เครือข่ายหยุดพนัน จี้ตั้งเจ้าภาพแก้ปมสนุกเกอร์ ชงแยกกำกับ ‘กีฬา-พนัน’ คนละระบบ
เมื่อวันที่ 8 เมษายน นายวศิน พิพัฒนฉัตร ทนายความและผู้จัดการหน่วยวิชาการเครือข่ายนักสาธารณสุขจัดการปัจจัยเสี่ยงสุขภาพ (สปสส.) กล่าวถึงกรณีที่หลายฝ่ายออกมาเคลื่อนไหวเรียกร้องให้ปลดสนุกเกอร์ออกจากพระราชบัญญัติ (พ.ร.บ.) พนัน เครือข่ายรณรงค์หยุดพนันได้เสนอความเห็นต่อเรื่องดังกล่าวว่า รัฐควรจะมีความชัดเจน ใน 2 เรื่อง คือ 1.รัฐควรมีกฎระเบียบที่ชัดเจนในการแยกความแตกต่างระหว่าง “กีฬา” กับ “การพนัน” กรณี สนุกเกอร์ แม้จะเข้าลักษณะที่เป็นกีฬา เนื่องจากต้องมีการฝึกฝนทักษะ ในการเล่น มีกติกาที่ชัดเจน แต่ปัญหาที่เกิดขึ้นคือ คนที่จะเล่นหรือคนที่ชมกีฬามักจะตกลงเดิมพันจากผลของการเล่นสนุ๊กเกอร์ ซึ่งอาจจะควบคุม หรือ กำกับการบังคับใช้กฎหมายได้ค่อนข้างยากและมีข้อจำกัด 2.คือ กลไกการบังคับใช้กฎหมายที่ยังมีปัญหา สนุกเกอร์ ตามบัญชี ข. ของกฎหมายพนันที่อาจขออนุญาตได้แต่ กลับถูกกำหนดห้ามโดยกฎกระทรวงของกระทรวงมหาดไทยไม่ให้ขออนุญาต เหมือนกับโปรกเกอร์ ซึ่งห้ามมาตั้งแต่ปี 2505
“โดยมีข้อยกเว้นใน 2 เรื่อง คือ เล่นในที่เคหสถานจำนวนไม่เกิน 1 โต๊ะและ กรณีที่ 2 เล่นในสมาคมที่จดทะเบียนแต่ห้ามเกิน 5 โต๊ะ และไม่ให้เด็กเข้าถึงการเล่นได้เนื่องจากขัดต่อกฎหมายคุ้มครองเด็ก ทำให้การจะจัดเล่นหรือฝึกฝนสนุกเกอร์มีข้อจำกัด ดังนั้น ถ้ารัฐบาลจะให้การสนับสนุนสนุกเกอร์ เป็นกีฬาต้องมีความชัดเจน ใน 2 เรื่องดังกล่าวก่อน คือ แยกสนุกเกอร์เป็นกีฬา ออกจาก พนันให้ชัดเจน และดูที่วัตถุประสงค์ถ้าจะให้การเล่นสนุกเกอร์เป็นกีฬา ก็ให้เป็นกีฬาไม่ต้องยุ่งกับกฎหมายพนัน แต่ถ้าต้องการให้มีการเดิมพันในลักษณะพนันก็ค่อยจัดเป็นพนันตามกฎหมาย ตลอดจนมีการแก้ไขกลไกทางกฎหมายให้ชัดเจนเพื่อป้องกันการแอบอ้างสนุกเกอร์ในเชิงกีฬาไปเป็นพนัน” นายวศิน กล่าว
นายธนากร คมกฤส เลขาธิการมูลนิธิรณรงค์หยุดพนัน กล่าวว่า เครือข่ายรณรงค์หยุดพนันเห็นด้วยกับการสนับสนุนให้สนุกเกอร์เป็นกีฬา คำถามคือ “ที่ผ่านมาอะไรที่มันพันธนาการสนุกเกอร์ให้อยู่กับการพนัน” ซึ่งขณะนี้หลายฝ่ายมองว่า “พ.ร.บ.การพนันคือปัญหา” แต่ความจริงเรื่องนี้ยังผูกโยงกับกฎหมายอีกหลายฉบับ จึงอยากเสนอให้ทุกภาคส่วนที่เกี่ยวข้อง ทั้งกระทรวงมหาดไทย กระทรวงกีฬา การกีฬาแห่งประเทศไทย สมาคมกีฬาสนุกเกอร์ รวมทั้งนักกีฬา และกระทรวงการพัฒนาสังคมฯ เป็นต้น
“มาคุยกันเพื่อวิเคราะห์หาอุปสรรคด้านกฎหมายที่เป็นข้อติดขัดอยู่ แล้วหาทางปลดล็อค โดยส่วนตัวไม่คิดว่าถึงขนาดต้องไปแก้ พ.ร.บ.พนัน เพราะในตัวพ.ร.บ.ไม่ได้มีบทบัญญัติเรื่องนี้โดยตรง น่าจะอยู่ที่ประกาศของกระทรวงมหาดไทยที่มีมาแต่เดิมมากกว่า ซึ่งน่าจะใช้อำนาจรัฐมนตรีสั่งปลดล็อคปลดล็อกได้ เพราะถ้าตั้งโจทย์ว่า การปลดล็อคสนุกเกอร์อยู่ที่การแก้พ.ร.บ.การพนัน อาจเป็นการตั้งโจทย์ผิด แล้วจะทำให้เรื่องเล็กกลายเป็นเรื่องใหญ่ เพราะพ.ร.บ.การพนันเชื่อมโยงกับพนันหลายตัวมาก อาจเป็นร้อยชนิด กว่าจะแก้ได้คงต้องฝ่าหลายด่าน เกรงว่าหากเลือกเดินทางนี้จะไปไม่ถึงจุดหมาย แล้วจะผิดหวังกันอีก กระบวนการที่ว่านี้ จะเกิดขึ้นได้ต้องมีเจ้าภาพ จึงขอเสนอให้นายกรัฐมนตรีเป็นเจ้าภาพ โดยมอบหมายให้รัฐมนตรีสำนักนายกรัฐมนตรีท่านใดท่านหนึ่งรับผิดชอบจัดสัมมนาเพื่อชวนทุกฝ่ายมาคุยกัน” นายธนากรกล่าว
นายธนากร กล่าวต่อว่า เรื่องสำคัญ คือ การแยกความเป็นกีฬากับการพนันให้ชัดเจน ถ้าเป็นกิจกรรมกีฬาก็ให้ไปอยู่ภายใต้การดูแลของกระทรวงกีฬากับการกีฬาแห่งประเทศไทย ถ้าเป็นการพนันก็ให้อยู่กับพ.ร.บ.พนัน หลายประเทศแยกขาดเรื่องนี้อย่างชัดเจน ถ้าจะเป็นกีฬาก็ต้องขึ้นทะเบียนเป็นสโมสรหรือสถาบันส่งเสริมกีฬาสนุกเกอร์ มีข้อบังคับชัดเจนว่าห้ามข้องเกี่ยวกับการพนัน ไม่จำกัดอายุเด็ก เป็นต้น แต่ถ้าอยากเปิดโต๊ะสนุกเกอร์เป็นสถานที่เล่นพนัน ก็ต้องขออนุญาตตามพ.ร.บ.พนัน และประกาศชัดเจนว่า นี่คือสถานที่เล่นพนัน จำกัดอายุ เด็กเยาวชนห้ามเข้า จำกัดจำนวนโต๊ะ รวมถึงการกำหนดมาตรการต่างๆ ที่เข้มงวดเพื่อควบคุมไม่ให้เล่นพนันเกินขอบเขต เรื่องนี้ถ้าทำให้โปร่งใส น่าเชื่อถือว่าไม่มีผลประโยชน์ของฝ่ายหนึ่งฝ่ายใดแอบแฝง ก็ไม่น่าจะมีใครคัดค้าน รวมทั้งการทำให้เกิดความเชื่อมั่นในมาตรการและหน่วยงานการกำกับดูแลที่มีประสิทธิภาพ ซึ่งอาจจะถึงเวลาต้องทบทวนว่า การดูแลเรื่องพนันควรอยู่กับหน่วยงานเดิมๆ หรือควรคิดใหม่ทำใหม่มีหน่วยงานใหม่มาดูแลได้แล้ว
อ่านข่าวต้นฉบับได้ที่ : เครือข่ายหยุดพนัน จี้ตั้งเจ้าภาพแก้ปมสนุกเกอร์ ชงแยกกำกับ ‘กีฬา-พนัน’ คนละระบบ
ติดตามข่าวล่าสุดได้ทุกวัน ที่นี่
– Website : https://www.matichon.co.th