โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

‘งบฯฝืด-หนี้ชนเพดาน’ ‘ทอ.-ทร.’พลิกเกมรับมือ

ไทยโพสต์

อัพเดต 4 ชั่วโมงที่ผ่านมา • เผยแพร่ 8 ชั่วโมงที่ผ่านมา

ผลกระทบจากสภาวะเศรษฐกิจชะลอตัว และข้อจำกัดของงบประมาณของประเทศไทย จากผลพวงของสถานการณ์สู้รบในตะวันออกกลางยังไม่มีความแน่นอน รัฐบาลจัดลำดับความสำคัญของแผนโครงการใช้งบประมาณใหม่ บางโครงการของหน่วยราชที่ยังไม่มีความจำเป็นในการตั้งต้นงบฯ ผูกพันที่กระทบต่อเพดานหนี้ ก็ได้เจรจาให้หน่วยรับงบประมาณชะลอโครงการไปก่อน และไปเริ่มตั้งงบฯ ในปีงบฯ 2571 แทน

ทางด้านสถานการณ์ของ “เหล่าทัพ” ที่เพิ่งจบการสู้รบระลอกที่ 2 กับกัมพูชาไปไม่นาน เป็นช่วงของการ “เติมของ” ให้อยู่ในสภาพพร้อมรบ เสริมสร้างความแข็งแกร่งและพัฒนาขีดความสามารถในเชิงรุก ไม่ประมาทกับประเทศเล็กอย่างกัมพูชาที่มี “พี่ใหญ่” สนับสนุนยุทโธปกรณ์ให้หลังบ้าน

แต่เมื่อต้องเจอกับข้อจำกัดเรื่องงบประมาณ อย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้จึงต้องมี “แผน 2” รับมือ เพื่อไม่ให้กระทบต่อแนวทางการพัฒนาขีดความสามารถที่วางไว้ และไม่ให้เหล่าทัพเสียโอกาสในการเสริมสร้างยุทโธปกรณ์ที่จะรับมือกับสถานการณ์ที่อาจจะเกิดขึ้นในอนาคต

“กองทัพอากาศ” มอง “จังหวะเวลา” ในการจัดหาเครื่องบินขับไล่ Gripen E/F ในระยะที่ 2 และ 3 ในคราวเดียวกัน เดินหน้าตั้งต้นงบฯ ผูกพันในปี 2570 รวม 8 เครื่อง (ในงบฯ ปี 2569 ในระยะที่ 1 จัดหาแล้ว 4 เครื่อง) เพื่อให้ได้ราคาที่คุ้มค่า เทคโนโลยีและระบบอาวุธที่ทันสมัย โดยคณะของ พล.อ.อ.เสกสรร คันธา ผู้บัญชาการทหารอากาศ เดินทางไปเจรจากับ Saab สวีเดน เมื่อวันที่ 3 พ.ค.ที่ผ่านมา

โดย “แนวทาง” การจัดซื้อแบบ 2 ระยะพร้อมกันจะบริหารงบฯ ผูกพันในห้วงเวลาเดิม ไม่กระทบภาพรวมในการพัฒนาขีดความสามารถในโครงการอื่น ที่สำคัญมูลค่าของโครงการในขณะนี้ยังอยู่ในระดับเดิม แต่หากมีความต้องการในหลายประเทศสูงขึ้น ราคาก็จะสูงขึ้นตามไปด้วย

เพราะต้องยอมรับว่า GripenE/F กลายเป็นเครื่องบินขับไล่โจมตีที่ได้รับความสนใจในตลาด ล่าสุดมียูเครน และโปรตุเกส กำลังจัดหาเข้าประจำการ รวมถึงอีก 2 ประเทศที่กำลังตัดสินใจ

ขณะที่ “กองทัพเรือ” ประสบปัญหาเรื่อง “หนี้” จากภาระผูกพันงบฯ หลายโครงการใหญ่พร้อมกัน ไล่ตั้งแต่ปี 2569-2570 ซึ่งมีโครงการใหญ่อยู่ 3 โครงการ ได้แก่

-เรือฟริเกตลำที่ 1 จำนวน 1 ลำ (เริ่มงบฯ ปี2569) ขณะนี้อยู่ระหว่างการคัดเลือกเอกชนเข้าดำเนินการ

-เรือดำน้ำ S26T จำนวน 1 ลำ (เริ่มงบฯ ปี 2570) จ่ายเป็นเงินงวด จนถึงปลายปึ 71 หรือต้นปี 72 พร้อมส่งมอบ

-เครื่องบินลำเลียง C-295 จำนวน 2 ลำ (เริ่มงบฯ ปี 2568-2573)

ทำให้สำนักงบประมาณขอให้เลื่อนโครงการจัดซื้อเรือฟริเกตลำที่ 2 ออกไปในปี 2571 เพื่อไม่ให้เกินจากอัตราเพดานหนี้ของรัฐบาลที่ตั้งไว้ และขยับไปตั้งโครงการในปี 2571 แทน

อย่างไรก็ตาม เหลือระยะเวลาไม่กี่สัปดาห์ที่คณะกรรมการคัดเลือกเอกชนต่อเรือฟริเกตลำใหม่ของกองทัพเรือ จะตัดสินเลือกบริษัทจากชาติใดได้รับงานนี้ จาก 6 บริษัท 4 ประเทศ ที่ยื่นเอกสารเข้ามา และต้องผ่านขั้นตอนการจัดทำสัญญา และลงนาม ซึ่งคาดว่าจะทันในยุคของ พล.ร.อ.ไพโรจน์ เฟื่องจันทร์ ผู้บัญชาการทหารเรือ คนปัจจุบันที่จะเกษียณในช่วงปลายปี 2569

สำหรับโครงการจัดหาเรือฟริเกต 1 ลำ ประจำปีงบประมาณ 2569 ผูกพันงบประมาณระหว่างปี 2569-2574 (ระยะเวลาโครงการรวม 6 ปี) วงเงินรวม 17,500 ล้านบาท

โครงการดังกล่าวถูกจับตามองจากผู้ที่สนใจเรื่องอาวุธยุทโธปกรณ์และเทคโนโลยีทางทหาร ว่ากองทัพเรือจะใช้แนวทางใดในการคัดเลือกเอกชนเข้าดำเนินการ เพื่อให้สังคมมั่นใจว่างบประมาณที่ใช้นั้นมีความคุ้มค่า ไม่รั่วไหล และไม่มีปัญหาเหมือนเช่นที่เคยเกิดขึ้นในอดีต

เมื่อ 26 พ.ย.2568 กองทัพเรือได้ร่วมกับคณะกรรมการความร่วมมือป้องกันการทุจริต (คณะกรรมการ ค.ป.ท.) กรมบัญชีกลาง ได้จัดพิธีลงนามการเข้าร่วมจัดทำข้อตกลงคุณธรรมตามโครงการความร่วมมือป้องกันการทุจริตในการจัดซื้อจัดจ้างของหน่วยงานภาครัฐ ที่มีมูลค่าโครงการเกินกว่า 1,000 ล้านบาทขึ้นไป โดยจะมีผู้สังเกตการณ์จากองค์กรต่อต้านคอร์รัปชันฯ เข้าร่วมสังเกตการณ์ตั้งแต่ต้นจนมีการส่งมอบเรือ

กองทัพเรือได้วางกรอบจัดซื้อจัดจ้างมีคุณลักษณะเฉพาะเป็นพิเศษ หรือซับช้อนในการผลิต โดยผู้ประกอบการที่มีความชำนาญเป็นพิเศษ หรือมีทักษะสูง และผู้ประกอบการนั้นมีจำนวนจำกัด

โดยจะใช้ “เกณฑ์ราคาประกอบเกณฑ์อื่น” (Price Performance) ในอัตราส่วน 90:10 โดยแบ่งเป็นเกณฑ์คุณภาพ 90 คะแนน และเกณฑ์ราคา 10 คะแนน สำหรับเกณฑ์คุณภาพ ประกอบด้วย ข้อเสนอทางเทคนิค 75 คะแนน และข้อเสนอชดเชยทางด้านเทคนิค และส่งเสริมพัฒนาอุตสาหกรรม 15 คะแนน

ดังนั้น เอกชนจะต้องนำเสนอเรื่องราคาและรายละเอียดเกณฑ์อื่นๆ ซึ่งหนึ่งในนั้นคือ การชดเชยทางเศรษฐกิจและการส่งเสริมอุตสาหกรรมภายในประเทศ (Offset) ซึ่งหมายถึงแผนการดำเนินงาน และมูลค่าการชดเชยที่ประเทศไทยจะได้รับ เป็นไปตามนโยบายของรัฐบาลที่กำหนดไว้ และถือเป็นโครงการแลกที่กองทัพเรือจะใช้ offset policy

โดยรายละเอียดได้กำหนดไว้ว่า ในส่วนของ direct offset หรือมูลค่าที่จ่ายจริงในกิจกรรมการชดเชยในอัตราไม่น้อยกว่าร้อยละ15 ของมูลค่าโครงการ หรือไม่น้อยกว่า 2,550 ล้านบาท หรือผลกระทบทางเศรษฐกิจของทุกกิจกรรมการชดเชยตามที่จะยื่นข้อเสนอไว้ในโครงการนี้รวมกันทั้งหมดไม่น้อยกว่าร้อยละ 100 ของมูลค่าโครงการ หรือไม่น้อยกว่า 17,000 ล้านบาท

ซึ่งรายละเอียดของการชดเชยประกอบด้วย การลงทุนในไทย การวิจัยและพัฒนาเทคโนโลยี และการถ่ายทอดเทคโนโลยี การฝึกอบรมและพัฒนาทักษะให้บุคลากรไทย การร่วมผลิตกับไทย และการให้ความช่วยเหลือด้านอื่นๆ เช่น การใช้แรงงานไทย การใช้วัสดุหรือสินค้าภายในประเทศ รวมถึงการติดตั้งระบบต่างๆ ได้ด้วยแรงงานและอู่ต่อเรือในประเทศ หลังจากการสร้างเรือฟริเกตลำที่ 2 เป็นต้นไป

เฉพาะในส่วนของการสร้างเรือ ต้องดำเนินการสร้างบางส่วนหรือทั้งหมดในประเทศไทย ซึ่งที่ผ่านมาสมาคมต่อเรือแห่งประเทศไทย ซึ่งมีเอกชนไทยอย่างน้อย 8 รายมีความพร้อมที่จะใช้อู่ต่อเรือในประเทศสนับสนุนในเรื่องนี้

มีการลงทุนเพื่อสร้างโรงงาน ศูนย์พัฒนาการออกแบบและวิศวกรรมเรือ โรงงานซ่อมบำรุงในประเทศไทย หรืออื่นๆ ที่เกี่ยวข้อง มีการร่วมกับสถานศึกษาของรัฐ รวมถึงสถาบันวิจัย หน่วยงานวิจัยของรัฐหรือเอกชนในการพัฒนาหลักสูตรการเรียนการสอน หรือการสนับสนุนทุน ปริญญาโท เอก ด้านวิศวกรรมหรือวิทยาศาสตร์ทางทะเล

มีการถ่ายทอดองค์ความรู้และเทคโนโลยีการต่อเรือฟริเกตให้กับบุคลากรของ ทร. หรือ ภาคเอกชนไทย เพื่อนำไปใช้พัฒนาอุตสาหกรรมต่อเรือฟริเกตในประเทศ โดยมุ่งเน้นการต่อเรือและระบบที่มีความสำคัญ เช่น ระบบอำนวยการรบ ระบบเดินเรือแบบรวมการ ระบบบริหารตัวเรือแบบควบคุมการยิง ระบบ sonar ระบบเชื่อมโยงทางยุทธวิธี เป็นต้น

อย่างไรก็ตาม ภายใต้สถานการณ์เศรษฐกิจที่เป็นอยู่และข้อจำกัดงบฯ กับสถานการณ์ด้านความมั่นคงตามแนวชายแดนกับประเทศเพื่อนบ้าน ยังไม่รู้ว่าจะปะทุขึ้นเมื่อไหร่ และถ้ากำลังเดินเข้าสู่การเจรจาเรื่องผลประโยชน์ของชาติ ทางด้านกองทัพมีเขี้ยวเล็บพอที่จะทำให้การพูดคุยของฝ่ายเราได้เปรียบหรือไม่

ดังนั้น กลยุทธ์ของเหล่าทัพในการปรับแนวทางให้สอดคล้องกับสถานการณ์ แต่ไม่สูญเสียขีดความสามารถในการพัฒนาจึงเป็นเรื่องจำเป็น.

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...