ข้อตกลงหยุดยิง ชัยชนะชั่วคราวของทรัมป์ ซึ่งมาพร้อมกับราคาที่ต้องจ่าย
ข้อตกลงหยุดยิง ชัยชนะชั่วคราวของทรัมป์ ซึ่งมาพร้อมกับราคาที่ต้องจ่าย
บีบีซีรายงานบทวิเคราะห์หลัง ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ประกาศข้อตกลงหยุดยิงเป็นเวลา 2 สัปดาห์กับอิหร่าน เช่นเดียวกับอิสราเอลที่ให้การยอมรับข้อตกลงหยุดยิงเช่นเดียวกัน โดยระบุว่า ท้ายที่สุดแล้ว ผู้ที่มีเหตุผลมากกว่าก็เป็นฝ่ายมีชัย อย่างน้อยก็ในตอนนี้
เวลา 18.32 น. ตามเวลาวอชิงตัน ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ โพสต์บนแพลตฟอร์มโซเชียลมีเดียของเขาว่า สหรัฐอเมริกาและอิหร่านมีความคืบหน้าไปมากกับข้อตกลงสันติภาพขั้นสุดท้าย และเขาตกลงที่จะหยุดยิงเป็นเวลา 2 สัปดาห์ เพื่อเปิดทางให้การเจรจาดำเนินต่อไป
แม้มันจะไม่ใช่นาทีสุดท้ายจริงๆ เสียทีเดียว แต่การประกาศดังกล่าวก็ถือว่าเกิดขึ้นใกล้เส้นตายในเวลา 20.00 น. ที่ทรัมป์ระบุไว้อย่างมาก โดยทั้งหมดนี้ขึ้นอยู่กับการที่อิหร่านจะระงับการสู้รบและเปิดช่องแคบฮอร์มุซให้การเดินเรือพาณิชย์อย่างเต็มรูปแบบ ซึ่งอิหร่านก็ประกาศว่าจะทำเช่นนั้น
แต่ความคืบหน้าเช่นนี้ยังดูห่างไกลจากความไม่แน่นอนเมื่อช่วงเช้าวันอังคารที่ผ่านมา ซึ่งทรัมป์ขู่ว่า “อารยธรรมของอิหร่านจะถูกทำลาย และจะไม่มีวันฟื้นกลับมาอีก”
ยังไม่แน่ชัดว่าคำขู่ที่น่าตกตะลึงจากประธานาธิบดีสหรัฐดังกล่าว ได้กดดันให้อิหร่านยอมรับการหยุดยิงที่พวกเขาเคยปฏิเสธมาก่อนหรือไม่ แต่สิ่งที่ชัดเจนคือ คำประกาศที่รุนแรงและยั่วยุของทรัมป์ เพียงสองวันหลังจากโพสต์ที่ใช้ถ้อยคำหยาบคายคล้ายกันบนทรูธ โซเชียล เป็นสิ่งที่ไม่เคยเกิดขึ้นมาก่อนจากประธานาธิบดีสหรัฐในยุคปัจจุบัน
แม้ว่าการหยุดยิง 2 สัปดาห์จะนำไปสู่สันติภาพถาวรในสงครามกับอิหร่าน และคำพูดล่าสุดของทรัมป์ อาจเปลี่ยนมุมมองที่โลกมีต่อสหรัฐอเมริกาไปอย่างสิ้นเชิง
ประเทศที่เคยวางตัวเป็นพลังแห่งความมั่นคงและเสถียรภาพทั่วโลก กลับกลายเป็นผู้สั่นคลอนรากฐานของระเบียบโลก ขณะที่ประธานาธิบดีซึ่งดูเหมือนจะสนุกการทำลายบรรทัดฐานทางการเมืองภายในประเทศ กำลังทำในสิ่งเดียวกันบนเวทีโลก
เมื่อวันที่ 7 เมษายน สมาชิกพรรคเดโมแครตออกมาประณามคำพูดของทรัมป์อย่างรวดเร็ว บางคนถึงกับเรียกร้องให้ถอดถอนเขาออกจากตำแหน่ง
ชัค ชูเมอร์ ผู้นำพรรคเดโมแครตในวุฒิสภาสหรัฐ กล่าวว่าสมาชิกพรรครีพับลิกันคนใดที่ไม่ร่วมลงคะแนนเพื่อยุติสงครามอิหร่าน ต้องรับผิดชอบต่อที่ตามมาทั้งหมดจากเรื่องบ้าๆ นี้
ขณะที่ ฮัวคิน คาสโตร ส.ส.เดโมแครตจากรัฐเท็กซัส เขียนบนแพลตฟอร์มเอ็กซ์ว่า “เห็นได้ชัดสภาพจิตของประธานาธิบดีย่ำแย่ลงเรื่อยๆ และไม่เหมาะสมที่จะเป็นผู้นำ”
แม้ว่าหลายคนในพรรครีพับลิกันยังคงสนับสนุนทรัมป์ แต่ก็ไม่ใช่การสนับสนุนอย่างเป็นเอกฉันท์เหมือนที่เขามักได้รับ
ออสติน สก็อตต์ ส.ส.จากรัฐจอร์เจีย และสมาชิกอาวุโสของคณะกรรมาธิการด้านกองทัพของสภาผู้แทนราษฎร วิจารณ์คำขู่ของทรัมป์เกี่ยวกับการทำลายอารยธรรมอย่างรุนแรงว่า “คำพูดของประธานาธิบดีส่งผลในทางลบ และผมไม่เห็นด้วยกับมัน”
รอน จอห์นสัน วุฒิสมาชิกจากรัฐวิสคอนซิน ซึ่งเป็นผู้สนับสนุนและภักดีต่อทรัมป์ กล่าวว่า จะเป็นความผิดพลาดครั้งใหญ่หากทรัมป์เดินหน้าทิ้งระเบิดจริง ขณะที่นาธาเนียล โมแรน ส.ส.จากรัฐเท็กซัส โพสต์บนโซเชียลมีเดียว่า เขาไม่สนับสนุนการทำลายอารยธรรมทั้งหมด “นี่ไม่ใช่สิ่งที่เราเป็น และมันไม่สอดคล้องกับค่านิยมพื้นฐานที่สหรัฐใช้เป็นแนวทางของเรามาอย่างยาวนาน”
ขณะที่ ลิซา เมอร์คอฟสกี วุฒิสมาชิกจากรัฐอะแลสกา ซึ่งมักมีความเห็นที่แตกต่างจากทรัมป์ ก็แสดงความเห็นอย่างตรงไปตรงมาว่า คำขู่ของทรัมป์ไม่สามารถแก้ตัวว่าเป็นเพียงความพยายามที่จะเพิ่มอำนาจต่อรองในการเจรจากับอิหร่านได้
อย่างไรก็ตาม ทำเนียบขาวน่าจะโต้แย้งว่า อำนาจต่อรองดังกล่าวได้ผล
โพสต์บนทรูธ โซเชียลที่ประกาศหยุดยิง ทรัมป์กล่าวว่า สหรัฐได้บรรลุและได้เกินกว่าเป้าหมายทางทหารทั้งหมดแล้ว
กองทัพอิหร่านอ่อนแอลงอย่างมาก แม้ว่าระบอบการปกครองหัวรุนแรงยังคงอยู่ในอำนาจ แต่ผู้นำระดับสูงจำนวนมากถูกสังหารจากการโจมตีทางอากาศ
อย่างไรก็ตาม ในขณะนี้ดูเหมือนเป้าหมายของสหรัฐยังคงไม่ชัดเจน โดยเฉพาะสถานะของยูเรเนียมเสริมสมรรถนะของอิหร่าน ซึ่งเป็นพื้นฐานของโครงการอาวุธนิวเคลียร์ของประเทศ นอกจากนี้ อิหร่านยังคงมีอิทธิพลต่อกลุ่มพันธมิตรในภูมิภาค เช่น กลุ่มกบฏฮูตีในเยเมน
แม้ว่าอิหร่านจะเปิดช่องแคบฮอร์มุซอย่างเต็มรูปแบบ โดยไม่เรียกเก็บค่าผ่านทางหรือเงื่อนไขอื่นๆ แต่ความสามารถในการควบคุมจุดยุทธศาสตร์สำคัญแห่งนี้ของอิหร่านก็ชัดเจนยิ่งกว่าที่เคยเป็นมา
หลังการประกาศหยุดยิงของทรัมป์ อับบาส อารักชี รัฐมนตรีต่างประเทศอิหร่าน กล่าวว่า อิหร่านจะยุติปฏิบัติการป้องกันตนเอง และเปิดทางให้การเดินเรือผ่านช่องแคบฮอร์มุซอย่างปลอดภัย โดยต้องมีการประสานงานกับกองกำลังติดอาวุธของอิหร่าน และเสริมว่าสหรัฐได้ยอมรับกรอบทั่วไปในแผน 10 ข้อของอิหร่าน
แผนดังกล่าวรวมถึง การให้สหรัฐถอนกำลังทหารออกจากภูมิภาค ยกเลิกมาตรการคว่ำบาตรทางเศรษฐกิจต่ออิหร่าน จ่ายค่าชดเชยความเสียหายจากสงคราม และให้อิหร่านคงการควบคุมช่องแคบฮอร์มุซ ซึ่งเป็นเรื่องยากที่จะจินตนาการว่าทรัมป์จะยอมรับเงื่อนไขเหล่านี้ทั้งหมด ทำให้การเจรจาในช่วงสองสัปดาห์ข้างหน้ามีแนวโน้มเต็มไปด้วยความเสี่ยง
แม้ขณะนี้ อาจถือเป็นชัยชนะทางการเมืองของทรัมป์ การที่เขาใช้คำขู่รุนแรงที่น่าตกใจและได้ผลลัพธ์ตามที่ต้องการ แต่การหยุดยิงที่เกิดขึ้นเป็นเพียงการผ่อนคลายชั่วคราว ไม่ใช่การแก้ไขปัญหาอย่างถาวร
ขณะที่ต้นทุนระยะยาวจากคำพูดและการกระทำของทรัมป์ รวมถึงผลกระทบโดยรวมของสงคราม ยังไม่ได้รับการประเมินได้อย่างครบถ้วนในเวลานี้
อ่านข่าวต้นฉบับได้ที่ : ข้อตกลงหยุดยิง ชัยชนะชั่วคราวของทรัมป์ ซึ่งมาพร้อมกับราคาที่ต้องจ่าย
ติดตามข่าวล่าสุดได้ทุกวัน ที่นี่
– Website : https://www.matichon.co.th