โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

20 ปี Cartier Women’s Initiative เมื่อพลังของผู้หญิงไม่ได้หยุดแค่การเรียกร้องสิทธิ แต่คือการขับเคลื่อน ‘Impact Economy’ ระดับโลก (When Women are Lighting the Path)

The MATTER

อัพเดต 1 วันที่แล้ว • เผยแพร่ 13 พ.ค. เวลา 10.45 น. • Branded Content

ภาพจำของการพูดถึง ‘พลังของผู้หญิง’ หรือ Women Empowerment ในยุคก่อนหน้า มักเริ่มต้นและจบลงที่การเรียกร้องสิทธิ การต่อสู้เพื่อความเท่าเทียม หรือการทลายเพดานกระจกในองค์กร

แต่เมื่อโลกหมุนเข้าสู่ยุคที่ความท้าทายทางสังคมและสิ่งแวดล้อมมีความซับซ้อนมากขึ้น พลังของผู้หญิงได้ก้าวข้ามกรอบเดิมๆ ไปสู่บทบาทที่ทรงพลังยิ่งกว่า นั่นคือการเป็น ‘ผู้สร้าง’ และ ‘ผู้นำ’ ที่ลงมือแก้ปัญหาของชุมชน สังคม และสิ่งแวดล้อมด้วยตนเอง

นี่คือจุดเริ่มต้นของยุคที่เรียกว่า ‘Impact Economy’ หรือระบบเศรษฐกิจที่ขับเคลื่อนด้วยผลกระทบเชิงบวก ซึ่งผู้ประกอบการหญิงกำลังพิสูจน์ให้เห็นว่า พวกเธอสามารถนำแนวคิด เทคโนโลยี และนวัตกรรมเข้ามาเป็นเครื่องมือหลักในการตอบโจทย์ปัญหาที่ท้าทาย ตั้งแต่เรื่องวิกฤตพลังงานสะอาด คุณภาพชีวิตโดยรวมของคนในสังคมและชุมชน ไปจนถึงลดความเหลื่อมล้ำทางการแพทย์และการศึกษา

The MATTER พาไปสำรวจเส้นทางตลอด 20 ปีของ Cartier Women’s Initiative (CWI) โครงการระดับโลกที่สะท้อนให้เห็นว่า แบรนด์อย่าง Cartier ไม่ได้มองการสนับสนุนผู้หญิงเป็นเพียงแคมเปญฉาบฉวย แต่คือการลงทุนสร้างระบบนิเวศเพื่อบ่มเพาะธุรกิจระยะยาว ด้วยเม็ดเงินสนับสนุนที่ทุ่มเทไปแล้วกว่า 14.1 ล้านดอลลาร์สหรัฐ เพื่อผลักดันผู้ประกอบการหญิง 330 คนจาก 66 ประเทศทั่วโลก ให้ก้าวขึ้นมาเป็นผู้นำที่ส่องสว่างและขับเคลื่อนโลกใบนี้ไปพร้อมกัน

จากเวทีมอบรางวัล สู่ ‘แพลตฟอร์มบ่มเพาะผู้ประกอบการหญิง’ ระดับโลก

ย้อนกลับไปในปี 2006 โครงการ Cartier Women’s Initiative (CWI) เกิดขึ้นจากความเชื่อที่ว่า ถ้าผู้หญิงได้รับโอกาส พวกเธอจะสามารถสร้างนวัตกรรมและขีดเขียนอนาคตใหม่ๆ ได้

ในช่วงแรก CWI อาจจะเริ่มต้นจากการเป็นเวทีมอบรางวัลเพื่อเชิดชูเกียรติ แต่พอเดินทางเข้าสู่ปีที่ 10 โครงการก็เริ่มขยายสเกลให้ใหญ่ขึ้น เปลี่ยนผ่านสู่การสนับสนุนระยะยาว ทั้งการเพิ่มเม็ดเงินทุน เพิ่มโอกาสในการเรียนรู้ใหม่ๆ และขยายหมวดหมู่รางวัลให้ครอบคลุมผู้ประกอบการหญิงในหลายมิติมากขึ้น จนกระทั่งในปี 2019 โครงการก็ได้ค้นพบแก่นแท้ว่า พลังที่ยิ่งใหญ่ที่สุดของ CWI อาจไม่ใช่แค่เรื่องเงินทุน แต่มันคือ ‘คอมมูนิตี้’ การได้แชร์ประสบการณ์ ความท้าทาย และการเป็นแรงบันดาลใจให้แก่กันและกัน

จุดเปลี่ยนสำคัญที่ทำให้ CWI สลัดภาพเวทีมอบรางวัล สู่การเป็นเสมือนแพลตฟอร์มบ่มเพาะผู้ประกอบการหญิง อย่างเต็มรูปแบบ เกิดขึ้นในปี 2020 เมื่อโครงการเปิดตัว Fellowship โปรแกรมระยะเวลา 1 ปีเต็ม นี่คือการก้าวข้ามจากการแค่มอบรางวัลยกย่อง ไปสู่การติดสปีดเร่งศักยภาพ โปรแกรมซึ่งอัดแน่นไปด้วยการพัฒนาผู้ประกอบการแบบรอบด้าน ตั้งแต่การเทรนทักษะวิชาการสุดเข้มข้น โค้ชชิ่งธุรกิจแบบลงลึก การปั้นทักษะผู้นำระดับผู้บริหาร ไปจนถึงเรื่องที่สำคัญไม่แพ้กันอย่างการสนับสนุนด้านสุขภาวะอีกด้วย

แน่นอนว่าเมื่อโลกหมุนไป ความท้าทายใหม่ๆ ก็เพิ่มขึ้น โครงการเองก็ปรับตัวตามยุคสมัยอย่างต่อเนื่อง อย่างในปี 2021 ก็มีการเพิ่มรางวัล Science & Technology Pioneer Award เพื่อตอกย้ำว่าผู้หญิงก็เป็นผู้นำด้านนวัตกรรมและเทคโนโลยีได้เช่นกัน นอกจากนี้ ผลงานของบรรดาศิษย์เก่าก็ไม่ได้หยุดแค่บนเวที แต่ถูกนำไปจัดแสดงในระดับโลกอย่าง Women’s Pavilion ทั้งที่ดูไบ ในปี 2022 และโอซาก้า ในปี 2025 ซึ่งเป็นเครื่องพิสูจน์ชั้นดีว่า ไอเดียของพวกเธอสร้างอิมแพคที่ยั่งยืนและวัดผลได้จริงๆ

ผลลัพธ์จากการบ่มเพาะอย่างเข้มข้นตลอดหลายปี ทำให้ผู้รับรางวัลไม่ได้มารับรางวัลแล้วจบไป แต่พวกเธอได้กลายสถานะเป็น ‘Lifelong Fellow’ หรือสมาชิกตลอดชีพของเครือข่ายสุดแข็งแกร่งนี้ การเดินทางทั้งหมดได้หล่อหลอมและนำพา CWI ก้าวเข้าสู่ปี 2026 เพื่อการฉลองครบรอบ 20 ปีภายใต้ธีม ‘Women Lighting the Path’ ซึ่งไม่ได้เป็นเพียงแค่งานฉลอง แต่คือการยกย่องเส้นทางของผู้ประกอบการหญิงที่เปรียบเสมือน ‘แสงสว่างนำทาง’ ในการจุดประกายความเป็นไปได้ใหม่ๆ ให้กับโลก พวกเธอใช้ความกล้าหาญและความคิดสร้างสรรค์พลิกอุปสรรคให้เป็นโอกาส พร้อมท้าทายกรอบการเป็นผู้นำแบบเดิมๆ พร้อมนำพาสังคมก้าวสู่อนาคตที่ยั่งยืนและเท่าเทียมยิ่งกว่าเดิม

ตัวเลขที่พิสูจน์ความสำเร็จของ Impact Economy

ความสำเร็จของ CWI ตลอด 20 ปีที่ผ่านมา ไม่ได้วัดแค่ความตั้งใจ แต่วัดจากการสร้างอิมแพคที่จับต้องได้จริง โดยสถิติ ณ สิ้นเดือนกันยายน 2025 ระบุว่า โครงการได้มอบเงินทุนสนับสนุนไปแล้วรวมกว่า 14.1 ล้านดอลลาร์สหรัฐ เพื่อผลักดันผู้ประกอบการหญิงสาย Impact ถึง 330 คน จาก 66 ประเทศทั่วโลก จนเกิดเป็นเครือข่ายคอมมูนิตี้ที่เหนียวแน่นและยังคงแอคทีฟกว่า 520 คน ครอบคลุมเกือบ 80 ประเทศ

ที่น่าสนใจคือ ‘ความยั่งยืน’ ของธุรกิจเหล่านี้ เพราะสถิติชี้ให้เห็นว่า 66% ของธุรกิจเพื่อสังคมของสมาชิกยังคงดำเนินกิจการอยู่ และมีถึง 9% ที่เติบโตจนถูกควบรวมหรือเข้าซื้อกิจการ ยิ่งไปกว่านั้น ผลสำรวจสมาชิกรุ่นล่าสุดในปี 2025 ยังสะท้อนการเติบโตทางธุรกิจที่ชัดเจนในหลายมิติ ได้แก่:

● 76% มีรายได้เพิ่มสูงขึ้น
● 44% สามารถขยายธุรกิจเจาะตลาดใหม่ๆ ได้สำเร็จหลังจบโครงการ
● 66% สามารถระดมทุนเพิ่มเติมได้ในปี 2024 ซึ่งสะท้อนให้เห็นถึงความเชื่อมั่นจากนักลงทุนอย่างชัดเจน

นอกจากมิติของตัวเลขธุรกิจแล้ว ในแง่ของการพัฒนา ‘ศักยภาพผู้นำ’ ก็เติบโตแบบก้าวกระโดดไม่แพ้กัน ข้อมูลจากสมาชิกปี 2024 ที่เพิ่งจบโครงการระบุว่า 97% รู้สึกมีความมั่นใจในตัวเองเพิ่มขึ้น 94% บอกว่าทักษะทางธุรกิจและภาวะผู้นำของตนเองแข็งแกร่งกว่าเดิม ขณะที่ 100% เต็มรู้สึกว่าตัวเองได้เป็นส่วนหนึ่งของคอมมูนิตี้ระดับโลก และ 84% ได้คอนเนคชันที่เป็นประโยชน์กลับไปมากกว่า 10 ราย

ตัวเลขทั้งหมดนี้ยืนยันได้อย่างชัดเจนว่า ธุรกิจที่มีผู้หญิงเป็นผู้นำและขับเคลื่อนด้วยเป้าหมายเพื่อสังคมนั้น ไม่ได้มีดีแค่ความมุ่งมั่นที่จะเปลี่ยนโลก แต่พวกเธอสามารถลงสนามแข่งขัน เติบโต และดึงดูดเม็ดเงินในโลกทุนนิยมได้อย่างแข็งแกร่งจริงๆ

Women Lighting the Path เมื่อกรุงเทพฯ คือหมุดหมายแห่งอนาคต

ในปี 2026 นี้ Cartier Women’s Initiative ก้าวเข้าสู่วาระครบรอบ 20 ปีบริบูรณ์ โดยจัดขึ้นภายใต้ธีม ‘Women Lighting the Path’ เพื่อยกย่องผู้หญิงที่จุดประกายการเปลี่ยนแปลงด้วยความกล้าหาญและความคิดสร้างสรรค์ เปลี่ยนอุปสรรคให้เป็นโอกาส และเปลี่ยนความคิดให้กลายเป็นผลกระทบที่เกิดขึ้นจริง

ความพิเศษสำหรับปีนี้คือ พิธีมอบรางวัลระดับโลกประจำปี 2026 จะจัดขึ้น ณ กรุงเทพมหานคร ประเทศไทย ในวันที่ 10 มิถุนายน 2569 การเลือกกรุงเทพฯ ซึ่งเป็นเมืองที่เปี่ยมด้วยนวัตกรรมและเทคโนโลยี เป็นสถานที่จัดงาน สะท้อนให้เห็นถึงบทบาทสำคัญของประเทศไทยและภูมิภาคนี้ในฐานะศูนย์กลางของผู้ประกอบการที่กำลังเติบโต

การเดินทาง 20 ปีของ CWI พิสูจน์ให้เราเห็นแล้วว่า ‘ผู้ประกอบการหญิง’ ไม่ได้เป็นเพียงกลุ่มคนที่รอรับการสนับสนุน แต่พวกเธอคือกลไกหลักในการขับเคลื่อนเศรษฐกิจยุคใหม่ ที่ผสานทั้งกำไรทางธุรกิจและการสร้างโลกที่ดีกว่าเข้าด้วยกันอย่างยั่งยืน

ภาพประกอบบทความ

Sina ENGIN

Writer: Wichapol Polpitakchai
Graphic Designer: Rojjanaon Yailaibang

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...