โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

การเมือง

บันทึกหน้า 4

ไทยโพสต์

อัพเดต 11 ชั่วโมงที่ผ่านมา • เผยแพร่ 11 ชั่วโมงที่ผ่านมา

ไทยโพสต์ อิสรภาพแห่งความคิด จังหวะการเมืองฝั่งฝ่ายค้านเริ่มขยับอย่างมีนัยสำคัญ หลังพรรคประชาชน (ปชน.) เดินหน้าปรับโครงสร้างภายในอย่างเป็นรูปธรรม โดยเฉพาะการเติมเต็มตำแหน่งในคณะกรรมการบริหารพรรคชุดใหม่ ภายใต้การนำของ ณัฐพงษ์ เรืองปัญญาวุฒิ ที่ยังคงยืนเป็นแกนนำหลัก และเตรียมก้าวขึ้นสู่บทบาทผู้นำฝ่ายค้านอย่างเป็นทางการตามขั้นตอนรัฐธรรมนูญ

การเข้ามาของ พิจารณ์ เชาวพัฒนวงศ์ ในฐานะเลขาธิการพรรคคนใหม่ แทนตำแหน่งที่ว่างลงจากการลาออกของ “ศรายุทธิ์ ใจหลัก” ไม่ได้เป็นเพียงการอุดช่องว่างเชิงตำแหน่ง แต่สะท้อนความพยายามรีเซตทีมงานเพื่อรองรับเกมการเมืองระยะยาวในฐานะฝ่ายค้านเต็มตัว

ในทางกระบวนการ เส้นทางของ หัวหน้าเท้ง ใกล้ถึงจุดหมายผู้นำฝ่ายค้าน เมื่อขั้นตอนเอกสารอยู่ระหว่างการเสนอเพื่อโปรดเกล้าฯ แต่งตั้ง ซึ่งหากแล้วเสร็จจะทำให้พรรคประชาชนมีสถานะนำฝ่ายค้านอย่างสมบูรณ์ และเป็นจุดตั้งต้นสำคัญในการขับเคลื่อนบทบาทตรวจสอบรัฐบาลให้เข้มข้นมากขึ้น

ขณะเดียวกัน สิ่งที่น่าจับตาคือ การเตรียมเปิดตัว “คณะรัฐมนตรีเงา” ซึ่งถูกวางให้เป็นกลไกหลักในการทำหน้าที่ทั้งตรวจสอบและนำเสนอนโยบายทางเลือก โดยแบ่งการทำงานออกเป็นด้านความมั่นคง เศรษฐกิจ คุณภาพชีวิต และการปฏิรูปกฎหมาย แนวคิดนี้สะท้อนความพยายามยกระดับฝ่ายค้านจากผู้วิจารณ์ไปสู่การเป็นผู้ที่พร้อมบริหารประเทศได้ทันที หากเกิดความเปลี่ยนแปลงทางการเมือง

อย่างไรก็ตาม ความท้าทายสำคัญอยู่ที่การคัดเลือกบุคคลที่จะเข้ามารับบทบาทใน ครม.เงา เพราะต้องสะท้อนทั้งศักยภาพ ความน่าเชื่อถือ และความพร้อมในการทำงานจริง มิใช่เพียงการจัดวางเชิงสัญลักษณ์เพื่อสร้างภาพลักษณ์ทางการเมืองเท่านั้น

นอกจากการจัดทัพเชิงโครงสร้าง พรรคประชาชนยังเดินเกมเชิงรุกด้วยการวางหมุดหมายสำคัญ ทั้งการขับเคลื่อนงานในกรรมาธิการ การตั้งทีมยุทธศาสตร์พื้นที่ การเร่งคัดเลือกผู้สมัครล่วงหน้า และการลงสนามเลือกตั้งท้องถิ่นอย่างจริงจัง การ “เคาะผู้สมัครเร็ว” ถูกมองว่าเป็นหัวใจสำคัญ เพราะเปิดโอกาสให้ประชาชนตรวจสอบผู้สมัครได้มากขึ้น

ขณะเดียวกันก็ช่วยให้ผู้สมัครมีเวลาลงพื้นที่ สร้างการรับรู้ และปลูกฝังแนวคิดทางนโยบายได้ลึกกว่าเดิม โดยเฉพาะในสนามสำคัญเลือกตั้งกรุงเทพมหานครและพัทยา ซึ่งถูกมองเป็นฐานทดลองศักยภาพก่อนต่อยอดสู่การเลือกตั้งระดับชาติ

อีกด้านหนึ่งของสมการการเมืองที่กำลังถูกจับตามองคือ การกลับมาของ ทักษิณ ชินวัตร ที่ใกล้จะได้รับการปล่อยตัวตามเกณฑ์พักโทษ หลังรับโทษมาเกือบครบ 2 ใน 3 การเคลื่อนไหวของมวลชนเสื้อแดงที่เตรียมจัดกิจกรรมต้อนรับในธีม “อิสรภาพ” สะท้อนให้เห็นว่าฐานมวลชนเดิมยังคงมีพลังในเชิงสัญลักษณ์ แม้บริบททางการเมืองจะเปลี่ยนไปจากอดีต แต่ชื่อของ นายใหญ่ ยังคงมีน้ำหนักต่อความรู้สึกและการรับรู้ของสังคม

คำถามสำคัญจึงอยู่ที่ว่า การกลับมาครั้งนี้จะสร้างแรงกระเพื่อมต่อพรรคเพื่อไทยและภาพรวมการเมืองมากเพียงใด ในอดีตการเคลื่อนไหวของทักษิณมักสร้างแรงสั่นสะเทือนทั้งในและนอกสภา และแวดวงการเมือง

แต่ในปัจจุบันโครงสร้างอำนาจและภูมิทัศน์การเมืองเปลี่ยนไป การตอบรับจากสังคมจึงอาจไม่เหมือนเดิมทั้งหมด กระนั้นก็ตาม ปฏิเสธไม่ได้ว่าการกลับมาของเขาจะเพิ่ม “สีสัน” และอาจกลายเป็นจุดรวมความสนใจ ซึ่งย่อมส่งผลต่อสมดุลทางการเมืองไม่ทางใดก็ทางหนึ่ง

เมื่อพิจารณาภาพรวม จะเห็นว่าการเมืองกำลังเข้าสู่ช่วงหัวเลี้ยวหัวต่อ ฝ่ายค้านพยายามยกระดับตัวเองทั้งในเชิงโครงสร้างและยุทธศาสตร์ ขณะที่ตัวแปรนอกสภาอย่างการกลับมาของ ทักษิณ ชินวัตร เข้ามาเติมแรงสั่นสะเทือนให้ฉากการเมืองเข้มข้นขึ้น ภายใต้สถานการณ์เช่นนี้ รัฐบาลของ อนุทิน ชาญวีรกูล แม้จะมีความได้เปรียบในเชิงตัวเลขในสภา แต่ก็ไม่อาจนิ่งนอนใจได้ เพราะเกมการเมืองไม่ได้วัดกันเพียงเสียงข้างมาก หากแต่วัดกันที่ความเชื่อมั่นและประสิทธิภาพในการบริหาร.

คางดำ

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...