โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

“ทวี” แฉชุดใหญ่ เหตุราคาน้ำมันไทยอยุติธรรม จี้รัฐเปิดต้นทุนจริง

NATIONTV

อัพเดต 8 ชั่วโมงที่ผ่านมา • เผยแพร่ 2 ชั่วโมงที่ผ่านมา

29 มีนาคม 2569 พันตำรวจเอก ทวี สอดส่อง หัวหน้าพรรคประชาชาติ โพสต์ผ่านเฟซบุ๊กส่วนตัว ถึงวิกฤตน้ำมัน ที่ราคาน้ำมันเพิ่มสูงขึ้นอย่างต่อเนื่อง เกี่ยวกับ โครงสร้างราคาน้ำมันไทย ต้นทุนราคาน้ำมันจริง และกองทุนน้ำมันเชื้อเพลิง โดยระบุว่า

“เปิดต้นทุนจริงน้ำมัน” ก่อนรัฐใช้เงินหลายหมื่นล้านอุ้มกำไรนายทุน

กองทุนน้ำมันเชื้อเพลิงติดลบกว่า 35,000 ล้านบาท ณ วันที่ 29 มีนาคม 2569 และตัวเลขนี้พุ่งขึ้นอย่างรวดเร็วเพียงในสัปดาห์เดียว

คำถามที่ประชาชนต้องได้รับคำตอบคือ… เงินก้อนนี้กำลัง “ชดเชยการขาดทุน” หรือแท้จริงแล้วคือการ “อุ้มกำไร” ให้กลุ่มทุนน้ำมันอยู่เบื้องหลัง ?

รัฐบาลอ้างกลไกตลาดโลกและราคาอ้างอิงสิงคโปร์ เป็นเหตุผลปรับราคาน้ำมันสูงขึ้น แต่ยังไม่เคยเปิดเผย “ต้นทุนจริง” ต่อสาธารณะแม้แต่ครั้งเดียว เพื่อความเป็นธรรมแก่ประชาชน จึงถึงเวลาที่รัฐต้องเปิดตัวเลขนี้โดยเร่งด่วน

ข้อเท็จจริงที่ 1 — น้ำมันที่ขายวันนี้ ซื้อมาในราคา 3 เดือนก่อน

น้ำมันสำเร็จรูปที่โรงกลั่นทั้ง 6 แห่งในไทยจำหน่ายอยู่ในขณะนี้ ล้วนผ่านการจัดซื้อน้ำมันดิบมาแล้วตั้งแต่ประมาณ 3 เดือนก่อน ซึ่งมีต้นทุนต่ำกว่าราคาตลาดปัจจุบันอย่างมีนัยสำคัญ การอนุญาตให้ใช้ราคาตลาดสิงคโปร์ ณ วันนี้เป็นฐานคำนวณ จึงเท่ากับเปิดช่องให้กลุ่มทุนทำกำไรส่วนต่างมหาศาล บนหยาดเหงื่อของประชาชนทุกคน

ข้อเท็จจริงที่ 2 — ไทยมีโรงกลั่นเอง ไม่ใช่แค่ผู้ซื้อมาขายไป

ไทยมีโรงกลั่นน้ำมันถึง 6 แห่ง มีศักยภาพกลั่นได้เพียงพอต่อความต้องการในประเทศและส่งออกต่างประเทศได้ด้วย

น้ำมันจึงไม่ใช่สินค้าธรรมดา แต่เป็นสาธารณูปโภคขั้นพื้นฐานของชาติ ที่รัฐมีหน้าที่กำกับดูแล

ด้วยเหตุนี้ ราคาน้ำมันควรคำนวณจากระบบ “ต้นทุนจริง บวกกำไรที่เหมาะสม” ไม่ใช่อิงราคาตลาดต่างประเทศ ซึ่งหากเทียบกับประเทศที่มีโรงกลั่นหรือผลิตน้ำมันเองเช่นกัน อย่างซาอุดีอาระเบีย (21–22 บาท/ลิตร) หรือคูเวต (12–16 บาท/ลิตร) จะเห็นได้ชัดว่าไทยจ่ายแพงกว่าโดยไม่มีเหตุผลเพียงพอ

ข้อเท็จจริงที่ 3 — ราคาอ้างอิงสิงคโปร์ไม่สะท้อนความเป็นจริง

การอ้างอิงราคาสิงคโปร์เป็นปัญหาเชิงโครงสร้าง เพราะมีการบวก “ค่าขนส่งสมมติ” และ “ค่าประกันภัยสมมติ” จากสิงคโปร์มาไทย ทั้งที่ไทยกลั่นน้ำมันเอง ต้นทุนจริงจึงต่ำกว่าที่อ้างอิงอย่างมาก

ยิ่งไปกว่านั้น รายได้ต่อหัวของสิงคโปร์ (GDP per capita) สูงกว่าไทยกว่า 10 เท่า โดยสิงคโปร์อยู่ที่ราว 3,050,000–3,100,000 บาทต่อปี ขณะที่คนไทยมีรายได้เฉลี่ยเพียง 260,000–270,000 บาทต่อปีเท่านั้น

ประชาชนไทยส่วนใหญ่กำลังเผชิญวิกฤตค่าครองชีพ รายได้ไม่พอรายจ่าย และจมอยู่กับปัญหาหนี้สิน การใช้มาตรฐานราคาของสิงคโปร์กับประชาชนไทยจึงไม่อาจยอมรับได้

จึงขอเรียกร้องให้รัฐใช้อำนาจตามพระราชบัญญัติกองทุนน้ำมันเชื้อเพลิง พ.ศ. 2562 ผ่านคณะกรรมการบริหารกองทุนน้ำมันเชื้อเพลิง (กบน.) เพื่อ ตรวจสอบต้นทุนน้ำมันจริงจากสต็อก 3 เดือนก่อนทันที ไม่ใช่ปล่อยให้มีการขึ้นราคาตามตลาดสิงคโปร์รายวัน หรือใช้เงินกองทุนอุดหนุนโดยไม่มีการตรวจสอบ

ความโปร่งใสในเรื่องนี้ไม่ใช่แค่สิทธิของประชาชน แต่คือเงื่อนไขขั้นต่ำของความชอบธรรมในการบริหารประเทศ

“ความผาสุกของประชาชนต้องมาก่อนเสมอ กำไรของนายทุนต้องมีได้ แต่ต้องมีได้อย่างโปร่งใสและเป็นธรรม”

ขอให้รัฐบาลเร่งปฏิรูปโครงสร้างราคาน้ำมันโดยด่วน อย่าปล่อยให้ภาระต้องตกอยู่กับประชาชนอย่างไร้ทางแก้!

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...