ถอดรหัส MR.D.I.Y. จากร้านแรกสู่ 77 จังหวัด กับภารกิจ ‘ใกล้บ้านคุณ’ ทั่วประเทศ
MR.D.I.Y. ร้านขายอุปกรณ์ตกแต่งบ้าน และสินค้าไลฟ์สไตล์ ประสบความสำเร็จกลายเป็นอีกหนึ่งแบรนด์ที่เปิดครบ 77 จังหวัดทั่วประเทศไทยเป็นที่เรียบร้อย
สินค้าจิปาถะยังคงเป็นที่ต้องการของผู้บริโภคชาวไทย หากสามารถทำให้สะดวกต่อการซื้อยิ่งสร้างความได้เปรียบในเชิงธุรกิจ และก็ปฏิเสธไม่ได้ว่า MR. D.I.Y. ได้แทรกซึมร้านค้าเข้าไปอยู่ตามทำเลที่เป็นหัวใจหลัก ไม่ว่าจะเป็น ห้างสรรพสินค้า, ชุมชน ทำให้กลายเป็นแบรนด์ที่ถูกนึกถึงขึ้นมาเป็นชื่อแรก ๆ ในยุคนี้
ปัจจุบันแบรนด์เดินหน้าเปิดครบ 77 จังหวัด โดยปิดดีล 2 จังหวัดสุดท้าย คือแม่ฮ่องสอน และพังงา รวมบริษัทมีสาขาทั่วไทยแล้ว 1,127 สาขา พร้อมเป้าหมายต่อไปในปี 2570 ต้องเปิดให้ครบ 1,500 สาขา ซึ่งในปี 2568 ธุรกิจมีรายได้รวม 20,100 ล้านบาท เติบโต 24% มีกำไรสุทธิ 2,600 ล้านบาท เติบโต 48% มียอดซื้อสินค้าเฉลี่ย 165 บาท/บิล หรือประมาณ 4 ชิ้นต่อครั้ง
เมื่อวิเคราะห์ถึงกลยุทธ์ธุรกิจที่เป็นหัวใจหลัก เรื่องแรกคงหนีไม่พ้นเรื่องความหลากหลายของสินค้าที่ไร้ขีดจำกัด โดยครอบคลุม 10 หมวดหมู่ เรียกได้ว่ามาที่นี่อาจจะต้องใช้คำพูดว่า ได้ตั้งแต่สากกะเบือยันเรือรบ จึงเป็นจุดหมายแบบ “One-Stop Solution” ที่ตอบโจทย์ Pain Point ของผู้บริโภคที่ไม่ต้องการแวะหลายที่ เช่นเดียวกับการใช้กลยุทธ์เรื่องราคา “Always Low Prices” ที่ให้ความสำคัญกับเรื่องราคาที่จับต้องได้ แต่ต้องมีความคุ้มค่า
นอกจากนี้ แบรนด์ไม่ได้ยึดติดกับการเปิดตามห้างสรรพสินค้าขนาดใหญ่เสมอไป แต่ใช้กลยุทธ์การกระจายไปตามคอมมูนิตี้มอลล์ อาคารพาณิชย์ หรือแม้แต่ในปั๊มน้ำมัน เน้นความสะดวกในการเข้าถึงมากกว่าความหรูหรา
สำหรับการเปิดครบ 77 จังหวัด เป็นการเดินหมากไปสู่มิติที่มีความลึกมากขึ้น
- การสร้าง “Economies of Scale” ที่สมบูรณ์แบบ
เมื่อมีสาขากระจายครบทุกจังหวัด ต้นทุนการบริหารจัดการต่อหน่วย (Unit Cost) จะลดลงอย่างมีนัยสำคัญ โดยเฉพาะในด้าน Supply Chain และโลจิสติกส์ การมีศูนย์กระจายสินค้าที่ทรงประสิทธิภาพจะช่วยให้การเติมสินค้าทำได้รวดเร็วและประหยัดต้นทุนการขนส่งข้ามภูมิภาค
- การเป็น “Top of Mind” Brand (นึกถึงของใช้ นึกถึงสีเหลือง)
การปูพรมครบทุกจังหวัดช่วยสร้าง Brand Awareness อย่างรุนแรง จากแบรนด์ที่คนเมืองรู้จัก กลายเป็นแบรนด์ที่คนในพื้นที่ห่างไกลคุ้นเคย ส่งผลให้ MR. D.I.Y. กลายเป็น “Standard” ใหม่ของร้านขายของเบ็ดเตล็ด แทนที่ร้านโชห่วยหรือร้าน 20 บาทแบบเดิม
- Big Data มหาพิกเซล
การมีสาขาครบทุกสภาพภูมิศาสตร์ (Demographics) ตั้งแต่แม่ฮ่องสอนยันนราธิวาส ทำให้แบรนด์ได้ Consumer Insight ที่แม่นยำที่สุด เช่น คนภาคเหนือชอบซื้ออะไรในช่วงหน้าหนาว?, สินค้ากลุ่มไหนขายดีในจังหวัดท่องเที่ยว?
ข้อมูลเหล่านี้จะถูกนำไปใช้วางแผนการตลาดและการเลือกสินค้าให้ตรงใจคนในแต่ละพื้นที่มากขึ้น
- กำแพงภาษีที่สูงลิ่วสำหรับคู่แข่ง (High Barrier to Entry)
การที่ MR. D.I.Y. ยึดชัยภูมิสำคัญในทุกจังหวัดไปแล้ว ทำให้คู่แข่งหน้าใหม่ที่จะเข้ามาทำตลาดในระดับ National Scale ทำได้ยากขึ้นมาก เพราะต้องใช้เงินทุนมหาศาลเพื่อไล่ตามจำนวนสาขาและระบบโลจิสติกส์ที่ MR. D.I.Y. วางรากฐานไว้แข็งแกร่งแล้ว
MR.D.I.Y. กำลังพิสูจน์เรื่องที่สำคัญเรื่องหนึ่งของผู้คนยุคนี้กับโลกที่ค่าครองชีพสูงขึ้น ที่ต้องระมัดระวังเรื่องค่าใช้จ่าย การมีร้านทางเลือกที่มาพร้อมความสะดวก-ราคาประหยัด” จึงเป็นอาวุธเด็ดที่ไร้เทียมทานที่สุดในยุคนี้
เรื่องอื่นๆ ที่เกี่ยวข้อง