‘RONettes’ กลุ่มคุณยายคุณย่าในรัฐเวอร์จิเนีย ที่นัดกันมาคุยเรื่อง ‘ความตาย’ เพื่อเตรียมตัวสู่วาระสุดท้ายและใคร่ครวญความหมายของชีวิต
หญิงชรากลุ่มหนึ่งในวัยไม้ใกล้ฝั่งมีความคิดคล้ายๆ กันว่า บางครั้งหนทางสู่ชีวิตที่เป็นสุข อาจคือการยอมรับและไม่ปฏิเสธสิ่งที่มาคู่กับชีวิตด้วย นั่นคือ ‘ความตาย’ เมื่อนั้นแหละเวลาที่เหลืออยู่จะมีความหมายมากขึ้น
พวกเธอคือหญิงชรา 4 คนในวัยไล่เลี่ยกัน ตั้งแต่ 78 จนถึง 89 นัดกันเดือนละครั้งที่บ้านใครคนหนึ่งที่สะดวก แต่งตัวสดใสเหมือนกับกำลังเฉลิมฉลองให้กับอะไรสักอย่าง มันคือบทสนทนาถึงการตายและความตายของเหล่าคุณยายที่เริ่มต้นขึ้นแบบสบายๆ ตั้งแต่ความประสงค์ของแต่ละคนว่าต้องการการดูแลอย่างไรในช่วงเจ็บป่วยจนถึงตอนที่หมดลมหายใจ วิธีตายที่ต้องการของแต่ละคนเป็นอย่างไร มีทางเลือกแบบไหนบ้าง ยังมีอะไรที่ยังค้างคา ทำไม่สำเร็จ และถ้าสังขารเอื้ออำนวย พวกเธออย่างจะทำอะไรเป็นการทิ้งท้ายบ้าง หรือแม้แต่การแจ้งข่าวการเสียชีวิตของพวกเธอเองที่ก็ฝึกเขียนและดราฟต์กันไว้เรียบร้อยแล้ว
ยิ่งกว่านั้นพวกเธอยังได้เขียนสั่งเสียไว้ร่วมกันเป็นคำสั่งเสียถึงคนที่ยังอยู่ว่า ขอ ‘ไม่ยื้อ’ เด็ดขาด ถ้าหากวาระสุดท้ายนั้นมาถึง
นี่ไม่ใช่วงสนทนาของคนชราชวนสิ้นหวังหดหู่ แต่คือสิ่งที่คุณยายเหล่านี้เรียกมันว่า ‘Life-affirming exercise’ เหมือนเป็นคลาสที่ช่วยทั้งฝึกซ้อมจิตใจตอนที่ยังอยู่ดี ตอนร่างกายป่วยร่วงโรย จนถึงตอนที่กำลังจะจากโลกนี้ไปได้ดีที่สุด มันช่วยทำให้พวกเธอที่กำลังจะต้องเผชิญหน้ากับความตาย (แบบหนีไม่พ้น) ในอีกไม่นานนี้ ได้ค่อยๆ ทำความเข้าใจ เรียนรู้ที่จะเป็นมิตรกับมันมากขึ้น และเมื่อเข้าใจมันแล้ว ก็จะช่วยให้เป็นอิสระจากความกลัว
“หลายๆ ครั้ง เราหลีกเลี่ยงการพูดถึงความตาย ราวกับว่ามันจะไม่เกิดขึ้นสักวันหนึ่งน่ะ” เหล่าคุณยายเลือกที่จะคุยทำตรงข้าม คือการชวนคุยถึงความตายแบบทะลุปรุโปร่งเท่าที่จะทำได้ เท่าที่คนยังไม่ตายจะรู้จัก แล้วก็ใช้โมเมนต์นี้เองครุ่นคิดถึง ‘เวลา’ ที่เหลืออยู่ ปรากฏว่าตลอดหลายปีที่ผ่านมาที่จัดกลุ่มคุยกัน พวกเธอกลับรู้สึกเอ็นจอยกับชีวิตมากขึ้น
“นี่เป็นความมหัศจรรย์ของมันเลยค่ะ การคุยเรื่องน่าหวาดหวั่นอย่างความตาย มันกลับทำให้รู้สึกปลอดภัย สบายใจ กลัวน้อยลง กับความตายที่กำลังจะมาถึง” คุณยาย Daphne Hutchinson วัย 80 ผู้ผ่านอาการหัวใจวายรุนแรงมาแล้วหลายครั้งกล่าว “มันคือการพูดถึงความตายตอนที่คุณยังรู้สึกดี พูดถึงความตายในวันที่คุณยัง ‘เปลี่ยนแปลง’ วิธีที่คุณใช้ชีวิตของคุณเองได้”
กลุ่มคนยายตั้งชื่อกลุ่มของพวกเธอนี้ว่า RONettes ตามชื่อวงเกิร์ลกรุ๊ปสาวอเมริกันในยุค 70s เจ้าของเพลงฮิต Be My Baby บวกกับมาจากชื่อกลุ่ม Ready or Not ซึ่งเป็นโปรแกรมเพื่อช่วยคนชราท้องถิ่นในเวอร์จิเนียให้ได้ซ้อมสั่งเสียลูกหลานและจัดการสะสางเรื่องต่างๆ ในบั้นปลายไปด้วยกัน และหลังจบโปรแกรม มันก็กลายเป็นกลุ่มซับพอร์ตขนาดย่อมที่ดีใจของกันและกันมาจนถึงทุกวันนี้
มีงานวิจัยที่ช่วยยืนยันว่าการวางแผนเกี่ยวกับวันสุดท้ายของชีวิต ไม่ใช่แค่มีผลดีต่อสุขภาพจิต ช่วยลดความกังวลใจ หรือทำให้ผู้กำลังเผชิญหน้ากับความตายรู้สึกว่ามีอำนาจเหนือสิ่งที่ควบคุมไม่ได้ แต่การพูดถึงวาระสุดท้าย ยังส่งผลดีต่อการ ‘อยู่’ ของคนเราด้วย ในแง่ที่ว่ามันอาจไปกระตุ้นให้เกิดคำถามถึงตัวเอง เช่น เราเกิดมาทำไม มีชีวิตอยู่ไปเพื่ออะไร ไปจนถึงสิ่งไหนคือคุณค่าของเราที่จะหลงเหลือไว้ให้คนรุ่นหลังหรือโลกใบนี้บ้าง
และคำถามเหล่านี้เองอาจช่วยให้เราหันกลับมาใคร่ครวญ ‘คุณค่า’ ในชีวิตตัวเองที่ผ่านมามากขึ้นกว่าเดิม
“เวลาที่คนบอกว่าจะทำสิ่งนั้นสิ่งนี้ในอีก 5 ปี 10 ปีข้างหน้า ฉันบอกเลยว่า ไม่ล่ะ นั่นไม่ใช่วิธีคิดของฉัน ฉันพยายามทำทุกอย่างให้ดีที่สุดในทุกๆ วัน เพราะไม่รู้ว่าอาทิตย์หน้าฉันจะยังมีชีวิตอยู่ได้ทำสิ้งนั้นอีกหรือเปล่าน่ะ” คุณยาย Ann Tate วัย 80 กล่าว
อ้างอิง
https://www.washingtonpost.com/health/2026/02/20/end-of-life-plans-benefits/
เครดิตภาพ Hanna Leka For The Washington Post
บทความต้นฉบับได้ที่ : ‘RONettes’ กลุ่มคุณยายคุณย่าในรัฐเวอร์จิเนีย ที่นัดกันมาคุยเรื่อง ‘ความตาย’ เพื่อเตรียมตัวสู่วาระสุดท้ายและใคร่ครวญความหมายของชีวิต
บทความที่เกี่ยวข้อง
- การ ‘ไม่เข้าร่วม’ Met Gala ในปีนี้ มีความหมายทางการเมือง! เมื่อคนดังบางส่วนเลือกไม่เดินพรมแดงประจำปี 2026 ที่สปอนเซอร์โดย Jeff Bezos
- พิธีกร Stephen Colbert เปิดใจ หลังรายการ Late Night Show ถูกยุติออกอากาศ ส่วนหนึ่งจากการแทรกแซงของทรัมป์ เพราะ ‘วิจารณ์เขามากเกินไป’
- ‘RONettes’ กลุ่มคุณยายคุณย่าในรัฐเวอร์จิเนีย ที่นัดกันมาคุยเรื่อง ‘ความตาย’ เพื่อเตรียมตัวสู่วาระสุดท้ายและใคร่ครวญความหมายของชีวิต
ตามบทความก่อนใครได้ที่
- Website : Mirror Thailand.com