โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

หุ้น การลงทุน

ตลท. ลุ้น MSCI เพิ่มน้ำหนักหุ้นไทย มูดี้ส์ขยับ Outlook กำไรบจ.โตแกร่ง

การเงินธนาคาร

อัพเดต 07 พ.ค. เวลา 17.07 น. • เผยแพร่ 07 พ.ค. เวลา 10.07 น.

หุ้นไทยเดือนเม.ย.ฟื้น ดัชนีปรับขึ้น 3.15% รอบ 4 เดือนให้ผลตอบแทนเป็นบวก 18.58% ลุ้นไปต่อหลังมูดี้ส์ขยับ Outlook กำไรบจ.โตแกร่ง ตลาดหลักทรัพย์ฯ จับตา MSCI ปรับเพิ่มน้ำหนัก เชื่อไม่เกิด Sell in May

วันที่ 7 พ.ค.2569 ตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย (ตลท.) รายงานว่า ณ สิ้นเดือนเมษายน 2569 SET Index ปิดที่ 1,493.69 จุด เพิ่มขึ้น 3.15% จากสิ้นเดือนก่อนหน้า และเพิ่มขึ้น 18.58% จากสิ้นปี 2568 สอดคล้องกับทิศทางตลาดในภูมิภาค โดยมีปัจจัยสนับสนุนจากการคลี่คลายลงของความตึงเครียดในตะวันออกกลาง ส่งผลให้บรรยากาศการลงทุนในสินทรัพย์เสี่ยงปรับตัวดีขึ้น ขณะที่แรงขายสุทธิของผู้ลงทุนต่างประเทศชะลอตัวลง อย่างไรก็ตาม ราคาพลังงานที่ทรงตัวในระดับสูง และความกังวลเรื่องเงินเฟ้อยังเป็นปัจจัยกดดันต่อทิศทางนโยบายการเงินของธนาคารกลางหลักทั่วโลก

นายศรพล ตุลยะเสถียร รองผู้จัดการ หัวหน้าสายงานกลยุทธ์องค์กรและการเงิน ตลท. กล่าวว่า เศรษฐกิจไทยแสดงให้เห็นถึงความสามารถในการรองรับแรงกระแทกได้ดี โดยมีแรงขับเคลื่อนจากภาคส่งออกที่ขยายตัว เสถียรภาพทางการคลัง และฐานะการเงินต่างประเทศที่แข็งแกร่ง สะท้อนผ่านการที่มูดี้ส์ ปรับเพิ่มแนวโน้มอันดับเครดิต (Outlook) ของประเทศไทยสู่ "มีเสถียรภาพ" (Stable) จาก "เชิงลบ" (Negative) นอกจากนี้ ประมาณการกำไรสุทธิของบริษัทจดทะเบียนในช่วง 12 เดือนข้างหน้าถูกปรับขึ้นเล็กน้อย นำโดยกลุ่มธุรกิจที่เกี่ยวข้องกับราคาพลังงาน

ขณะที่ประเด็นสำคัญที่นักลงทุนต้องติดตามในช่วงปลายเดือนพ.ค.นี้ คือการปรับน้ำหนักดัชนีของ MSCI ซึ่งในรอบนี้มีความพิเศษเนื่องจากมีการเปลี่ยนแปลงวิธีการคำนวณดัชนี โดยประเด็นนี้จะส่งผลกระทบต่อทุกประเทศในดัชนี ไม่ใช่เฉพาะประเทศไทยเพียงอย่างเดียว ทั้งนี้ที่ผ่านมาน้ำหนักหุ้นไทยใน MSCI ลดลงเนื่องจากดัชนีปรับตัวลดลง แต่จากการที่ดัชนี SET ในเดือนเมษายนฟื้นตัวเด่นและมีการเติบโตนับจากต้นปี 2569 ถึงปัจจุบัน (YTD) เติบโตสูง ทำให้มูลค่าหลักทรัพย์ตามราคาตลาด (มาร์เก็ตแคป) ของหุ้นไทยเพิ่มขึ้น ซึ่งจุดนี้อาจส่งผลบวกให้น้ำหนักของไทยใน MSCI ได้

ภาวะตลาดหลักทรัพย์ไทยเดือนเมษายน 2569

ณ สิ้นเดือนเมษายน SET Index ปิดที่ 1,493.69 จุด เพิ่มขึ้น 3.15% จากเดือนก่อนหน้า สอดคล้องกับทิศทางตลาดหุ้นในภูมิภาค และเพิ่มขึ้น 18.58% จากสิ้นปี 2568

กลุ่มอุตสาหกรรมที่ปรับตัวดีกว่า SET Index เมื่อเทียบกับสิ้นปี 2568 ได้แก่ กลุ่มเทคโนโลยี กลุ่มสินค้าอุตสาหกรรม และกลุ่มทรัพยากร

มูลค่าการซื้อขายเฉลี่ยรายวันรวมของ SET และ mai อยู่ที่ 58,688 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 48.88% จากช่วงเดียวกันของปีก่อน ส่งผลให้ในช่วง 4 เดือนแรกของปี 2569 มูลค่าการซื้อขายเฉลี่ยรายวันรวมอยู่ที่ 63,646 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 51.45% จากช่วงเดียวกันของปีก่อน

ในเดือนเมษายน 2569 ผู้ลงทุนต่างประเทศขายสุทธิ 2,513 ล้านบาท อย่างไรก็ตาม ตั้งแต่ต้นปีถึงสิ้นเดือนเมษายน 2569 ยังคงมียอดซื้อสุทธิ 16,638 ล้านบาท

ผู้ลงทุนต่างประเทศยังคงมีสัดส่วนมูลค่าการซื้อขายสูงสุดที่ระดับ 54.43% ของมูลค่าการซื้อขายรวม ตามด้วยผู้ลงทุนรายย่อยในประเทศ 31.68% ผู้ลงทุนสถาบันในประเทศ 7.53% และบริษัทหลักทรัพย์ 6.37%

มีบริษัทเข้าจดทะเบียนใหม่ซื้อขายในตลาดหลักทรัพย์ฯ 1 บริษัทได้แก่ บมจ. ยูนิคพลาสติก อินดัสตรี (UNIX)

Forward P/E ของตลาดหลักทรัพย์ฯ ณ สิ้นเมษายน 2569 อยู่ที่ระดับ 15.16 เท่า สูงกว่าค่าเฉลี่ยของตลาดหลักทรัพย์ในเอเชียซึ่งอยู่ที่ระดับ 12.96 เท่า และ Historical P/E อยู่ที่ระดับ 17.05 เท่า ต่ำกว่าค่าเฉลี่ยของตลาดหลักทรัพย์ในเอเชียซึ่งอยู่ที่ระดับ 17.31 เท่า

อัตราเงินปันผลตอบแทนของตลาดหลักทรัพย์ฯ ณ สิ้นเมษายน 2569 อยู่ที่ระดับ 4.42% สูงกว่าค่าเฉลี่ยของตลาดหลักทรัพย์ในเอเชียซึ่งอยู่ที่ 2.76%

ภาวะตลาดสัญญาซื้อขายล่วงหน้า (TFEX) เดือนเมษายน 2569 ปริมาณการซื้อขายเฉลี่ยต่อวัน 383,982 สัญญา ลดลง 46.22% จากเดือนก่อนหน้า ที่สำคัญจากการลดลงของ SET50 Index Futures และ Single Stock Futures ส่งผลให้ในช่วง 4 เดือนแรกของปี 2569 ปริมาณการซื้อขายเฉลี่ยรายวันรวมอยู่ที่ 561,575 สัญญา เพิ่มขึ้น 23% จากช่วงเดียวกันของปีก่อน

นายอัสสเดช คงสิริ กรรมการและผู้จัดการ ตลท. กล่าวถึงประเด็น Sell in May ที่เคยเกิดขึ้นตามสถิติในอดีต โดยประเมินว่า ปีนี้บรรยากาศการลงทุนเปลี่ยนไปในทิศทางที่ดีขึ้นมาก โดยเฉพาะการที่มูดี้ส์ ปรับ Outlook ของไทยกลับมาเป็น "Stable" ซึ่งช่วยคลายความกังวลของตลาด เนื่องจากนโยบายต่าง ๆ ของภาครัฐ ออกมาในทิศทางที่ถูกต้อง และเริ่มมีความชัดเจนมากขึ้น ทำให้นักลงทุนเริ่มมีความเชื่อมั่น โดยเฉพาะนโยบายที่รองรับผลกระทบจากสงครามในตะวันออกกลาง

อย่างไรก็ตาม ปัจจัยที่ทำให้เกิดความยั่งยืนต้องมีนโยบายวางพื้นฐานทางเศรษฐกิจในระยะยาวหากเกิดขึ้นได้จะเป็นผลบวกต่อภาพรวมของประเทศ

อ่านข่าวที่เกี่ยวข้องกับ สถานการณ์หุ้นไทย ทั้งหมด ได้ที่นี่

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...