-missile-school.html

https://www.nytimes.com/2024/09/19/us/politics/ukraine-long-range-weapons.html#link-3f99f49b

https://www.nytimes.com/2026/03/11/us/politics/iran-school-missile-strike.html

https://www.nytimes.com/2026/03/11/us/politics/iran-school-missile-strike.html

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...