น้ำมันดีเซลล้นตลาด จ่อคลายล็อกส่งออก
หุ้นวิชั่น
อัพเดต 2 วันที่แล้ว • เผยแพร่ 2 วันที่แล้ว • HoonVision | หุ้นวิชั่น - หุ้น ข่าวหุ้น หุ้นไทยวันนี้ หุ้นวันนี้ หุ้นเด่น วิเคราะห์หุ้น ธุรกิจ การเงิน เศรษฐกิจ การลงทุน ดัชนีราคาหุ้น“กระทรวงพลังงานมีแนวโน้ม ผ่อนคลายการส่งออกน้ำมันเครื่องบิน (Jet A-1) หลังสต็อกในประเทศเพิ่มขึ้นต่อเนื่อง TOP ได้ประโยชน์สูงสุด จากสัดส่วน yield น้ำมันเครื่องบินสูงสุด (~17%) รองลงมาคือ SPRC (~10%), BCP (~9%) และ IRPC (~7%) โดยโรงกลั่นสามารถปรับ mix เพิ่ม Jet fuel ได้ราว 2–3%ของผลผลิตเพื่อรับโอกาสนี้”
หุ้นวิชั่น - บทวิเคราะห์บล. บัวหลวง ระบุว่า ยังไม่ทันจะได้พัก กลุ่มโรงกลั่นก็มีประเด็นบวกใหม่ของกลุ่มโรงกลั่น คือ กระทรวงพลังงานมีแนวโน้มผ่อนคลายการส่งออกน้ำมันเครื่องบิน (Jet A-1) หลังสต็อกในประเทศเพิ่มขึ้นต่อเนื่อง
โดยปัจจุบันดีเซลในประเทศอยู่ในภาวะล้นตลาด (ความต้องการ ~50ล้านลิตร/วัน เทียบกับกำลังผลิต ~78ล้านลิตร/วัน) ทำให้คลังน้ำมันมีแนวโน้มเต็มในไม่กี่สัปดาห์ข้างหน้า การเปิดส่งออกจะช่วยระบายสต็อกและรักษาสมดุลตลาดในประเทศ
ในเชิงโอกาส ตลาดโลกกำลังขาดแคลน Jet fuel อย่างมีนัย โดย crack spread ปัจจุบันอยู่ที่ ~US$106/bbl เทียบกับค่าเฉลี่ย 5ปีเพียง ~US$18/bbl และสูงกว่าดีเซลที่ ~US$60/bbl สะท้อน margin upside ที่ดีกว่าอย่างชัดเจน หากไทยสามารถส่งออกได้ จะช่วยชดเชยผลกระทบจากการควบคุมราคาดีเซลในประเทศ
ด้านรายบริษัท TOP ได้ประโยชน์สูงสุดจากสัดส่วน yield น้ำมันเครื่องบินสูงสุด (~17%) รองลงมาคือ SPRC (~10%), BCP (~9%) และ IRPC (~7%) โดยโรงกลั่นสามารถปรับ mix เพิ่ม Jet fuel ได้ราว 2–3% ของผลผลิตเพื่อรับโอกาสนี้
ปรับมุมมองกลุ่มกลับขึ้นเป็น “เท่ากับตลาด” (จากน้อยกว่าตลาด) และ upgrade หุ้นโรงกลั่น BCP, SPRC และ TOP กลับมาเป็น “ซื้อ” (จากขาย) และ IRPC เป็นซื้อเก็งกำไร (จากขาย) โดยรอบนี้ catalyst ใหม่มาจากการส่งออก Jet fuel ดังกล่าว ที่จะช่วยหนุน margin และลด downside จากนโยบายควบคุมราคาดีเซล
เคาะ TOP เป้า 58 บาท
ขณะที่บล.หยวนต้า คาด TOP กำไรสุทธิไตรมาส 1/2569 จะทำได้ 1.8 หมื่นล้านบาท เติบโตจาก 2.5 – 3.5 พันล้านบาทในไตรมาส 4/2568 และไตรมาส 1/2568 ตามลำดับ สาเหตุหลักจากการปรับตัวขึ้นของราคาน้ำมันดิบ ทำให้เกิดการรับรู้กำไรสต๊อกน้ำมัน (บางส่วนถูกชดเชยด้วยขาดทุน Hedging และการปรับมูลค่าสินค้าคงเหลือ NRV) และกำไรพิเศษจากธุรกรรมซื้อคืนหุ้นกู้ต่างประเทศก่อนครบกำหนด หากนับเฉพาะกำไรปกติคาดทำได้ 8.7 พันล้านบาท +45% QoQ และ +345% YoY เทียบกับไตรมาส 4/2568 จะเติบโตจากอัตรากำไรธุรกิจหลัก (Market GIM) คาดทำได้ US$14/bbl (vs US$11.8/bbl ในไตรมาส 4/2568) ตามทิศทาง Crack Spread ผลิตภัณฑ์กลุ่ม Middle Distillate ที่สูงขึ้น รวมทั้งคาดว่าค่าใช้จ่ายดำเนินงาน OPEX จะลดลงตามปัจจัยฤดูกาลเหลือ US$1.5/bbl (vs US$2.9/bbl)
ลดราคาน้ำมันดีเซลกดQ2
กบง. เห็นชอบมติปรับลดราคาน้ำมันดีเซลหน้าโรงกลั่น 1) ช่วงวันที่ 24 เม.ย. – 9 พ.ค. เป็นลดลง 5.00 บาท/ลิตร 2) ช่วงวันที่ 10 – 19 พ.ค.2569 เป็นลดลง 3.00 บาท/ลิตร โดยก่อนหน้านี้ กบง. ปรับลดราคาน้ำมันดีเซลจำนวน 2.00 บาท/ลิตร ตั้งแต่วันที่ 9 เม.ย. การปรับลดราคาน้ำมันดีเซลในอัตรา 5 บาท/ลิตร
ครั้งนี้ถือว่าอยู่ในกรอบบนของกระแสข่าวก่อนหน้า จากการประเมิน คาดว่ามาตรการดังกล่าวจะส่งผลกระทบต่อหุ้นโรงกลั่นทั้ง 5 แห่งรวมประมาณ 1 หมื่นล้านบาท หรือราว 1.3 – 2.6 พันล้านบาท/แห่ง ขึ้นอยู่กับปริมาณผลิตน้ำมันดีเซล (TOP คาดราว 2.6 พันล้านบาท) เป็นปัจจัยกดดันต่อผลประกอบการช่วงไตรมาส 2/2569 และทำให้กำไรช่วง Up-cycle ลดลง
นอกจากนี้ การบริหารจัดการราคาน้ำมันผ่านกองทุนน้ำมันยังทำให้เกิดต้นทุนแฝงจากภาระค้างจ่ายโรงกลั่น ความต้องการเงินทุนหมุนเวียนสูงขึ้น ดอกเบี้ยจ่ายเพิ่มขึ้น
Q2ต้นทุนน้ำมันผันผวน
แม้ค่าการกลั่น 2QTD จะปรับตัวขึ้น QoQ โดยเฉพาะส่วนต่างราคาน้ำมันสำเร็จรูปขั้นกลางช่วงต้นไตรมาสสูง US$140/bbl อย่างไรก็ตาม ส่วนต่างราคาน้ำมันดีเซลปัจจุบันเหลือ US$60/bbl นอกจากนี้ คาดค่าการกลั่นไตรมาส 2/2569 จะถูกชดเชยด้วยต้นทุนการจัดหาน้ำมันดิบที่สูงขึ้นมากทั้งค่าพรีเมี่ยม, ค่าขนส่ง, ค่าประกันภัย รวมทั้งต้นทุนพลังงานและสาธารณูปโภคยังเร่งตัวตามทิศทางราคาน้ำมันดิบ ทำให้ค่าการกลั่นช่วงไตรมาส 2 นี้ ยังต้องติดตามใกล้ชิด
นอกจากนี้ ช่วงไตรมาส 2/2569 ยังมีความไม่แน่นอนจากโอกาสขาดทุนสต๊อกน้ำมัน หากสงครามคลี่คลาย อ้างอิงสงครามรัสเซีย vs ยูเครน (24 ก.พ. 2565) โรงกลั่น 5 แห่งภายใต้ Yuanta Coverage บันทึกกำไรสต๊อกน้ำมันช่วงไตรมาส 1/2565 – ไตรมาส 2/2565 รวม 2.1 – 3.3 หมื่นล้านบาท/ไตรมาส แต่ไตรมาส 3/2565 – ไตรมาส 4/2565 พลิกเป็นขาดทุนสต๊อกน้ำมัน 2.2 – 2.9 หมื่นล้านบาท อีกทั้งไตรมาส 2/2569 บริษัทฯ จะเริ่มรับรู้จากผลกระทบจากมาตรการปรับลดค่าการกลั่นน้ำมันดีเซลตามมติกบง. ตั้งแต่ 9 เม.ย. – 19 พ.ค.
Valuation ไม่แพง
แม้ช่วงไตรมาส 2/2569 ผลประกอบการมีความไม่แน่นอนจากผลกระทบนโยบายพลังงาน และโอกาสขาดทุนสต๊อกหากสงครามคลี่คลาย ทั้งนี้ คงคำแนะนำ “ซื้อ” ราคาเหมาะสม 58.00 บาท เนื่องจากเชิง Valuation หุ้นมีมูลค่าน่าสนใจ ปัจจุบันซื้อขายบน PBV ที่ 0.6 เท่า นับว่ามีส่วนลดจากค่าเฉลี่ย 10 ปี -1.2 SD และตั้งแต่เกิดสงคราม TOP -19% ถือว่า Laggard หุ้นโรงกลั่นอื่นเฉลี่ย -11% และระยะยาวปี 2570 – 2571 หุ้นมีการเติบโตจากโครงการ CFP เพิ่มกำลังผลิต และประสิทธิภาพการกลั่น (คาดประกาศงบวันที่ 8 พ.ค.นี้)