PR9 ทุบสถิติรายได้นิวไฮ Q1/69 รับอานิสงส์ต่างชาติ-โรคซับซ้อนโตแกร่ง
เจาะพอร์ตรายได้ต่างชาติพุ่ง 9.5% ดันสัดส่วนแตะ 26% ท่ามกลางวิกฤตเศรษฐกิจ เร่งอัดฉีดงบลงทุนเทคโนโลยีการแพทย์-ขยายฐานลูกค้าคู่สัญญาพุ่งกระฉูด 20.2% ชูกลยุทธ์ "Quality Growth" มุ่งสู่ศูนย์การแพทย์เฉพาะทางระดับสากลโดยไม่ต้องเพิ่มทุน
13 พฤษภาคม 2569 - ในภาวะที่เศรษฐกิจโลกและกำลังซื้อเผชิญความผันผวน ธุรกิจการแพทย์ระดับพรีเมียมยังคงแสดงให้เห็นถึงความแข็งแกร่งในฐานะกลุ่มอุตสาหกรรมที่ทนทานต่อวิกฤต (Defensive Stock) โดยเฉพาะประเทศไทยที่ยังคงรักษาตำแหน่งจุดหมายปลายทางด้านการแพทย์ (Medical Hub) ของภูมิภาคไว้ได้อย่างเหนียวแน่น ส่งผลให้กลุ่มโรงพยาบาลที่เน้นการรักษาโรคซับซ้อนและมีฐานลูกค้าต่างชาติที่ชัดเจน สามารถสร้างการเติบโตได้สวนทางกับสภาวะเศรษฐกิจโดยรวม
สอดคล้องกับสถานการณ์ของ บริษัท โรงพยาบาลพระรามเก้า จำกัด (มหาชน) หรือ PR9 ที่ใช้จังหวะนี้เร่งยกระดับมาตรฐานการรักษาเพื่อรองรับความต้องการที่เพิ่มขึ้นของผู้ป่วยจากกลุ่มประเทศ CLMV (โดยเฉพาะเมียนมาร์) และกลุ่มตะวันออกกลาง ซึ่งเป็นกลุ่มลูกค้าที่มีกำลังซื้อสูงและมีความจำเป็นในการเข้าถึงนวัตกรรมการแพทย์ขั้นสูง
เปิดตัวเลขไตรมาส 1/69: รายได้สูงสุดเป็นประวัติการณ์
ผลการดำเนินงานในไตรมาส 1 ปี 2569 ของ PR9 สร้างปรากฏการณ์ด้วยการทำ รายได้รวม 1,302.4 ล้านบาท เติบโตขึ้น 4.1% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน นับเป็นสถิติรายได้ไตรมาสแรกที่สูงที่สุดเท่าที่บริษัทเคยทำได้ (All-time High) โครงสร้างรายได้หลักมาจาก:
- กิจการโรงพยาบาล: 1,283.8 ล้านบาท (โต 3.6%)
- กลุ่มผู้ป่วยใน (IPD): เติบโต 4.7%
- กลุ่มผู้ป่วยต่างชาติ: เติบโต 9.5% (คิดเป็นสัดส่วนรายได้ถึง 26%)
- กลุ่มลูกค้าบริษัทคู่สัญญา: เติบโตโดดเด่นที่สุดถึง 20.2%
แม้บริษัทจะรายงานกำไรสุทธิที่ 184.5 ล้านบาท ซึ่งปรับตัวลดลงเล็กน้อยจากปีที่ผ่านมา แต่อัตรากำไรสุทธิยังคงรักษาระดับได้ดีที่ 14.2% โดยสาเหตุหลักมาจากการเดินหน้า "ลงทุนเชิงกลยุทธ์" เพื่อวางรากฐานการเติบโตในระยะยาว มากกว่าจะเป็นปัญหาด้านการจัดการต้นทุน
นายแพทย์เสถียร ภู่ประเสริฐ กรรมการผู้อำนวยการ PR9 ระบุถึงทิศทางธุรกิจว่า ความสำเร็จในไตรมาสนี้มาจาก 3 สัญญาณบวกที่ชัดเจน โดยเขากล่าวว่า "รายได้ที่ทำสถิติสูงสุดในไตรมาส 1 และการเติบโตของผู้ป่วยต่างชาติในช่วง Low Season เป็นสัญญาณสำคัญที่สะท้อนว่ากลยุทธ์เราเดินมาถูกทาง การลงทุนในไตรมาสแรกถือเป็นการวางรากฐานเพื่อรองรับการรักษาโรคซับซ้อนในระยะยาว และจะเริ่มเห็นผลชัดเจนมากขึ้นในช่วง High Season ที่เหลือของปี"
การลงทุนที่เกิดขึ้นในไตรมาสนี้ครอบคลุมทั้งการเสริมทัพแพทย์เฉพาะทาง การบุกตลาดต่างประเทศ และที่สำคัญคือการนำเทคโนโลยีระดับโลกมาใช้ เช่น หุ่นยนต์ช่วยผ่าตัด da Vinci (Robotic Surgery) และการเปิดหน่วยบริการล้างไตทางช่องท้องด้วยเครื่องอัตโนมัติ (APD) เพื่อเจาะกลุ่มผู้ป่วยโรคไตซึ่งเป็นหนึ่งในศูนย์ความเป็นเลิศของโรงพยาบาล
ต่างชาติและบริษัทคู่สัญญาคือ "หัวใจ"
จุดที่น่าสนใจในเชิงธุรกิจคือการเติบโตของ กลุ่มลูกค้าบริษัทคู่สัญญา ที่พุ่งสูงถึง 170.9 ล้านบาท การเติบโตนี้สะท้อนถึงความสำเร็จในการขยายฐานผู้ป่วยต่างชาติที่ใช้ระบบ Letter of Guarantee (L/G) หรือกลุ่มที่ภาครัฐของประเทศต้นทางเป็นผู้รับผิดชอบค่าใช้จ่าย ซึ่งเป็นกลุ่มลูกค้าคุณภาพที่มีรายได้ต่อเคสสูงและมีความต่อเนื่องในการเข้ารักษา
นอกจากนี้ PR9 ยังมีความได้เปรียบด้าน "พื้นที่ให้บริการ" ที่ปัจจุบันยังสามารถรองรับผู้ป่วยได้อีกมาก หมายความว่าในอนาคตเมื่อจำนวนผู้ป่วยเพิ่มขึ้น บริษัทจะสามารถสร้างกำไรได้ก้าวกระโดดโดยไม่จำเป็นต้องควักเงินก้อนโตเพื่อขยายสาขาใหม่ในระยะอันใกล้นี้
ในเชิงโครงสร้างทางการเงิน PR9 ถือเป็นบริษัทที่มีความเสี่ยงต่ำมาก โดยมีสินทรัพย์รวม 7,282.0 ล้านบาท และมี อัตราส่วนหนี้สินต่อส่วนของผู้ถือหุ้น (D/E Ratio) เพียง 0.2 เท่า ซึ่งถือว่าน้อยมากในกลุ่มอุตสาหกรรมเดียวกัน สะท้อนถึงสภาพคล่องที่ล้นเหลือในการลงทุนโครงการใหม่ๆ เช่น ศูนย์สวนหลอดเลือดและรังสีร่วมรักษา (Vascular and Interventional Suite)การเพิ่มจำนวนห้อง ICU-CCU เพื่อรองรับเคสหนัก
การพัฒนาศูนย์ฟอกไตพรีเมี่ยม