‘รมว.คลัง’ รับวิกฤติพลังงานหนักกว่าโควิด ทำลายโครงสร้างพลังงานยับ!!
The Bangkok Insight
อัพเดต 31 มี.ค. เวลา 10.42 น. • เผยแพร่ 31 มี.ค. เวลา 10.42 น. • The Bangkok Insight"รมว.คลัง" รับวิกฤติพลังงานหนักกว่าโควิด สงครามทำลายโครงสร้างพลังงานยับ พร้อมเปิด 3 ทางรอดเศรษฐกิจไทย
นายเอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ รองนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการ กระทรวงการคลัง เปิดเผยว่า ต้องยอมรับว่าวิกฤติด้านพลังงานที่เกิดขึ้นในขณะนี้อาจจะหนักกว่าวิกฤติโควิด-19 ในช่วงที่ผ่านมา เนื่องจากสงครามทำให้โครงสร้างพลังงานถูกทำลาย เกิดการเปลี่ยนแปลงด้านโครงสร้างพลังงานอย่างสิ้นเชิง และยังไม่มีใครรู้ว่าสงครามจะเป็นอย่างไร จะจบเมื่อไหร่ ดังนั้นสิ่งที่ต้องเร่งดำเนินการในขณะนี้ คือการเร่งปรับตัว ดังนั้น การปรับตัวจะต้องอยู่บนพื้นฐานของการคิดยาว ๆ มองภาพเพียงสั้น ๆ คงไม่ได้ เพราะโลกกำลังเปลี่ยนไป ใครปรับตัวได้เร็วกว่าก็จะเป็นผู้ชนะ
ทั้งนี้ สิ่งที่เห็นชัดเจนจากวิกฤติพลังงานครั้งนี้ คือ โครงสร้างพื้นฐานด้านพลังงานถูกทำลาย วันนี้ไม่ใช่แค่การสู้รบกันธรรมดา แต่เป็นการสู้รบที่ทำลายโครงสร้างพื้นฐานด้านพลังงานที่ใช้กันมานาน ทั้งโครงสร้างแหล่งผลิตน้ำมัน ก๊าซธรรมชาติ แหล่งพลังงานทั้งโลกถูกกระทบไม่ต่างจากตอนโควิด-19 ตรงนี้เป็นสิ่งที่เราต้องยอมรับความจริง เพื่อที่จะได้เตรียมพร้อมไปสู่การปรับตัว
นายเอกนิติ กล่าวว่า แนวคิดสำคัญที่จะเป็นทางรอดเศรษฐกิจไทย เพื่อให้ประเทศไทยสามารถเป็นผู้ชนะ (Winning) ได้ในโลกยุคใหม่ 3 แนวทาง ได้แก่ 1. Target (เป้าหมายชัด) วันนี้มีคำถามว่าราคาน้ำมันจะขึ้นไปที่เท่าไหร่ และจะอุดหนุนอย่างไร เพราะวิกฤติพลังงานแบบนี้ไม่ได้เกิดแค่กับประเทศไทย แต่เกิดกับทั้งโลก ราคาน้ำมันปรับขึ้นจาก 90 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล เป็น 240 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล ปรับขึ้นมา 3-4 เท่า แนวทางสำคัญที่แต่ละประเทศปรับตัวในยุคนี้ คือ "การเลิกอุดหนุนราคาน้ำมัน" เพราะเป็นสิ่งที่ต้องยอมรับว่าฝืนตลาดไม่ได้ โดยเปลี่ยนมาเป็นการอุดหนุนที่กลุ่มคนที่ได้รับผลกระทบ หรือเดือดร้อน
2. Transition (การเปลี่ยนผ่าน) เป็นเรื่องที่ต้องทำให้เร็วที่สุด ซึ่งมองว่าเรื่อง ‘พลังงานสีเขียว (Green Energy)’ เพราะสภาพแวดล้อมในครั้งนี้บีบบังคับให้ทุกคนต้องอยู่กับโลกที่ราคาน้ำมันแพงไปอีกระยะใหญ่ และไม่เชื่อว่าราคาน้ำมันจะกลับมาถูกใหม่อีกครั้งในเร็ว ๆ นี้ เนื่องจากโครงสร้างราคาพลังงานในตะวันออกกลางถูกทำลายไปเยอะ กว่าจะฟื้นต้องใช้เวลานาน ดังนั้นการเปลี่ยนผ่านไปสู่พลังงานสีเขียวจึงเป็นทางเลือกสำคัญ และจะเป็นพลังงานสะอาดที่ปลอดภัยและยั่งยืนในระยะยาว
โดยในส่วนนี้รัฐบาลจังมีแผนเร่งการลงทุนใน Solar Farm และ Floating Solar พร้อมปลดล็อกกติกาสัญญาซื้อขายไฟฟ้าโดยตรงระหว่างผู้ผลิตพลังงานหมุนเวียนและผู้ใช้ไฟฟ้า (Direct PPA) เพื่อให้เอกชนและประชาชนสามารถซื้อขายไฟฟ้าตรงได้ เพื่อลดภาระค่าใช้จ่ายและสร้างรายได้
3. Transform (การปฏิรูปคน) โดยAI ถือเป็นหัวใจสำคัญของการขับเคลื่อนเศรษฐกิจคือการ Transform คน โดยเฉพาะการนำ AI มาเป็นเครื่องมือช่วยเพิ่มประสิทธิภาพการทำงานและแก้ปัญหาแรงงานขาดแคลนในสังคมผู้สูงอายุ
"สิ่งแรกต้องยอมรับความจริงที่ว่าโลกกำลังเปลี่ยนไป ถ้าเราไม่ยอมรับความเป็นจริง หากยังอยู่แบบเดิม ยังอุดหนุนแบบเดิมมันจะไม่ใช่ Winning แต่จะกลายเป็น Loser เพราะมันจะสร้างปัญหาให้เจอวิกฤติซ้อนวิกฤติ ทรัพยากรที่เรามีจำกัด ต้องใช้ให้เกิดประโยชน์สูงสุด ดูแลกลุ่มเปราะบางในโลกที่เปลี่ยนไปและเขาไม่สามารถปรับตัวได้เร็ว เราต้องเปลี่ยนผ่าน จึงต้องใช้กลไกตลาดทุนเข้ามาช่วยในการเปลี่ยนผ่าน การช่วยคนตัวเล็ก" รมว.คลัง กล่าว
พร้อมทั้งยืนยันว่า โครงการ Thailand Individual Savings Account : TISA) ต้องมาแน่นอน มันจะไม่ใช่แค่กระตุ้นให้ตลาดทุนโต แต่เป็นแหล่งเงินออมระยะยาวให้คนตัวเล็กเปลี่ยนผ่านจากโลกที่ผันผวน เราต้องทำให้เร็วกว่า เพื่อให้ประเทศไทยเติบโตได้อย่างยั่งยืน รองรับแรงกระแทกในภาวะที่โลกผันผวน
อ่านข่าวเพิ่มเติม
- ทำไม ‘ครม.อนุทิน 1’ ต้องมี ‘เอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ’ นั่งว่าที่ ‘รมว.คลัง’
- ‘เอกนิติ’ แจงเหตุลดการอุดหนุนราคาน้ำมัน หวั่นเกิดวิกฤตเศรษฐกิจ ซ้ำรอยต้มยำกุ้ง!
- ‘เอกนิติ’ เผยรัฐบาลเตรียมออกมาตรการดูแล 5 กลุ่ม หลังราคาน้ำมันพุ่ง
ติดตามเราได้ที่