โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ธุรกิจ-เศรษฐกิจ

GCAP GOLD ชี้ทองรีบาวด์ระยะสั้นรับข่าวหยุดยิงสหรัฐฯ-อิหร่าน จับตาช่องแคบฮอร์มุซตัวแปรคุมเงินเฟ้อ

การเงินธนาคาร

อัพเดต 1 วันที่แล้ว • เผยแพร่ 2 วันที่แล้ว

ตลาดคลายกังวลชั่วคราวหลังเจรจาดีลหยุดยิงบรรลุผลเบื้องต้น ส่งผลให้ Bond Yield ปรับตัวลดลงหนุนราคาทองคำฟื้นตัว จับตาการเปิดเส้นทางเดินเรือช่องแคบฮอร์มุซ หากล่าช้าเสี่ยงดันราคาพลังงานพุ่งกระทบนโยบายการเงินธนาคารกลาง นักวิเคราะห์แนะกลยุทธ์เล่นรอบตามจังหวะข่าว เฝ้าระวังแรงขายหากราคายังไม่สามารถยืนเหนือระดับ 4,900

ภาวะการลงทุนในตลาดทองคำเริ่มกลับมามีความเคลื่อนไหวเชิงบวกในระยะสั้น โดยได้รับปัจจัยหนุนจากการผ่อนคลายความตึงเครียดทางภูมิรัฐศาสตร์ หลังจากมีรายงานว่าสหรัฐอเมริกาและอิหร่านสามารถบรรลุข้อตกลงหยุดยิงชั่วคราว พร้อมมีสัญญาณบวกเกี่ยวกับการพิจารณาเปิดเส้นทางเดินเรือในช่องแคบฮอร์มุซอีกครั้ง ซึ่งส่งผลโดยตรงต่อการลดแรงกดดันด้านเงินเฟ้อภาคพลังงานและทำให้ตลาดลดคาดการณ์เรื่องการเร่งขึ้นอัตราดอกเบี้ย

นางสาวอารีรัตน์ มุราชัย หัวหน้านักวิเคราะห์ บริษัท จีแคป จำกัด (GCAP GOLD) ระบุถึงภาพรวมสถานการณ์ว่า แม้ตลาดจะรับข่าวเชิงบวกแต่ความเสี่ยงในเชิงโครงสร้างยังคงไม่สิ้นสุด โดยปัจจัยสำคัญที่ต้องติดตามอย่างใกล้ชิดคือความคืบหน้าของการเจรจาและมาตรการปฏิบัติจริงในพื้นที่ความขัดแย้ง ซึ่งจะส่งผลต่อเสถียรภาพของราคาพลังงานในตลาดโลก

"ตลาดตอบรับเชิงบวกต่อข่าวหยุดยิง ส่งผลให้สินทรัพย์เสี่ยงฟื้นตัว และกดดันราคาทองคำในบางช่วง อย่างไรก็ตาม ภาพดังกล่าวยังเป็นเพียงระยะสั้น สิ่งที่ต้องจับตาคือการเจรจาจะมีความคืบหน้าเพียงใด และการเปิดช่องแคบฮอร์มุซจะเกิดขึ้นจริงหรือไม่ เพราะหากสถานการณ์กลับมาตึงเครียดอีกครั้ง ราคาพลังงานและเงินเฟ้อจะกลับมาเป็นตัวแปรสำคัญของตลาดทันที"

ในเชิงเศรษฐกิจ การรีบาวด์ของราคาทองคำในรอบนี้เป็นผลสืบเนื่องจากการที่อัตราผลตอบแทนพันธบัตรรัฐบาล (Bond Yield) ปรับตัวลดลงตามความกังวลเรื่องเงินเฟ้อที่ชะลอตัวลงชั่วคราว อย่างไรก็ตาม GCAP GOLD ประเมินว่านี่ยังไม่ใช่การกลับตัวของแนวโน้มหลัก (Primary Trend) เนื่องจากทิศทางของธนาคารกลางในระยะถัดไปยังขึ้นอยู่กับตัวเลขเงินเฟ้อ หากราคาน้ำมันกลับมาผันผวนจากการที่การเจรจาหยุดชะงัก จะกลายเป็นปัจจัยจำกัดเพดานการปรับตัวขึ้นของทองคำทันที

ในทางเทคนิค ราคาทองคำโลกยังเผชิญกับแนวต้านสำคัญ โดยหากยังไม่สามารถยืนเหนือระดับ 4,900 ได้อย่างมั่นคง มีโอกาสสูงที่จะเผชิญกับแรงขายทำกำไร (Profit Taking) ออกมาเป็นระยะ ซึ่งสอดคล้องกับสภาวะตลาดที่ยังมีความไม่แน่นอนสูงในระดับมหภาค

สำหรับการบริหารพอร์ตการลงทุนในสภาวะที่มีความผันผวนจากปัจจัยภายนอก นักวิเคราะห์ให้มุมมองแบ่งตามประเภทนักลงทุน ดังนี้:

1. นักลงทุนระยะสั้น:

แนะนำให้เน้นการลงทุนแบบเล่นรอบ (Swing Trading) ตามจังหวะข่าวสารที่เกิดขึ้น โดยกำหนดจุดทำกำไรและจุดรับคืน ดังนี้:

  • แนวต้าน (จุดขาย): 4,900 และ 4,970
    • แนวรับ (จุดซื้อ): 4,700 และ 4,650

2. นักลงทุนระยะกลาง-ยาว:

ยังคงแนะนำให้ใช้กลยุทธ์ทยอยสะสม (Accumulate) ในช่วงที่ราคาเกิดการปรับฐาน เพื่อลดความเสี่ยงจากการเข้าซื้อในช่วงที่ราคารีบาวด์รุนแรง

3. ตลาดทองคำในประเทศ:

ราคาทองคำไทยมีกรอบการเคลื่อนไหวที่ต้องระมัดระวัง โดยแนะนำการบริหารจัดการต้นทุนดังนี้:

  • โซนขายทำกำไร: 73,600 - 74,500 บาท
    • โซนรอเข้าซื้อสะสม: 71,500 - 71,000 บาท

ทั้งนี้ ประเด็นเรื่องช่องแคบฮอร์มุซถือเป็น "คีย์หลัก" ที่จะตัดสินทิศทางเศรษฐกิจในไตรมาสนี้ หากการเดินเรือกลับมาเป็นปกติจะช่วยลดแรงกดดันต่อระบบ Supply Chain พลังงาน ซึ่งจะส่งผลให้ธนาคารกลางมีช่องว่างในการพิจารณานโยบายการเงินที่ผ่อนคลายมากขึ้น แต่ในทางกลับกัน หากการเจรจาล้มเหลว ทองคำอาจกลับมาได้รับความสนใจในฐานะสินทรัพย์ปลอดภัย (Safe Haven) อีกครั้ง ท่ามกลางภาวะเงินเฟ้อที่พุ่งสูงขึ้น

“ภาพระยะยาวยังต้องติดตามทิศทางเงินเฟ้ออย่างใกล้ชิด เนื่องจากหากเงินเฟ้อยังอยู่ในระดับสูง หรือกลับมาเร่งตัวอีกครั้ง จะเป็นปัจจัยจำกัดการปรับขึ้นของทองคำ”

อ่านข่าว การเงิน-อัตราแลกเปลี่ยน-ราคาทอง ทั้งหมด ได้ที่นี่

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...