สั่งวันนี้ เสร็จเมื่อวานซืน
“สั่งวันนี้ เสร็จเมื่อวานซืน” ไม่ใช่แค่วลีขำๆ แต่กำลังจะกลายเป็นมาตรฐานใหม่ของรัฐบาลชุดนี้หรือไม่ หลัง “นายกฯหนู”อนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี และ รมว.มหาดไทย ในฐานะหัวหน้าพรรคภูมิใจไทย เปิดเกมบริหาร ครม.อนุทิน 2 แบบไม่ธรรมดา จากเดิมที่เคยเป็น “พรรคร่วม” วันนี้ขึ้นมาเป็น “แกนนำ” เสียงเกือบ 200 เสียง ทำให้มีทั้งอำนาจและ “ตัวเลือก” อยู่ในมือมากขึ้น
พอพรรคใหญ่ ทรัพยากรก็มาก คนเก่งก็เยอะ เกมจึงเปลี่ยนจาก “จัดสรรเก้าอี้” เป็น “แข่งผลงาน” เต็มตัว
นายกฯ ประกาศชัด จะวัด KPI และใช้ “ผลงานจริง” เป็นตัวชี้วัด ใครทำได้ ไปต่อ ใครทำไม่ได้ ก็ต้องเปิดไป เพราะ ครม.ไม่ใช่ที่ทดลองงาน และไม่ใช่เวทีตอบแทนบุญคุณใคร
โฟกัสแรกๆ พุ่งไปที่ 3 รัฐมนตรีช่วยมหาดไทยป้ายแดง ที่ต้องทำงานแนบชิดกับนายกฯ ในบทบาทควบ มท.1 ได้แก่ “พลพีร์ สุวรรณฉวี”, “เจเศรษฐ์ ไทยเศรษฐ์” และ “วรศิษฏ์ เลียงประสิทธิ์” ทั้งหมดคือ “คนกันเอง” ที่ผ่านงาน เคยเป็นทีมงานใกล้ชิด รู้จังหวะ รู้สไตล์ และเข้าใจประชาชน
แต่ถึงจะเป็น “คนคุ้นเคย” ก็ไม่ได้แปลว่าจะได้สิทธิ์เหนือใครๆเพราะคำเตือนมาแบบนุ่มๆ แต่แรงในความหมาย ”ถ้าล้าเมื่อไร ก็ต้องพักเมื่อนั้น“
ไฮไลต์อยู่ที่วลีในตำนานที่นักข่าวแซวกลับมาอีกครั้ง กับภารกิจกระทรวงมหาดไทย “สั่งวันนี้ ต้องเสร็จตั้งแต่เมื่อวาน” ซึ่งนายกฯ ไม่เพียงไม่ปฏิเสธ แต่อัปเกรดให้แรงขึ้นไปอีกขั้น
“3 คนนี้ อาจต้องสั่งวันนี้ เสร็จตั้งแต่วานซืน”
ประโยคเดียว แต่สะท้อนทั้งสปีดการทำงาน และแรงกดดันที่ถูกโยนลงไปเต็มๆ และอย่าคิดว่าแรงกดนี้มีแค่ 3 คน เพราะในความหมายจริง อาจหมายทั้ง ครม. ทุกคน ใครช้า ใครชิล ใครสั่งแล้วไม่ขยับ เสี่ยงหลุดวงโคจรทันที
ที่สำคัญ นายกฯไม่ได้พูดลอยๆ เพราะมี ตัวสำเลือกอยู่ในมือจำนวนมาก แถมยังตั้งครม.ไม่ครบ 36 ตำแหน่งอีก พูดง่ายๆ คือ “ทำไม่ได้…มีคนพร้อมเสียบ” ไม่เพียงแค่ในพรรคร่วมรัฐบาล อาจหมายถึงพรรคฝ่ายค้านด้วยใช่หรือไม่
ครม.หนู2 จึงไม่ใช่แค่การบริหารประเทศ แต่คือการแข่งขันการทำงานที่บัดนี้ทุกคนมีร้อยแต้มเต็มแต่หลังทำงานจะเหลือเท่าใดนายกฯหนู จับตาและค่อยตัดแต้มอยู่อย่างแน่นอน
ช่างสงสัย