ขยายวงกว้าง! “อิสราเอล” เผยอิหร่านยิงขีปนาวุธใส่หลายระลอก พร้อมถูกโจมตีจากเยเมนครั้งที่ 2
"อิสราเอล" เผยอิหร่านยิงขีปนาวุธใส่หลายระลอก พร้อมถูกโจมตีจากเยเมนครั้งที่ 2 โดยความขัดแย้งในตะวันออกกลางขยายวง และเพิ่มความเสี่ยงต่อเส้นทางการค้าและพลังงานของโลก
วันที่ 30 มีนาคม 2569 เวลา 14.12 น. สำนักข่าวรอยเตอร์รายงานว่ากองทัพอิสราเอล เปิดเผยเมื่อวันจันทร์ว่า อิหร่านได้ยิงขีปนาวุธหลายระลอกใส่อิสราเอล ขณะที่มีการโจมตีจากเยเมนด้วย ซึ่งถือเป็นครั้งที่สองนับตั้งแต่สงครามระหว่างสหรัฐ–อิสราเอลกับอิหร่านเริ่มต้นขึ้น
กองทัพอิสราเอล ระบุว่า โดรนสองลำจากเยเมนถูกสกัดได้ในช่วงเช้าวันจันทร์ โดยกลุ่มฮูตีในเยเมนซึ่งได้รับการสนับสนุนจากอิหร่าน ได้เข้าสู่สงครามอย่างเป็นทางการเมื่อวันเสาร์ที่ผ่านมา ด้วยการยิงขีปนาวุธใส่อิสราเอล ส่งผลให้ความขัดแย้งในตะวันออกกลางยกระดับมากขึ้น
ขณะเดียวกันกองทัพอากาศอิสราเอลยังคงโจมตีกรุงเตหะราน โดยมุ่งเป้าไปที่โครงสร้างพื้นฐานทางทหาร โดยเหตุการณ์โจมตีล่าสุดเกิดขึ้นหลังจากประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ เปิดเผยว่าสหรัฐและอิหร่านมีการติดต่อเจรจากันทั้งทางตรงและทางอ้อม และระบุว่าผู้นำอิหร่านชุดใหม่มีท่าทีสมเหตุสมผล ขณะที่สหรัฐส่งทหารเพิ่มเติมเข้าสู่ตะวันออกกลาง
ปากีสถาน ซึ่งทำหน้าที่เป็นตัวกลางระหว่างสหรัฐและอิหร่าน เปิดเผยว่ากำลังเตรียมจัดการเจรจาในอีกไม่กี่วันข้างหน้าเพื่อยุติสงครามที่ดำเนินมานานหนึ่งเดือน แต่ยังไม่ชัดเจนว่าสหรัฐและอิหร่านจะเข้าร่วมหรือไม่
ทรัมป์กล่าวว่าเขาเชื่อว่าสหรัฐอาจสามารถทำข้อตกลงกับอิหร่านได้ แต่ก็ยอมรับว่าอาจไม่เกิดขึ้น และยังระบุว่าสหรัฐได้บรรลุเป้าหมายการเปลี่ยนแปลงระบอบการปกครองในอิหร่านแล้ว หลังการโจมตีครั้งแรกของอิสราเอลเมื่อวันที่ 28 กุมภาพันธ์ ทำให้ผู้นำสูงสุดอิหร่าน อายาตอลเลาะห์ อาลี คาเมเนอี เสียชีวิต และถูกแทนที่โดยบุตรชาย โมจตาบา คาเมเนอี
สงครามที่ขยายตัวทั่วตะวันออกกลางส่งผลให้มีผู้เสียชีวิตหลายพันคน และก่อให้เกิดการหยุดชะงักของอุปทานพลังงานครั้งใหญ่ที่สุดในประวัติศาสตร์ ส่งผลกระทบต่อเศรษฐกิจโลก
ประธานรัฐสภาอิหร่าน กล่าวหาสหรัฐว่า ส่งสัญญาณเจรจา แต่ในขณะเดียวกันกลับวางแผนบุกภาคพื้นดิน โดยระบุว่าอิหร่านจะไม่ยอมจำนน
ด้านกระทรวงกลาโหมสหรัฐได้ส่งทหารหลายพันนายไปยังตะวันออกกลาง ทำให้สหรัฐมีทางเลือกในการเปิดปฏิบัติการภาคพื้นดิน หากสถานการณ์ยกระดับ
กองทัพอิสราเอล เปิดเผยว่าได้โจมตีทางอากาศมากกว่า 140 ครั้งในอิหร่านภายใน 24 ชั่วโมง โดยโจมตีฐานยิงขีปนาวุธและคลังเก็บอาวุธ ขณะที่สื่ออิหร่านรายงานว่าสนามบินและโรงงานปิโตรเคมีถูกโจมตี
แม้จะถูกโจมตีอย่างหนักต่อเนื่องหลายสัปดาห์ แต่อิหร่านยังคงสามารถยิงขีปนาวุธและโดรนตอบโต้ได้ โดยคูเวตรายงานว่าสามารถสกัดโดรนได้หลายลำ ขณะที่โรงงานเคมีในอิสราเอลถูกขีปนาวุธโจมตี
อิหร่านยังคงปิดช่องแคบฮอร์มุซในทางปฏิบัติ ซึ่งเป็นเส้นทางขนส่งน้ำมันและก๊าซประมาณ 20% ของโลก ส่งผลให้ราคาน้ำมันพุ่งขึ้น และสร้างผลกระทบต่อเศรษฐกิจโลก
ขณะเดียวกันกลุ่มฮูตีในเยเมนที่สนับสนุนอิหร่าน ได้เข้าร่วมสงครามและอาจพยายามโจมตีหรือปิดเส้นทางเดินเรืออีกจุดหนึ่ง คือ ช่องแคบบับเอลมันเดบ ซึ่งเป็นเส้นทางการค้าสำคัญอีกแห่งของโลก
ตลาดหุ้นเอเชียปรับตัวลดลงในวันจันทร์ เนื่องจากนักลงทุนกังวลว่าสงครามจะยืดเยื้อ ซึ่งอาจทำให้เงินเฟ้อเพิ่มขึ้นและเศรษฐกิจโลกเสี่ยงถดถอย โดยดัชนีนิกเกอิของญี่ปุ่นร่วงมากกว่า 3% ส่วนราคาน้ำมันยังคงปรับตัวขึ้น โดยน้ำมันดิบ Brent อยู่ที่ประมาณ 115 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล และมีแนวโน้มเพิ่มขึ้นต่อเนื่อง ขณะที่สายการบินทั่วโลกเริ่มขึ้นราคาตั๋วและลดจำนวนเที่ยวบินจากต้นทุนน้ำมันที่สูงขึ้น
รายงานยังระบุว่า หน่วยปฏิบัติการพิเศษของสหรัฐหลายร้อยนายได้เดินทางเข้าสู่ตะวันออกกลางเพิ่มเติม ต่อจากนาวิกโยธินหลายพันนายที่ถูกส่งเข้าพื้นที่ก่อนหน้านี้ โดยกระทรวงกลาโหมสหรัฐกำลังพิจารณาทางเลือกทางทหาร รวมถึงการใช้กำลังภาคพื้นดิน แม้ทรัมป์ยังไม่ได้อนุมัติแผนดังกล่าว
ทรัมป์ยังกล่าวว่า เขาต้องการยึดแหล่งน้ำมันของอิหร่าน โดยเฉพาะเกาะคาร์ก ซึ่งเป็นศูนย์ส่งออกน้ำมันหลักของอิหร่านที่คิดเป็นประมาณ 90% ของการส่งออกน้ำมันทั้งหมด หากสหรัฐสามารถยึดเกาะดังกล่าวได้ จะสามารถสร้างแรงกดดันต่อเศรษฐกิจอิหร่านอย่างมหาศาล
อย่างไรก็ตามชาวอเมริกันส่วนใหญ่ไม่เห็นด้วยกับสงคราม และการยกระดับความขัดแย้งอาจกระทบคะแนนนิยมของทรัมป์ก่อนการเลือกตั้งกลางเทอมในเดือนพฤศจิกายน
ด้าน นายกรัฐมนตรีอิสราเอล เบนจามิน เนทันยาฮู กล่าวว่าเขาได้สั่งให้กองทัพขยายปฏิบัติการในเลบานอนตอนใต้เพิ่มเติม และอิสราเอลมีแผนยึดพื้นที่บางส่วนเพื่อสร้างเขตกันชนต่อกลุ่มฮิซบอลเลาะห์ ซึ่งสร้างความกังวลว่าอิสราเอลอาจเข้ายึดครองพื้นที่ในเลบานอน
อ้างอิง : www.reuters.com