ทะลุ 4,800 เหรียญฯ! "คลาสสิก ออสสิริส" แนะเทขายทำกำไรทองคำ เลี่ยงความเสี่ยงช่วงหยุดยาวสงกรานต์
สถานการณ์ราคาทองคำในตลาดโลกเช้านี้ปรับตัวทะยานขึ้นอย่างร้อนแรง โดยพุ่งขึ้นกว่า 2.5% หรือบวกเพิ่มกว่า 100 เหรียญสหรัฐฯ มาแตะที่ระดับ 4,821 เหรียญสหรัฐฯ ต่อออนซ์ ทะลุแนวต้านสำคัญรับข่าวสถานการณ์ตึงเครียดทางภูมิรัฐศาสตร์คลี่คลาย ด้านผู้เชี่ยวชาญเตือนนักลงทุนระยะสั้นเทขายทำกำไรก่อนหยุดยาวสงกรานต์ ป้องกันประวัติศาสตร์ซ้ำรอย
คุณธนะเกียรติ ปฐมะพงษ์ ผู้จัดการฝ่ายวิจัย และฝ่ายพัฒนาธุรกิจ บริษัทหลักทรัพย์ที่ปรึกษาการลงทุน คลาสสิก ออสสิริส จำกัด เปิดเผยว่า ปัจจัยหลักที่หนุนราคาทองคำในรอบนี้ เกิดจากการที่สหรัฐอเมริกาและอิสราเอลบรรลุข้อตกลงหยุดยิงชั่วคราวเป็นเวลา 2 สัปดาห์ โดยมีปากีสถานเป็นตัวกลางในการเจรจา
คำแนะนำการลงทุนและแนวรับ-แนวต้าน
ระยะสั้น-กลาง แนะนำให้นักลงทุนพิจารณาขายทำกำไร (Take Profit) ที่ระดับ 4,970 เหรียญสหรัฐฯ ต่อออนซ์
เป้าหมายสูงสุดระยะกลาง ประเมินแนวต้านถัดไปไว้ที่ระดับ 5,160 เหรียญสหรัฐฯ ต่อออนซ์
เตือนภัยความเสี่ยงช่วงเทศกาลสงกรานต์
คุณธนะเกียรติ ได้เน้นย้ำให้นักลงทุนเพิ่มความระมัดระวังในการถือครองสถานะในช่วงเทศกาลสงกรานต์ โดยมีประเด็นสำคัญดังนี้
ตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย ตลาด TFEX และตลาด Gold Futures จะปิดทำการในวันจันทร์-พุธที่ 13-15 เมษายน
ในขณะที่ตลาดทองคำโลก (Global Market) ยังคงเปิดทำการซื้อขายตามปกติ
หากมีเหตุการณ์ฉุกเฉินเกิดขึ้น นักลงทุนในประเทศจะไม่สามารถบริหารจัดการความเสี่ยงหรือปิดสถานะได้ทันท่วงที ซึ่งอาจนำไปสู่ผลขาดทุนอย่างหนัก
ย้อนรอยอดีต ในช่วงสงกรานต์ปี 2556 เคยเกิดเหตุการณ์ที่ราคาทองคำร่วงลงอย่างรุนแรงจาก 1,600 เหรียญฯ มาอยู่ที่ 1,300 เหรียญฯ ทำให้นักลงทุนถูกบังคับขาย (Force Sell) เป็นจำนวนมาก นอกจากนี้ในช่วงเดือนเมษายนที่ผ่านมา ก็เคยเกิดเหตุการณ์ราคาทองคำปรับตัวลงแรงถึง 300 เหรียญฯ เช่นกัน
นักลงทุนที่เก็งกำไรระยะสั้น ควรปิดสถานะทั้งหมดเพื่อลดความเสี่ยงก่อนเข้าสู่วันหยุดยาว ส่วนนักลงทุนระยะกลางและระยะยาว ยังสามารถถือครองต่อไปได้
จับตาทิศทางหลังสงกรานต์ และเป้าหมายปลายปี
สำหรับแนวโน้มราคาทองคำหลังช่วงเทศกาลสงกรานต์ จะขึ้นอยู่กับสถานการณ์ความขัดแย้งเป็นหลัก
หากไม่มีการโจมตีเพิ่มเติม ราคาน้ำมันอาจยังทรงตัวในระดับสูง แต่ธนาคารกลางสหรัฐฯ (Fed) มีแนวโน้มที่จะไม่ปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ย ซึ่งจะเป็นปัจจัยที่ส่งผลบวกต่อราคาทองคำ
หากสงครามยืดเยื้อเข้าสู่เดือนที่ 3 เศรษฐกิจโลกจะเผชิญกับภาวะชะงักงันร่วมกับเงินเฟ้อ (Stagflation) ในกรณีนี้ ทองคำจะทำหน้าที่เป็นสินทรัพย์ปลอดภัย (Safe Haven) อย่างเต็มรูปแบบ และมีโอกาสปรับตัวขึ้นได้อย่างแข็งแกร่ง
ทั้งนี้ ทางคลาสสิก ออสสิริส ประเมินเป้าหมายสูงสุดของราคาทองคำในปีนี้ ไว้ที่บริเวณ 5,600 เหรียญสหรัฐฯ ต่อออนซ์
ข่าวที่เกี่ยวข้อง