วิกฤติน้ำมันสะเทือนเครดิตเรตติ้ง S&P ประกาศหั่นแนวโน้มฟิลิปปินส์
บริษัทจัดอันดับความน่าเชื่อถือ S&P Global Ratings ประกาศปรับลดแนวโน้มอันดับความน่าเชื่อถือ (outlook) ของฟิลิปปินส์ลงจาก “เชิงบวก” สู่ “มีเสถียรภาพ” (Stable) โดยให้เหตุผลถึงความเสี่ยงจากความขัดแย้งในตะวันออกกลาง ราคาน้ำมันที่สูงขึ้น และตัวชี้วัดภายนอกที่อ่อนแอลง
อย่างไรก็ดี การลดแนวโน้มสู่ระดับมีเสถียรภาพ และยังไม่ถึงขั้นเป็นแนวโน้มเชิงลบนั้น สะท้อนสมมติฐานว่า ฟิลิปปินส์จะสามารถรักษาการเติบโตที่แข็งแกร่ง และทยอยปรับปรุงฐานะการคลังได้ในช่วงสองปีข้างหน้า แม้จะเผชิญแรงกดดันจากปัจจัยภายนอก
ขณะเดียวกัน บริษัทยังคงอันดับความน่าเชื่อถือของฟิลิปปินส์ไว้ที่ระดับ ‘BBB+/A-2’ เท่าเดิม
การปรับแนวโน้มดังกล่าวสะท้อนความเสี่ยงที่ฐานะการคลังและดุลภายนอกประเทศจะเผชิญแรงกดดันยาวนานกว่าที่คาดการณ์ไว้ เนื่องจากฟิลิปปินส์ต้องรับมือกับต้นทุนเชื้อเพลิงที่สูงขึ้น และการขาดดุลบัญชีเดินสะพัดที่หนักขึ้นกว่าเดิม
นอกจากนี้ การชะลอตัวของการลงทุนโครงสร้างพื้นฐานภาครัฐกำลังเป็นอีกปัจจัยที่กดดันการเติบโตของฟิลิปปินส์ แต่เชื่อว่าสถานการณ์ดังกล่าวเป็นเพียงภาวะชั่วคราว และแนวโน้มการเติบโตทางเศรษฐกิจของประเทศยังคงแข็งแกร่ง
ทั้งนี้S&P เชื่อมโยงการชะลอตัวทางเศรษฐกิจของฟิลิปปินส์ในปีที่แล้ว กับการลดการใช้จ่ายโครงสร้างพื้นฐาน หลังมีการสอบสวน"การทุจริตโครงการควบคุมน้ำท่วม" และแรงกดดันดังกล่าวยิ่งทวีความรุนแรงจากภาวะช็อกราคาน้ำมันล่าสุด ทำให้ คาดว่าการเติบโตทางเศรษฐกิจจะอ่อนแรงลงในช่วงครึ่งแรกของปีนี้ ก่อนจะฟื้นตัวในช่วงปลายปี
“เราคาดการณ์ว่าจีดีพีที่แท้จริงของฟิลิปปินส์จะเติบโต 5.8% ในปี 2026 หลังจากขยายตัว 4.4% ในปี 2025 โดยการเติบโตในปีที่แล้วชะลอลงจากแนวโน้มระยะยาว เนื่องจากการลดลงชั่วคราวของการใช้จ่ายด้านโครงสร้างพื้นฐานภาครัฐ ภายหลังการสอบสวนโครงการควบคุมน้ำท่วม” S&P ระบุ