โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ฤดูร้อนยาวนานขึ้น กำลังกลายเป็นความปกติใหม่ของโลก

TNN ช่อง16

เผยแพร่ 1 ชั่วโมงที่ผ่านมา
งานวิจัยล่าสุด ระบุว่าหลายพื้นที่ของโลกต้องเผชิญกับฤดูร้อนที่ยาวนานมากขึ้นเฉลี่ยถึง 6 วัน จากเดิม 4 วันทุก 10 ปี นอกจากนี้ฤดูร้อนยังมาเร็วขึ้นและรุนแรงขึ้น ซึ่งส่งผลต่อการเปลี่ยนฤดูที่จะเกิดขึ้นอย่างฉับพลันในระยะเวลาอันสั้น และอาจกระทบต่อระบบนิเวศจนปรับตัวไม่ทัน

งานวิจัยจากมหาวิทยาลัยบริติชโคลัมเบีย ระบุว่า ช่วงระหว่างปี 1990-2023 ฤดูร้อนในหลายพื้นที่ของโลกยาวนานขึ้นเฉลี่ยถึง 6 วัน จากเดิม 4 วันต่อทศวรรษ การติดตามการเปลี่ยนแปลงนี้อ้างอิงตามเกณฑ์ของอุณหภูมิจริง โดยวัดจากช่วงเวลาที่อากาศร้อนกว่าค่าเฉลี่ย นอกจากนี้ฤดูร้อนมีแนวโน้มมาเร็วขึ้นและเกิดขึ้นแบบฉับพลัน แตกต่างจากอดีตที่อุณหภูมิจะค่อยๆ เพิ่มสูงขึ้นในช่วงเปลี่ยนฤดูกาล

ในบางเมืองเช่น ซิดนีย์ของออสเตรเลีย ต้องเผชิญกับฤดูร้อนที่ยาวนาน จากเดิม 80 วันต่อปี เป็น 130 วันต่อปี เช่นเดียวกับ โตรอนโตของแคนาดา ที่เผชิญกับอุณหภูมิเพิ่มสูงขึ้นอย่างรวดเร็ว ความร้อนที่เพิ่มสูงขึ้นนี้กระทบต่อการเปลี่ยนแปลงของวิถีชีวิตและระบบต่างๆ ที่เคยยึดโยงกับฤดูกาล เช่น พืชออกดอกเร็วขึ้นแต่แมลงยังไม่พร้อมผสมเกสร ซึ่งอาจส่งผลกระทบต่อผลผลิตทางการเกษตรได้ นอกจากนี้ยังทำให้หิมะละลายเร็วขึ้นเพิ่มความเสี่ยงน้ำท่วมในฤดูใบไม้ผลิ

นอกจากฤดูร้อนจะยาวนานขึ้นแล้ว ความร้อนสะสมก็เพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็วอีกด้วย โดยในพื้นที่ซีกโลกเหนือพบความร้อนสะสมเพิ่มขึ้นเร็วกว่าเดิมถึง 3 เท่า เมื่อเทียบกับช่วงก่อนปี 1990 การเปลี่ยนแปลงอย่างฉับพลันนี้นำไปสู่ความวิตกกังวลถึงเหตุการณ์สภาพอากาศสุดขั้วที่มีแนวโน้มเกิดบ่อยขึ้นและรุนแรงขึ้น ซึ่งอาจส่งผลกระทบต่อฤดูกาลเพาะปลูกไปจนถึงความมั่นคงด้านอาหาร

ทั้งหมดนี้อาจเป็นสัญญาณใหม่ของโลกที่กำลังเปลี่ยนไปอย่างช้าๆ ที่ทำให้มนุษย์ต้องปรับตัวอย่างยากลำบากเพื่อการดำรงชีวิตในยุคที่โลกไม่สามารถฟื้นฟูกลับคืนมาได้ดังเดิม

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...