ล่าปิกอัพตีนผีซิ่งชน 2 เยาวชน จยย.ไฟลุกเจ็บขาขาด-คนขับไร้ความรับผิดชอบ
เมื่อวันที่ 29 มี.ค. ที่สำนักงานมูลนิธิรณรงค์ทวงคืนความยุติธรรมในสังคม ถนนแจ้งวัฒนะ ต.บางตลาด อ.ปากเกร็ด จ.นนทบุรี ทางครอบครัวและญาติของเด็กชายอายุ 14-15 ปี จำนวน 2 ราย ได้นำหลักฐานเอกสารต่างๆ เข้าร้องเรียนขอความเป็นธรรมกับนายรณณรงค์ แก้วเพ็ชร์ ประธานมูลนิธิฯ เพื่อขอให้ช่วยเหลือในเรื่องคดี หลังขี่รถ จยย. แล้วโดนคนขับรถกระบะชน จนรถ จยย.พลิกคว่ำไฟลุกท่วม ทำให้ทั้งสองคนได้รับบาดเจ็บสาหัส โดยเฉพาะต้องตัดขาทิ้งข้างหนึ่ง ส่วนคนขับรถกระบะได้หลบหนีไป โดยมีหญิงสาวขับรถยนต์มารับตัวไปหลังเกิดเหตุ
น.ส.อุ้ม (นามสมมุติ) แม่ของน้องปอร์โต้ เล่าทั้งน้ำตาว่า คืนเกิดเหตุ 26 มี.ค. 69 ช่วงกลางดึก ลูกชายตนเองคือน้องปอร์โต้ ได้ซ้อนท้ายรถ จยย. ที่มีน้องดีเจ เป็นคนขี่ ขณะรถวิ่งมาถึงหน้าวัดหนองปรง ต.บางเดื่อ อ.เมือง จ.ปทุมธานี ได้ถูกรถกระบะ 4 ประตู สีขาว ยี่ห้อฟอร์ด พุ่งชนก่อนลากไปไกลกว่า 1 กิโล จนรถ จยย.ไฟลุกท่วมทั้งคัน จากนั้นรถกระบะได้เสียหลักตกลงไปในคูคลองหน้าวัด คนขับตะเกียกตะกายออกมาจากรถได้ ก่อนยืนพูดคุยโทรศัพท์แบบไม่สนใจไยดี ทั้งๆ ที่เด็กทั้งสองคนได้ยกมือไหว้ขอร้องให้ช่วยพาส่งโรงพยาบาล
น.ส.อุ้ม เล่าต่อว่า แต่ก็ไร้การเหลียวแลจากคนขับรายนี้ จนกระทั่งต่อมามีเจ้าหน้าที่ตำรวจและรถมูลนิธิมาที่เกิดเหตุ ได้นำตัวน้องทั้งสองคนส่ง รพ.ปทุมธานี ส่วนคนขับรถมีหญิงสาวขับรถเก๋ง CRV มารับตัวพาขึ้นรถหลบหนีออกไปจากที่เกิดเหตุ จนกระทั่งช่วงเช้าของวันเดียวกัน เจ้าหน้าที่ตำรวจแจ้งมาที่ตนเองว่า คนขับ อายุ 54 ปี ได้มาพบพนักงานสอบสวนแล้ว และยอมรับว่าชนรถ จยย.ของน้องดีเจและน้องปอร์โต้จริง และรถกระบะคันดังกล่าว ก็ไม่มีประกันภัยด้วย ตนรู้สึกข้องใจการทำงานของเจ้าหน้าที่ตำรวจเป็นอย่างมาก ที่แจ้งตนเองว่าได้ตรวจวัดแอลกอฮอล์แล้วคนขับไม่เมา ตนเองจึงแย้งไปว่าเวลามันผ่านไปเนิ่นนานแล้ว ทำไมไม่เจาะเลือดตรวจด้วย เจ้าหน้าที่ตำรวจก็บอกว่ามีค่าเท่ากัน ตนรู้สึกว่าการทำงานของเจ้าหน้าที่ตำรวจเหมือนทำให้ตนเองไม่ได้รับความเป็นธรรม
ด้าน น.ส.พลาย (นามสมมุติ) ญาติของน้องดีเจ เผยว่า ตอนนี้แม่ของน้องดีเจเอง ทำใจไม่ได้อยู่ในระหว่างโศกเศร้า เพราะได้รับแจ้งจากทางโรงพยาบาลว่าต้องทำการตัดขาน้องข้างหนึ่ง เนื่องจากถูกรถกระบะลากไปไกลจนกระดูกแตกละเอียด โชคยังดีที่น้องทั้งสองคนกระเด็นออกมาจากตัวรถได้ ไม่อย่างนั้นคงถูกไฟคลอกเสียชีวิต น้องดีเจ มีแม่เป็นคนไทย ส่วนพ่อเป็นชาวต่างชาติสัญชาติแคนาดา ตอนนี้ผู้เป็นแม่อยู่ระหว่างทำใจไม่ได้ที่ลูกชายต้องกลายเป็นคนพิการ เรื่องที่เกิดขึ้นตนก็อยากให้เจ้าหน้าที่ตำรวจให้ความเป็นธรรมกับครอบครัวเราทั้งสองครอบครัวด้วย
นายวชิรศักย์ (สงวนนามสกุล) อายุ 26 ปี ผู้เสียหายและเป็นพยานในคดีนี้เผยว่า คืนเกิดเหตุตนกับภรรยาขับรถเก๋ง โดยตนนั่งหน้าภรรยาเป็นคนขับ ตนเห็นเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นทุกอย่าง เพราะว่าเศษกันชนของรถกระบะกระเด็นมาชนรถภรรยาตนได้รับความเสียหาย ตนรู้สึกว่าเรื่องที่เกิดขึ้น คนขับรายนี้ช่างใจดำเหลือเกิน เพราะขณะเกิดเหตุเขาไม่รู้ร้อนรู้หนาว ไม่คิดที่จะมาดูเด็กทั้งสองคนที่นอนบาดเจ็บร้องโอดโอยอยู่กลางถนน แต่อาศัยความชุลมุนวุ่นวายหนีขึ้นรถเก๋งที่มีหญิงสาวขับมารับหลบหนีออกไปจากที่เกิดเหตุ ตนอยากให้เขาออกมาแสดงความรับผิดชอบขอโทษกับครอบครัวของคนเจ็บในครั้งนี้ด้วย
ด้านทนายรณณรงค์ กล่าวว่า เรื่องนี้ตนจะติดตามคดีไปที่ ผกก.สภ.เมืองปทุมธานี เพื่อให้เด็กได้รับความเป็นธรรม ส่วนความเสียหายนั้นทั้งสองคนยังเป็นเยาวชนของชาติเรียนจบมาแล้ว สามารถทำงานดีๆ หาเงินได้อีกเยอะช่วยเหลือครอบครัว ความเสียหายในครั้งนี้คนขับรถกระบะต้องรับผิดชอบอย่างเต็มที่ตามกฎหมายอยู่แล้ว ก็อยากให้เจ้าหน้าที่ตำรวจทำคดีอย่างตรงไปตรงมา ไม่เข้าข้างคนผิดเพราะจากภาพวงจรปิดที่เห็นก็เป็นหลักฐานเพียงพอที่จะเอาผิดคนขับรายนี้ได้อยู่แล้ว.