โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ธุรกิจ-เศรษฐกิจ

สิ้นสุดมาตรการผ่อนปรน! เปิด 10 ข้อหาหลัก ดีเดย์ 1 เม.ย. นี้ ตำรวจจับอย่างจริงจังทั่วประเทศ

สยามนิวส์

เผยแพร่ 30 มี.ค. เวลา 05.49 น. • Kong
สืบเนื่องจากรัฐบาลให้ความสำคัญสูงสุดกับความปลอดภัยทางถนน โดยเฉพาะในช่วงเทศกาลต่างๆ ที่มีการเดินทางสูง โดยมีเป้าหมายลดอัตราผู้เสียชีวิตให้เหลือเพียง 12 คนต่อแสนประชากรภายในปี 2570

สืบเนื่องจากรัฐบาลให้ความสำคัญสูงสุดกับความปลอดภัยทางถนน โดยเฉพาะในช่วงเทศกาลต่างๆ ที่มีการเดินทางสูง โดยมีเป้าหมายลดอัตราผู้เสียชีวิตให้เหลือเพียง 12 คนต่อแสนประชากรภายในปี 2570 ผ่านแนวทางหลักคือการบูรณาการมาตรการเชิงรุก ทั้งด้านกฎหมาย การลดปัจจัยเสี่ยงจากสภาพถนนและยานพาหนะ รวมถึงการรณรงค์สร้างวินัยจราจร

ทั้งนี้ ตามสั่งการของ ผบ.ตร. เรื่องการบังคับใช้กฎหมายจราจร ได้แบ่งระยะเวลาการดำเนินการออกเป็น 3 ระยะ คือ

1. ระยะสั้น (เร่งด่วน) มุ่งเน้นการประชาสัมพันธ์ให้ความรู้ความเข้าใจเกี่ยวกับกฎหมายจราจร การเสริมสร้างวินัยจราจร และให้ดำเนินการในห้วงระยะเวลาพอสมควร

2. ระยะกลาง ให้บังคับใช้กฎหมายอย่างเข้มงวดใน 10 ข้อหาหลัก และข้อหาที่สร้างความเดือดร้อนให้กับประชาชน

3. ระยะยาว (วางระบบ) การนำเทคโนโลยีมาสนับสนุนการปฏิบัติงานจราจร

สำนักงานตำรวจแห่งชาติได้ดำเนินการในระยะที่ 1 (ระยะเร่งด่วน) โดยออกมาตรการ ตักเตือนก่อนปรับ ในห้วงวันที่ 27 มกราคม ถึง 31 มีนาคม 2569 ปรากฏว่า มีสถิติการว่ากล่าวตักเตือนก่อนออกใบสั่งทุกข้อหาที่เจ้าพนักงานจราจรมีอำนาจปรับ ผ่านระบบ PTM ตั้งแต่เดือนมกราคมที่ผ่านมา จำนวนกว่า 1.9 แสนครั้ง

โดยข้อหาที่มีการว่ากล่าวตักเตือนมากที่สุด 5 อันดับแรก แบ่งเป็น ไม่สวมหมวกนิรภัย ไม่มีใบอนุญาตขับขี่ ไม่คาดเข็มขัดนิรภัย, ขับรถเร็วเกินกว่ากฎหมายกำหนด และอื่นๆ เช่น ไม่ติดแผ่นป้ายทะเบียน ใช้รถไม่ตรงตามประเภทที่จดทะเบียน บรรทุกสิ่งของโดยไม่มีสิ่งปกคลุม

หลังจากนั้นจะเข้าสู่ระยะที่ 2 มีการบังคับใช้กฎหมายจราจรอย่างเต็มรูปแบบ ตั้งแต่วันที่ 1 เมษายน 2569 เป็นต้นไป เพื่อสร้างสังคมการขับขี่ที่ปลอดภัยร่วมกัน

ดีเดย์ 1 เม.ย.นี้ ตำรวจจราจรจะเริ่มบังคับใช้กฎหมายอย่างเคร่งครัดใน 10 ข้อหาหลัก ที่เป็นสาเหตุที่มาของการเกิดอุบัติเหตุบนท้องถนน

1. ขับรถเร็วเกินกำหนด : ปรับสูงสุดไม่เกิน 4,000 บาท (เดิม 1,000)

2. ฝ่าฝืนสัญญาณไฟจราจร : ปรับสูงสุดไม่เกิน 4,000 บาท (เดิม 1,000)

3. ไม่หยุดรถให้คนข้ามทางม้าลาย : ปรับสูงสุดไม่เกิน 4,000 บาท

4. ใช้โทรศัพท์ขณะขับขี่ (โดยไม่มีอุปกรณ์เสริม) : ปรับสูงสุดไม่เกิน 4,000 บาท

5. ขับรถย้อนศร : ปรับสูงสุดไม่เกิน 2,000 บาท (เดิม 500)

6. ไม่สวมหมวกนิรภัย (ทั้งคนขับและคนซ้อน) : ปรับสูงสุดไม่เกิน 2,000 บาท

7. ไม่คาดเข็มขัดนิรภัย (ทั้งคนขับและผู้โดยสาร) : ปรับสูงสุดไม่เกิน 2,000 บาท

8. ไม่พกใบอนุญาตขับขี่ : ปรับไม่เกิน 1,000 บาท (อาจมีโทษจำคุกไม่เกิน 1 เดือน)

9. ขับขี่ขณะเมาสุรา : ปรับ 5,000 - 20,000 บาท และจำคุกไม่เกิน 1 ปี

10. ขับรถโดยไม่คำนึงถึงความปลอดภัย : ปรับ 5,000 - 20,000 บาท และจำคุกไม่เกิน 1 ปี

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...