โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ภูมิภาค

สตูลคืนชีพท้องทะเล! วาง "ซั้งกอ" สร้างบ้านปลา 1,500 ต้น พลิกโฉม "ตันหยงโป" สู่ต้นแบบท่องเที่ยวชุมชนยั่งยืน

สยามรัฐ

อัพเดต 3 ชั่วโมงที่ผ่านมา • เผยแพร่ 4 ชั่วโมงที่ผ่านมา

">

ท่ามกลางวิกฤตเศรษฐกิจและต้นทุนพลังงานที่พุ่งสูงขึ้น "ทางรอด" ของชาวประมงพื้นบ้านอาจไม่ได้หมายถึงการออกเรือไปให้ไกลกว่าเดิม แต่คือการสร้างความอุดมสมบูรณ์ให้กลับมาอยู่ "หน้าบ้าน" ของตนเอง

วันที่ 16 เมษายน 2569 ณ ลานกั้งยักษ์ บ้านทรายยาว ต.ตันหยงโป จ.สตูล ภาพของเรือประมงที่บรรทุกโครงสร้างภูมิปัญญาชาวบ้านที่เรียกว่า "ซั้งกอ"หรือ "บ้านปลา" ทยอยเคลื่อนตัวออกสู่ท้องทะเลอันดามัน คือสัญญาณเริ่มต้นของการฟื้นฟูทรัพยากรครั้งใหญ่ ภายใต้การนำของนายคณิต คงช่วย ผู้ว่าราชการจังหวัดสตูล ร่วมกับสำนักงานประมงจังหวัดสตูล เครือข่าย พสบ.สตูล และอบต.ตันหยงโป

ในยุคที่น้ำมันแพงชาวประมงขนาดเล็กไม่สามารถแบกรับค่าใช้จ่ายในการออกเรือไปไกลๆ ได้ การจัดวางซั้งกอจำนวน 1,500 ต้น ครอบคลุมพื้นที่ 4 อำเภอชายฝั่งของสตูล (เมืองสตูล, ท่าแพ, ทุ่งหว้า และละงู) จึงเป็นกลยุทธ์ที่ "ยิงปืนนัดเดียวได้นกสองตัว"

นายสามารถ พันธ์นาค ผู้ใหญ่บ้านหมู่ที่ 1 ต.ตันหยงโป เผยถึงความสำคัญว่า "ซั้งกอคือบ้านปลาที่ทำให้ชาวบ้านไม่ต้องไปไกล ขับเรือออกไปแค่กิโลเดียวก็มีปลาให้จับ เซฟค่าน้ำมันไปได้เยอะ บางครั้งได้ปลาอินทรีย์หรือปลามงตัวเดียวก็คุ้มทุนแล้ว เพราะราคาปลาตอนนี้กิโลละเกือบ 200 บาท การทิ้งซั้งกอแค่ 5 วัน ปลาหลากหลายชนิดก็เริ่มเข้าอาศัยแล้ว"

ความน่าสนใจของการจัดวางซั้งกอในครั้งนี้ ไม่ได้หยุดอยู่แค่การประมง แต่คือการต่อยอดสู่ "ศูนย์บริการนักท่องเที่ยวชุมชนตำบลตันหยงโป" เพื่อรองรับนักท่องเที่ยว โดยเฉพาะกลุ่มชาวมาเลเซียที่หลงใหลในความสดของอาหารทะเล

นายชวรณ สุธาพาณิชย์ ประธาน พสบ.สตูล( หลักสูตรพัฒนาสัมพันธ์ระดับผู้บริหาร จังหวัดชายแดนภาคใต้) การร่วมผลักดันกิจกรรมในครั้งนี้ ให้มุมมองเรื่องการท่องเที่ยวว่า กิจกรรมใหม่ นอกจากชมวิวทิวทัศน์แล้ว นักท่องเที่ยวสามารถ "ล่องเรือตกปลาชุมชน" เช่น ปลาทราย หรือปลาเก๋าขนาดเล็ก ในเขตทะเลตื้นที่ไม่ขวางทางเดินเรือ

ราคาที่จับต้องได้ ชุมชนมีบริการเช่าเรือนำเที่ยวในราคาประมาณ 1,500 บาท (หาร 5 คน ตกคนละ 300 บาท) ซึ่งสร้างรายได้เสริมโดยตรงให้ครัวเรือน

จุดขาย Soft Power ตันหยงโปโดดเด่นเรื่อง"กั้ง ปู และปลาสด" จากเรือประมงพื้นบ้านที่นำมาเสิร์ฟในราคาเป็นกันเอง กลายเป็นจุดเช็คอินที่นักท่องเที่ยวต้องมาลิ้มรส

โจทย์ใหญ่ของโครงการนี้คือ "ความยั่งยืน" เนื่องจากซั้งกอที่ทำจากใบมะพร้าวมีอายุการใช้งานจำกัด (ประมาณ 3 เดือน) ทางจังหวัดและชุมชนจึงวางแผนงานต่อเนื่องการเติมซั้งกอทุกปี เพื่อรักษาปริมาณสัตว์น้ำให้คงที่และเพิ่มจำนวนขึ้นเรื่อยๆ

การปล่อยพันธุ์สัตว์น้ำกุ้งแชบ๊วยกว่า 100,000 ตัว เพื่อเพิ่มประชากรในระบบนิเวศ

การท่องเที่ยวเสนอทางเลือกให้นักท่องเที่ยวที่มีกำลังทรัพย์สามารถร่วม "ปล่อยปะการังเทียมขนาดเล็ก" เพื่อเป็นที่ระลึกและสร้างกุศลทางสิ่งแวดล้อม

โมเดลของตันหยงโปในวันนี้ คือภาพสะท้อนของการบริหารจัดการทรัพยากรที่กินได้จริง เมื่อท้องทะเลอุดมสมบูรณ์ ชาวบ้านมีอาหารเหลือเฟือสำหรับบริโภคและจำหน่าย และเมื่อชุมชนแข็งแกร่ง การท่องเที่ยวที่ตามมาก็จะกลายเป็นกำไรที่ยั่งยืน

"ตันหยงโป"จึงไม่ใช่แค่ทางผ่าน แต่คือสถานีแห่งความสุขที่พร้อมต้อนรับทุกคนด้วยรอยยิ้ม และรสชาติความสดจากท้องทะเลอันดามันอย่างแท้จริง

ภูมิภาค82

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...