โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ภูมิภาค

ช็อก 'พระมหา' ค้ามนุษย์ แอบอ้างแบ็กใหญ่ หลอกบวชเด็ก 20 ราย เล็กสุด 5 ขวบ พาเรี่ยไรเงินมาเลย์

MATICHON ONLINE

อัพเดต 08 พ.ค. เวลา 06.11 น. • เผยแพร่ 08 พ.ค. เวลา 05.33 น.
ภาพประกอบ ที่มา (Chandara Se / https://unsplash.com/)

ช็อก! เปิดขบวนการ ‘พระมหา’ อ้างแบ๊กใหญ่ หลอกบวชเด็ก 20 ราย อายุน้อยสุด 5 ขวบ เรี่ยไรเงินมาเลย์

เมื่อเวลา 10.30 น. วันที่ 8 พฤษภาคม ที่มูลนิธิปวีณาฯ จ.ปทุมธานี ผู้ปกครอง ด.ช.อายุ 5 ขวบ ด.ช.อายุ 11 ขวบ และ ด.ช.อายุ 12 ขวบ รวม 3 ครอบครัว เดินทางมาจาก จ.ประจวบคีรีขันธ์ และ จ.ราชบุรี 2 ราย เข้าร้องปวีณา วอนช่วยประสานทางการประเทศมาเลเซีย นำตัวลูกชายกลับประเทศไทย หลังมีพระสงฆ์มาขอพาไปบรรพชาสามเณรฤดูร้อนที่ประเทศมาเลเซีย เมื่อวันที่ 2 เมษายน 2569

ก่อนที่พระสงฆ์ 2 รูปจะถูกเจ้าหน้าที่ตำรวจ ที่รัฐเคดาห์ ประเทศมาเลเซีย จับข้อหาค้ามนุษย์ หลอกเด็กไปมาเลเซียบวชเณรเรี่ยไรเงิน หลังสืบทราบพฤติกรรมพระสงฆ์มานานร่วม 4 ปี โดยจะพาเด็กไทยอายุระหว่าง 5-15 ปี ข้ามประเทศไปโดยที่เด็กบางรายไม่มีเอกสารเดินทางและไม่ยินยอมจากผู้ปกครอง 20 กว่าคน ประกอบด้วย 17 คน มีหนังสือเดินทางและเอกสารครบถ้วนได้รับการส่งกลับมายังประเทศไทยแล้ว ขณะที่เด็กอีก 7 คน ที่ไม่มีเอกสารเดินทาง ซึ่งมีอายุน้อยสุดเพียง 5 ขวบ ยังถูกกักตัวอยู่ที่รัฐเคดาห์ ประเทศมาเลเซีย

ด้าน นางปวีณา หงสกุล ประธานมูลนิธิปวีณาหงสกุลเพื่อเด็กและสตรี ได้ทำหนังสือด่วนไปยัง ฯพนฯ เอกอัครราชทูตมาเลเซีย ประจำประเทศไทย และมอบหมายให้ Mr.Diana Foo (ไดอาน่า ฟู) ที่ปรึกษามูลนิธิปวีณาหงสกุลเพื่อเด็กและสตรี ฝ่ายต่างประเทศ ติดต่อตรงยังสถานทูตมาเลเซีย ประจำประเทศไทย ช่วยเหลือโดยด่วน ซึ่งขณะนี้มีเด็ไทย 7 รายยังอยู่ในสถานกักตัว Depot Imigresen Belantik, Sik, Kedah ประเทศมาเลเซีย

และนางปวีณาจะประสานกับกระทรวงการต่างประเทศอีกทาง ขอความกรุณาช่วยเหลือและให้ความเป็นธรรมกับเด็กที่ยังเด็กมาก และไม่เกี่ยวข้องกับการกระทำใดๆ ทั้งสิ้นในครั้งนี้ เพื่อช่วยเหลือให้เด็กได้กลับประเทศไทยโดยเร็ว และมูลนิธิปวีณาฯจะติดต่อการช่วยเหลือร่วมกับ สถานทูตกระทรวงการต่างประเทศอย่างใกล้ชิดต่อไป

สำหรับกรณีดังกล่าว สืบเนื่องจากเมื่อวันที่ 7 เมษายน 2569 เจ้าหน้าที่ตำรวจรัฐเคดาห์ ประเทศมาเลเซีย ได้จับกุมตัว “พระมหา อ.” กับพระสงฆ์อีกหนึ่งรูปจากประเทศไทย ในข้อหาค้ามนุษย์ เนื่องจากมีการนำเด็กอายุ 7-15 ปี จากประเทศไทยไปบรรพชาสามเณรฤดูร้อนที่มาเลเซียเพื่อออกเรี่ยไรเงิน แต่กลับไม่มีหนังสือยินยอมจากผู้ปกครอง รวมทั้งหนังสือเดินทาง

ซึ่งพฤติกรรมของ “พระมหา อ.” จะมีการไปติดต่อเด็กมาจากครอบครัวที่ยากจน ทั้งยังอ้างว่าเป็นประธานมูลนิธิทำความดีตอบแทนคุณแผ่นดิน มีความสนิทกับพระผู้ใหญ่ระดับกรรมการมหาเถรสมาคม (มส.) เพื่อขอนำเด็กมาบวชเณรที่วัดไทยในประเทศมาเลเซีย ที่มีการแอบอ้างว่าเป็นวัดสาขาของวัดดังแห่งหนึ่งในประเทศไทยด้วย

จากนั้นจะพาเณรออกเรี่ยไรเงินจากทั้งคนไทย มาเลเซีย และสิงคโปร์ โดยยังมีรายงานด้วยว่า ตำรวจรัฐเคดาห์ได้ติดตามพฤติกรรมของ “พระมหา อ.” มาเป็นเวลา 4 ปีแล้ว อย่างไรก็ตามเมื่อ “พระมหา อ.” ถูกจับกุมตัว ได้มีการประสานพระสงฆ์ไทยในรัฐเคดาห์ ประเทศมาเลเซีย ดำเนินการสึก “พระมหา อ.” และพระสงฆ์อีกหนึ่งรูปเป็นที่เรียบร้อยแล้ว

ในส่วนของเด็กที่ถูกหลอกไป มีรายงานว่ามีจำนวน 17 คน ซึ่งมีหนังสือเดินทางและเอกสารครบถ้วน ได้รับการส่งกลับมายังประเทศไทย และอยู่ในความดูแลของวัดในวัง อ.นาทวี จ.สงขลา ขณะที่ยังมีเด็กอีก 7 คน รวมทั้ง “พระมหา อ.” และพระสงฆ์ไทยอีกหนึ่งรูป ยังถูกกักตัวอยู่ที่รัฐเคดาห์ ประเทศมาเลเซีย โดยคดีนี้สะท้อนให้เห็นถึงการนำสถานะทางศาสนามาใช้เป็นเครื่องมือในการแสวงหาผลประโยชน์ และเข้าข่ายการค้าอย่างชัดเจนตามกฎหมายมนุษย์ของมาเลเซีย

ขณะที่ผู้เสียหายได้เปิดเผยรายละเอียด แบ่งเป็น ครอบครัวที่ 1 จ.ประจวบคีรีขันธ์ น.ส.แอน (นามสมมุติ) อายุ 40 ปี แม่ของ ด.ช.อายุ 5 ขวบ กล่าวว่า ตนไปทำงานเป็นวิศวกรของบริษัทแห่งหนึ่งในประเทศฟิลิปปินส์ จึงให้ลูกชายอยู่ในความดูแลของตากับยาย ที่ จ.ประจวบคีรีขันธ์ และเมื่อต้นเดือนเมษายน 2569 ยายได้พูดให้ตนฟังว่า พระสงฆ์ ซึ่งประจำอยู่ที่สำนักสงฆ์แห่งหนึ่งใน อ.สามร้อยยอด จ.ประจวบคีรีขันธ์ ซึ่งเป็นสำนักสงฆ์ที่ตา-ยาย ไปทำบุญเป็นประจำจนได้รู้จักสนิทกันกับพระสงฆ์รูปนี้ และยังเห็นว่าพระสงฆ์มักจะรับเด็กชายที่ครอบครัวยากจนมาดูแลและบวชเรียนด้วย

ต่อมาวันที่ 2 เมษายน 2569 พระสงฆ์ได้จัดพิธีขอขมาผู้ปกครอง และพระสงฆ์ได้มาขออนุญาตจากตากับยายว่าขอพาลูกชายไปร่วมพิธีบวชเณรภาคฤดูร้อนที่ประเทศมาเลเซีย ตากับยายจึงได้บอกกับพระสงฆ์ว่า เด็กยังไม่มีพาสปอร์ตใดๆ อีกอย่างเด็กอายุยังน้อย แต่พระสงฆ์บอกว่าไม่เป็นไรสามารถเดินทางไปได้ และยังบอกอีกว่าสำนักสงฆ์นี้จะมีการจัดพาเด็กๆ ไปบวชที่ประเทศมาเลเซียอยู่ตลอด ซึ่งไม่เคยมีปัญหาใดๆ ด้วยความที่ตา-ยาย สนิทและไว้ใจกับพระสงฆ์จึงอนุญาตให้ลูกชายไป ซึ่งยังติดต่อกับลูกชายได้ตลอด

กระทั่งวันที่ 4 เมษายน 2569 เวลา 16.00 น. ไม่สามารถติดต่อลูกชายได้ วันที่ 6 เมษายน 2569 ได้รับการติดต่อจากทางลูกศิษย์สำนักสงฆ์แจ้งว่า ตอนนี้เด็กๆ อยู่หน้าด่านรอทำเอกสารแต่ยังไม่สามารถเข้าได้ให้รอวันถัดไป วันที่ 7 เมษายน 2569 พยายามติดต่อไม่สามารถติดต่อได้ขาดการติดต่อ วันที่ 8 เมษายน 2569 เวลาประมาณ 17.08 น. ได้รับแจ้งจากทางลูกศิษย์สำนักสงฆ์แจ้งว่าเด็กที่ไม่มี Passport จำนวน 7 คน ซึ่งหนึ่งในนั้นมีลูกชายของตนด้วย ถูกกักตัวที่ชายแดนฝั่งมาเลเซีย รวมถึงพระสงฆ์และคนขับรถพาไป แต่ในส่วนของผู้ติดตามคนอื่นๆ ถูกปล่อยกลับมาฝั่งไทยเนื่องจากมีพาสปอร์ต

วันที่ 29 เมษายน 2569 ตนได้ไปติดต่อขอเข้าเยี่ยมลูกชายร่วมกับทางกงศุลไทยที่ประจำในปีนัง ลูกชายบอกว่า “อยากกลับบ้าน และเมื่อไหร่จะได้กลับบ้าน” ตนฟังคำพูดของลูกแล้วรู้สึกสงสารลูกมาก จึงวอนขอให้มูลนิธิปวีณาฯ ช่วยเหลือประสานให้ลูกชายได้กลับมาประเทศไทยโดยเร็ว

ขณะที่ ครอบครัวที่ 2, 3 จาก จ.ราชบุรี นายเอ (นามสมมุติ) อายุ 18 ปี เป็นน้าชายของ ด.ช.อายุ 11 ขวบ กล่าวว่า ตนและหลานชายเป็นเด็กวัดและอาศัยเรียนอยู่ในโรงเรียนวัดแห่งหนึ่งใน จ.ราชบุรี มาประมาณ 6 ปี โดยมีเด็กที่อยู่ในความดูแลของวัดประมาณ 150 คน และ นายบี (นามสมมุติ) อายุ 36 ปี พ่อของ ด.ช.อายุ 12 ปี ซึ่งให้ลูกชายไปอยู่และเรียนที่วัดแห่งหนึ่งใน จ.ราชบุรี มาประมาณ 2 ปี

ต่อมาช่วงประมาณวันที่ 27 มีนาคม 2569 มีพระสงฆ์รูปหนึ่งมาจาก จ.ประจวบคีรีขันธ์ อ้างว่าเป็นประธานมูลนิธิทำความดีตอบแทนคุณแผ่นดิน ซึ่งกำลังจัดโครงการนำเด็กไปบรรพชาสามเณรฤดูร้อนที่ประเทศมาเลเซีย เป็นปีที่ 3 จึงอยากจะขอเด็กไปร่วมโครงการ 10 คน แต่หลวงพ่อที่วัดไม่อนุญาตให้ไป ระหว่างนั้นพระสงฆ์รูปดังกล่าวได้ไปคุยกับเด็กๆ จนทำให้เด็กอยากไปบวชในโครงการและโทรศัพท์ไปขออนุญาตผู้ปกครองจึงอนุญาต ซึ่งหลวงพ่อได้บอกว่าเด็กๆ ไม่มีเอกสารเดินทางใดๆ พระสงฆ์จึงได้บอกว่าไม่เป็นไรมีวิธีที่จะสามารถพาเข้าได้ไปได้ วันที่ 30 มีนาคม 2569 พระสงฆ์ได้มารับเด็กที่วัดเพื่อไปทำการซ้อมบวชที่สำนักสงฆ์แห่งหนึ่งใน อ.สามร้อยยอด จ.ประจวบคีรีขันธ์ ก่อนที่จะเดินทางพาไปเข้าโครงการประเทศมาเลเซีย และยังติดต่อกับหลายชายได้ตลอด

ต่อมาวันที่ 2 เมษายน 2569 เวลาประมาณ 15.00 น. หลานชายได้โทรศัพท์มาบอกว่ากำลังจะออกเดินไปประเทศมาเลเซีย จากนั้นก็ไม่ได้ติดต่อกัน กระทั่งวันที่ 8 เมษายน 2569 ตนได้รับการติดต่อจากลูกศิษย์ของสำนักสงฆ์ จ.ประจวบคีรัขันธ์ ว่าเด็กที่ไม่มี Passport จำนวน 7 คน ติด ตม. ซึ่งหนึ่งในนั้นมีหลายชายของตนด้วย ตอนนี้ถูกกักตัวที่ชายแดน

ฝั่งมาเลเซียไม่นานก็จะได้กลับไทย จนวันที่ 11 เมษายน 2569 ตนไปเห็นข่าวออนไลน์ว่า มีพระสงฆ์ที่พาเด็กไปบวชบรรพชาสามเณรฤดูร้อนที่ประเทศมาเลเซีย ถูกตำรวจที่ประเทศมาเลเซีย จับกุมข้อหาค้ามนุษย์ หลอกเด็กไปมาเลเซียบวชเณรเรี่ยไรเงิน จึงได้แจ้งให้หลวงพ่อทราบ จึงได้พยายามติดต่อสอบถามลูกศิษย์สำนักสงฆ์แต่ก็ยังไม่ได้รับคำตอบ จึงตัดสินใจพากันเดินทางเข้าร้องขอให้มูลนิธิปวีณาฯ ช่วยเหลือนำตัวน้องชายกลับมาประเทศไทยด้วย

อ่านข่าวต้นฉบับได้ที่ : ช็อก ‘พระมหา’ ค้ามนุษย์ แอบอ้างแบ็กใหญ่ หลอกบวชเด็ก 20 ราย เล็กสุด 5 ขวบ พาเรี่ยไรเงินมาเลย์

ติดตามข่าวล่าสุดได้ทุกวัน ที่นี่
– Website : https://www.matichon.co.th

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...