“เทพไท” ติง ตั้ง “คณะกรรมการศึกษาแลนด์บริดจ์” คนรัฐบาลยกยวง ใครจะเชื่อผลศึกษา
“เทพไท” ติง ตั้ง “คณะกรรมการศึกษาแลนด์บริดจ์” คนรัฐบาลยกยวง ใครจะเชื่อผลศึกษา
เมื่อวันที่ 7 พ.ค. 2569 นายเทพไท เสนพงศ์ อดีตสส.นครศรีธรรมราชและนักวิเคาระห์สถานการณ์การเมือง โพสต์คลิปภาพและเสียง ระบุถึงการพยายามผลักดันโครงการแลนด์บริดจ์ของรัฐบาลอนุทิน2 ในหัวเรื่อง “ทำไม???คกก.ศึกษาแลนด์บริดจ์ จึงมีแต่ฝ่ายรัฐบาล” มีสาระใจความว่า การที่รัฐบาลโดยนายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย ได้มีคำสั่งแต่งตั้งคณะกรรมการศึกษาโครงการแลนด์ริดจ์ ที่มีนายเอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาส รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลังเป็นประธานฯ และกำหนดกรอบการศึกษาโครงการแลนด์บริดจ์ ภายใน 90 วัน ไม่ว่าจะมีการวิพากษ์วิจารณ์ว่า การแต่งตั้งคณะกรรมการชุดนี้ จะเป็นการซื้อเวลา ยื้อเวลาหรือหาทางลงของโครงการ หรือเหตุผลใดก็ตาม
แต่ถ้าดูรายละเอียดจากประกาศคำสั่งสำนักนายกรัฐมนตรี ที่ 133 / 2569 เรื่อง แต่งตั้งคณะกรรมการศึกษาแนวทางขับเคลื่อนโครงการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานด้านการคมนาคมขนส่ง เพื่อเชื่อมโยงการขนส่ง ระหว่างอ่าวไทยและอันดามัน (โครงการแลนด์บริดจ์) ถ้าดูรายชื่อของคณะกรรมการชุดนี้ทั้งหมด เป็นการแต่งตั้งตำแหน่งของหน่วยงาน หรือเป็นตัวแทนของหน่วยงานเกือบทั้งหมด ซึ่งมีจำนวนคณะกรรมการ 27 ตำแหน่ง โดยแบ่งออกเป็นรัฐมนตรีหรือฝ่ายการเมือง8คน เป็นข้าราชการประจำ ผู้บริหารหน่วยงานทางราชการ 13 คน เป็นตัวแทนภาคธุรกิจเอกชนหรือตำแหน่งองค์กรทางธุรกิจ5คน ตัวแทนจากภาคประชาชนในพื้นที่ไม่เกิน3คน ซึ่งจะแต่งตั้ง1คนหรือ2คนก็ได้
นายเทพไท กล่าวต่อว่า ถ้าดูตัวเลขของคณะกรรมการชุดนี้ จะเห็นได้ว่าส่วนใหญ่เป็นฝ่ายการเมืองเป็นข้าราชการประจำ และเป็นตัวแทนองค์กรธุรกิจภาคเอกชน ซึ่งพูดรวมๆว่า เป็นฝ่ายรัฐบาลแทบทั้งสิ้น ซึ่งรัฐบาลสามารถจะโน้มน้าวหรือคอนโทรลหรือสั่งการใดๆได้มากกว่าตัวแทนองค์กรที่เป็นอิสระ ตัวแทนคณะกรรมการชุดนี้ก็มีแต่ภาคประชาชนในพื้นที่ ที่สามารถแต่งตั้งได้ไม่เกิน3คน ซึ่งเป็นเสียงข้างน้อยมากๆ
ถ้าหากจะให้คณะกรรมการชุดนี้ เป็นที่ยอมรับของประชาชน และผลการศึกษาได้ครบถ้วนรอบด้าน ก็ควรจะมีคณะกรรมการที่เป็นตัวแทนของกลุ่มองค์กรภาคประชาชน หรือกลุ่มนักวิชาการอิสระ เข้ามาร่วมด้วย เช่น ตัวแทนของสถาบันทีดีอาร์ไอ ตัวแทนนักวิชาการอิสระ นักวิชาการเพื่อสังคม ตัวแทนจากภาคประชาชน เอ็นจีโอ หรือกลุ่มกรีนพีซ หรือกลุ่มประชาชนที่เคลื่อนไหวทางด้านสิ่งแวดล้อม เข้ามาเป็นกรรมการด้วย เพื่อจะได้ข้อมูลจากการศึกษาครบถ้วนรอบด้าน
”แต่ถ้าหากรัฐบาลยังยืนยันเช่นนี้ แสดงให้เห็นว่ารัฐบาลกำลังตั้งคณะกรรมการโดยหวังผลล่วงหน้า ในลักษณะมัดมือชก ซึ่งจะไม่เป็นที่ยอมรับของทุกฝ่าย เริ่มต้นก็ผิดพลาดและมีความโน้มแล้ว จะทำให้ประชาชนคนไทยทั้งประเทศเชื่อมั่นในผลการศึกษาของคณะกรรมการชุดนี้ได้อย่างไร จึงฝากรัฐบาลได้ทบทวนและเปิดกว้างให้ประชาชนฝ่ายที่เห็นต่าง ได้แสดงออกหรือแสดงเหตุผลว่า จุดอ่อนหรือความเสียหายของโครงการนี้ มีด้านใดบ้าง จึงไม่อยากให้ผลการศึกษาเป็นในลักษณะเสนอแต่ด้านบวก โดยไม่คำนึงถึงข้อมูลด้านลบเลย จึงฝากไปยังรัฐบาลและคณะกรรมการชุดนี้ เพื่อโปรดพิจารณา“ นายเทพไท กล่าว