โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

การเมือง

บี้นายกฯ จริงจังปราบโกง ต้องหนุน กม.เปิดข้อมูล ปชน. ก่อนประกาศ CPI

กรุงเทพธุรกิจ

อัพเดต 31 มี.ค. เวลา 04.50 น. • เผยแพร่ 31 มี.ค. เวลา 11.40 น.

เมื่อวันที่ 31 มี.ค. 2569 นายพริษฐ์ วัชรสินธุ สส.บัญชีรายชื่อ โฆษกพรรคประชาชน (ปชน.) โพสต์ภาพและข้อความผ่านเฟซบุ๊ก ระบุว่า เชื่อว่าประชาชนทุกคนเห็นตรงกัน ว่าการที่ปัญหาการทุจริตคอร์รัปชันในประเทศเรารุนแรงและเรื้อรังจนทำให้คะแนนความโปร่งใสของเราตามดัชนีการรับรู้การทุจริต หรือ CPI (Corruption Perceptions Index) ตกต่ำสุดในรอบ 10 กว่าปี และรั้งท้ายอาเซียน เป็นอุปสรรคสำคัญต่อทั้งขีดความสามารถในการแข่งขัน ความเป็นธรรมในสังคม และสถานะของประเทศไทยบนเวทีโลก

"ผมเห็นว่าการที่นายกฯ อนุทิน (ชาญวีรกูล) ประกาศบนเวทีเช้าวันนี้ว่าสถิติดังกล่าวเป็นสิ่งที่ “น่าอับอาย” และมอบหมายให้ทุกหน่วยงานยกระดับระบบการป้องกันการทุจริตให้รัดกุมนั้น ไม่เพียงพอต่อการแก้ไขปัญหา" โฆษกพรรค ปชน.ระบุ

นายพริษฐ์ ระบุอีกว่า หากนายกฯต้องการให้คะแนน CPI เราดีขึ้นจริง สิ่งที่นายกฯ อนุทิน ควรทำเป็นขั้นต่ำคือการให้คำมั่นสัญญา ว่ารัฐบาลนี้ จะผลักดัน “พ.ร.บ. ข้อมูลข่าวสารสาธารณะ” ฉบับใหม่ (Open Data Act) ผ่านสภาให้สำเร็จ เพื่อทำให้เกิดการเปิดเผยข้อมูลรัฐอย่างโปร่งใส โดยการเปิดเผยข้อมูลรัฐ เป็นกุญแจดอกสำคัญในการปราบโกง ผ่านการสร้างระบบที่คน "ไม่กล้าโกง โกงไม่ได้ โกงแล้วไม่รอด" เพราะประชาชนสามารถเข้าถึงข้อมูล เพื่อใช้เป็นอาวุธสำคัญในการตรวจสอบข้อพิรุธได้โดยตรง เทคโนโลยี AI สามารถถูกนำมาใช้วิเคราะห์ข้อมูลจำนวนมาก เพื่อคาดการณ์และแจ้งเตือนได้ หากพบข้อพิรุธ การส่งสัญญาณว่าจะเปิดข้อมูล จะทำให้คนกล้าโกงน้อยลง เพราะเขารู้ว่าทุกการกระทำของเขาจะอยู่ในแสงสว่าง

โฆษกพรรค ปชน.ระบุว่า แม้ปัจจุบันเรามี พ.ร.บ. ข้อมูลข่าวสารของราชการ พ.ศ. 2540 อยู่แล้ว แต่การผลักดัน พ.ร.บ. ข้อมูลข่าวสารสาธารณะ ฉบับใหม่จะสามารถสร้างการเปลี่ยนแปลงได้ใน 3 ด้านสำคัญ

1. จากเปิดเผยแบบต้องร้องขอ เป็นเปิดเผยแบบอัตโนมัติ ปัจจุบันข้อมูลรัฐหลายส่วนที่สำคัญต่อการตรวจสอบการทุจริต (เช่น การแก้ไขสัญญาจัดซื้อจัดจ้าง ข้อมูลผู้ถือหุ้นบริษัทที่เป็นคู่สัญญารัฐ)ไม่ได้มีการเปิดเผยต่อสาธารณะทันที แต่ภาระในการเข้าถึงข้อมูลกลับไปตกอยู่กับประชาชน โดยประชาชนที่ประสงค์จะเข้าถึงข้อมูล จะต้องทำการร้องขอต่อคณะกรรมการ พร้อมให้เหตุผลประกอบ เป็นรายกรณี

ข้อเสนอ กำหนดให้ข้อมูลของรัฐต้อง “เปิดเผยเป็นหลัก ปกปิดเป็นข้อยกเว้น” (open by default) ซึ่งหมายถึงการเปิดเผยข้อมูลโดยอัตโนมัติ โดยหากหน่วยงานใดมีความกังวลในการเปิดเผยข้อมูลส่วนใดด้วยเหตุผลต่างๆ (เช่น ความมั่นคง) ภาระจะตกอยู่ที่หน่วยงานในการทำเรื่องร้องขอต่อคณะกรรมการ เพื่อให้คณะกรรมการพิจารณาว่าเหตุผลที่หน่วยงานให้ มีความสมเหตุสมผลหรือไม่

2. จากเปิดเผยแบบปกปิด” เป็นเปิดเผยแบบใช้ต่อได้ ปัจจุบันข้อมูลรัฐที่มีการเปิดเผยต่อสาธารณะ มักถูกเปิดเผยในรูปแบบที่ไม่สะดวกต่อการวิเคราะห์ต่อ (เช่น ข้อมูลบัญชีทรัพย์สิน ที่ถูกเปิดในรูปแบบภาพถ่าย-ภาพสแกน และเปิดเผยผ่านช่องทางออนไลน์แค่เฉพาะในห้วงเวลาจำกัด / ข้อมูลผลการเลือกตั้งรายหน่วย ที่แยกเป็นภาพ แทนที่จะถูกรวบรวมเป็น excel file ที่วิเคราะห์ต่อได้ง่าย) โดยข้อเสนอ กำหนดให้ข้อมูลที่ถูกเปิดเผย จะต้องมีการจัดเก็บและเผยแพร่ในรูปแบบดิจิทัลที่สะดวกต่อกการวิเคราะห์ต่อได้ (machine readable)

3. จากเปิดแบบต่างคนต่างเปิด เป็นเปิดแบบเชื่อมโยงทั้งระบบ ปัจจุบันหลายหน่วยงานรัฐ มักปฏิบัติเสมือนกับเป็นเจ้าของฐานข้อมูลรัฐที่ตนเองรับผิดชอบ ซึ่งทำให้ข้อมูลบางส่วนอาจไม่เกิดการแลกเปลี่ยนกันระหว่างหน่วยงาน ทำให้ข้อมูลที่เปิดต่อสาธารณะมีลักษณะที่ไม่เชื่อมโยงกัน และทำให้หน่วยงานรัฐอาจมีการขอข้อมูลจากประชาชนที่ซ้ำซ้อนกับที่หน่วยงานอื่นขอ ดังนั้นมีข้อเสนอกำหนดให้ข้อมูลของรัฐ ไม่ได้ขึ้นกับหน่วยงานใดหน่วยงานหนึ่ง แต่ขึ้นกับ “รัฐ” โดยรวม เพื่อทำให้เกิดการแลกเปลี่ยนระหว่างหน่วยงานและเปิดเผยข้อมูลอย่างเชื่อมโยงกันทั้งระบบ

"ข้อเสนอทั้งหมดนี้ เป็นข้อเสนอที่พรรคประชาชนไม่ได้พูดลอยๆ แต่เราได้จัดทำเป็นร่าง พ.ร.บ. ข้อมูลข่าวสารสาธารณะ ที่ได้ยื่นต่อสภาตั้งแต่เมื่อ 2 สัปดาห์ที่แล้ว หากนายกฯรู้สึกอับอายกับคะแนนความโปร่งใสของประเทศเราจริง หากนายกฯมีความจริงจังและจริงใจกับการแก้ปัญหาการทุจริต ผมขอให้ นายกฯ ประกาศชัดๆ ว่า สส. รัฐบาล จะมาร่วมผลักดัน พ.ร.บ. ข้อมูลข่าวสารสาธารณะ (Open Data Act) ที่พรรคประชาชนได้ยื่นเข้าสภาไปแล้ว ให้สำเร็จภายใน 1 ปี ก่อนการประกาศผลดัชนีการรับรู้การทุจริต (CPI) ในปีหน้า" โฆษกพรรค ปชน.ระบุ

ที่มา พริษฐ์ วัชรสินธุ - ไอติม - Parit Wacharasindhu

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...