โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ภูมิภาค

กรมทหารราบที่ 3 พลิกโฉมยุทธวิธี ผนึกเอกชนพัฒนา “บังเกอร์คอนกรีตอัดแรง” พร้อมฝึกโดรนรบ

สยามรัฐ

อัพเดต 3 ชั่วโมงที่ผ่านมา • เผยแพร่ 4 ชั่วโมงที่ผ่านมา

กรมทหารราบที่ 3 พลิกโฉมยุทธวิธี! ผนึกกำลังกับเอกชน พัฒนา "บังเกอร์แผ่นคอนกรีตอัดแรงสำเร็จรูปนวัตกรรมเพื่อความปลอดภัยของกำลังพล ฝึกเข้าตีทำลายสิ่งกีดขวาง และฝึกบิน-ยิงโดรนข้าศึก

เมื่อวันที่ 26 เม.ย. 69 พ.อ. สุภัทร ชูตินันทน์ ผู้บังคับการ กรมทหารราบที่ 3 ( ร.(3) เดินทางเข้าตรวจเยี่ยมการฝึกทดสอบขีดความสามารถของกำลังพล โดยใช้ พื้นที่ฝึกธงชัย อ.ภูพาน จว.สกลนคร เป็นสนามฝึกหลัก โดยเริ่มดำเนินการตั้งแต่วันที่ 12 ถึง 29 เมษายน 2569 ซึ่งสภาพภูมิประเทศที่นี่มีความท้าทาย เหมาะสมกับการทดสอบสมรรถภาพของหน่วยระดับกองร้อยในสถานการณ์เสมือนจริง โดยผู้บังคับการกรมทหารราบที่ 3 กล่าวว่า สำหรับการฝึกระดับกองร้อยในปีนี้ ไฮไลต์สำคัญที่เน้นย้ำเป็นพิเศษคือ เรามุ่งเน้น 'ความทันสมัยและเท่าทันภัยคุกคามใหม่' ครับ โดยมี 4 ประเด็นหลักที่ผมให้ความสำคัญ:คือ 1 โดรนและ FPV: เรา บรรจุการใช้ FPV Drone เข้ามาเป็นส่วนหนึ่งของฉากการรบจริง เพื่อเพิ่มอำนาจการทำลายล้างจากระยะไกลและแม่นยำ 2.การต่อต้านโดรน (Anti-Drone): เมื่อเราใช้เป็น เราก็ต้องป้องกันได้ครับ มีการฝึกใช้เครื่องรบกวนสัญญาณและเทคนิคการตรวจจับเพื่อคุ้มครองหน่วยดำเนินกลยุทธ์ 3.การเจาะที่มั่นแข็งแรง: เน้นการเข้าทำลายที่มั่นดัดแปลงด้วยอาวุธประจำหน่วยร่วมกับโดรนชี้เป้า เพื่อลดความสูญเสียของกำลังพล 4.การจัดการทุ่นระเบิด: เพิ่มทักษะการกวาดล้างทุ่นระเบิดและกับระเบิดในภูมิประเทศป่าภูเขา เพื่อเปิดเส้นทางบุกที่มีความปลอดภัยสูงที่สุด"สรุปสั้นๆ คือเรากำลังสร้าง 'กองร้อยยุคใหม่' ที่รบฉลาดขึ้น ใช้เทคโนโลยีเข้าช่วย และพร้อมเผชิญหน้ากับสงครามรูปแบบใหม่ในทุกมิติ

ภารกิจนี้ไม่ใช่แค่การผลิตทั่วไป แต่คือการนำองค์ความรู้ทางวิศวกรรมของภาคเอกชน มาบูรณาการเข้ากับความต้องการทางยุทธวิธีของกรมทหารราบที่ 3 เพื่อออกแบบ "ที่มั่นรบ และ ที่บังคับการทางยุทธวิธี " ที่มีความแข็งแกร่ง ติดตั้งรวดเร็ว และตอบโจทย์เพื่อความอยู่รอดในสนามรบ อย่างมีประสิทธิภาพ การพัฒนาครั้งนี้มุ่งเน้นที่/// ความรวดเร็ว: รองรับสถานการณ์หน้างานที่ต้องอาศัยความฉับไว ความทนทาน: ได้มาตรฐานวิศวกรรม รองรับการตั้งรับอย่างมั่นคง /// การใช้งานจริง: ออกแบบจากประสบการณ์การฝึกจริง เพื่อความปลอดภัยสูงสุดของกำลังพล กองทัพก้าวไปข้างหน้าด้วยนวัตกรรม เพื่อความพร้อมในการปกป้องอธิปไตย

พ.อ.สุภัทร์ กล่าวว่า ทำไมหน่วยถึงเลือกใช้ "คอนกรีตอัดแรงสำเร็จรูป" มาเป็นหัวใจหลักในการปรับโฉมยุทธวิธี แทนการสร้างที่มั่นรูปแบบเดิม เพราะ 'เวลา' คือความเป็นความตายในสนามรบครับ การก่อสร้างแบบเดิมใช้แรงงานและเวลานานเกินไป บังเกอร์ Precast ช่วยให้เราสถาปนาที่มั่นรบได้ในระดับชั่วโมง ไม่ใช่ระดับวัน โดยยังคงความแข็งแกร่งตามมาตรฐานวิศวกรรมขั้นสูง ซึ่งเป็นการเปลี่ยนจากทักษะแรงงานไปสู่การจัดการเชิงระบบที่แม่นยำกว่าเดิม"ส่วนการผนึกกำลังกับ "บริษัท เนเจอร์ เอ็ซเททฯ" มอบจุดแข็งอะไรที่กองทัพไม่สามารถทำได้โดยลำพัง"คือการดึง 'มาตรฐานอุตสาหกรรม' มาผสานกับ 'ความต้องการทางยุทธวิธี' ครับ เอกชนมีเครื่องจักรและเทคโนโลยีการหล่อคอนกรีตที่ทันสมัย ส่วนเรามีประสบการณ์จากพื้นที่ฝึกจริง เมื่อนำมาบวกกัน ผลลัพธ์ที่ได้คืออุปกรณ์ที่ไม่ใช่แค่แข็งแรง แต่ยังต้องตอบโจทย์การเคลื่อนย้ายและการวางกำลังทางทหารได้อย่างไร้รอยต่อ"

“ในแง่ความปลอดภัยของกำลังพล บังเกอร์นวัตกรรมนี้มีประสิทธิภาพเหนือกว่าที่มั่นรบแบบชั่วคราว (กระสอบทราย/ไม้ซุง) อย่างไร? แน่นอนเหนือกว่าทั้งในด้านแรงอัดและแรงกระแทกครัตคอนกรีต อัดแรงถูกคำนวณมาเพื่อรับน้ำหนักและแรงปะทะหนักๆ ได้ดีกว่าวัสดุธรรมชาติหลายเท่า ที่สำคัญคือมัน 'ลดความผิดพลาดจากคน' (Human Error) ในการสร้าง ทำให้กำลังพลมีความมั่นใจในความปลอดภัยของที่มั่นรบสูงสุด ไม่ว่าจะอยู่ในสถานการณ์กดดันเพียงใด" สำหรับความยากของการเปลี่ยน "แบบร่างในกระดาษ" มาเป็น "บังเกอร์ที่ใช้งานได้จริง" คืออะไรนั้นความยากคือการทำให้มัน 'ยกง่ายแต่พังยาก' ครับ เราจึงออกแบบให้เป็นระบบ Module ที่สามารถถอดประกอบและเคลื่อนย้ายได้รวดเร็วเหมือนต่อจิ๊กซอว์ การมาตรวจเยี่ยมโรงงานในครั้งนี้คือการปรับจูนรายละเอียดหน้างาน เพื่อให้มั่นใจว่าแผ่นคอนกรีตทุกแผ่นจะถูกติดตั้งได้จริงในภูมิประเทศที่หลากหลาย ไม่ใช่แค่ในพื้นที่ราบ" ต่อข้อถามว่าโครงการวิจัยนี้เป็นเพียงจุดเริ่มต้นหรือไม่? หน่วย มีแผนจะต่อยอดนวัตกรรมนี้ไปสู่ภารกิจรูปแบบอื่นอย่างไรในอนาคต ซึ่ง ผบ.ร 3 ตอบว่า "แน่นอนครับ นี่คือต้นแบบ (Prototype) ที่จะนำไปสู่การพัฒนาที่มั่นรบมาตรฐานสูงในอนาคต และยังสามารถปรับใช้กับภารกิจที่ไม่ใช่สงคราม เช่น ที่บังคับการชั่วคราวในพื้นที่ประสบภัย หรือจุดตรวจความมั่นคงชายแดน เป้าหมายสูงสุดคือการพึ่งพาเทคโนโลยีในท้องถิ่นเพื่อสร้างความพร้อมรบที่ยั่งยืนและทันสมัยครับ" ผบ.ร.3 กล่าว

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...