"อนุทิน" เปิดงานวันผู้สูงอายุปี 69 รับเข้าวัยเกษียณ 60 ปี ชวนคนไทย "ก้ม-กอด-กราบ" เติมพลังใจช่วงสงกรานต์
ที่เมืองทองธานี นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย เป็นประธานในพิธีเปิดงานวันผู้สูงอายุแห่งชาติและวันแห่งครอบครัว ประจำปี 2569 ภายใต้แนวคิด "ก้ม กราบ กอดผู้สูงอายุ สร้างครอบครัวไทยเข้มแข็ง" ณ ห้องแกรนด์ ไดมอนด์โดยมีนายนิกร โสมกลาง รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ พร้อมด้วยคณะผู้บริหารกระทรวง และผู้แทนจากหน่วยงานภาคีเครือข่าย เข้าร่วม
นายกรัฐมนตรี กล่าวเปิดงานและแสดงความยินดีต่อผู้สูงอายุที่ได้รับรางวัล ภาคีเครือข่ายจากทุกภาคส่วน รวมถึงผู้ ร่วมงาน ว่า สถาบันครอบครัวเป็นรากฐานชีวิตของพวกเราทุกคน เพราะเป็นพื้นที่การสื่อสารความคิด ความเชื่อค่านิยมและวัฒนธรรม ซึ่งสิ่งเหล่านี้คือสิ่งที่ประกอบกันเป็นตัวตนของแต่ละคนที่มาล้อมรวมกันในสังคมจนเกิดเป็นอัตลักษณ์ของชาติ หากสถาบันครอบครัวมีความแข็งแรงประเทศชาติของเราก็จะแข็งแรง แต่ในทางตรงกันข้ามหากสถาบันครอบครัวอ่อนแอก็คงเป็นการยากที่จะสร้างประเทศไทยให้เข้มแข็ง ดังนั้นครอบครัว จึงมีความสำคัญกับชีวิตของพวกเราทุกคนและที่สำคัญยิ่งกว่านั้นคือผู้ใหญ่ หรือผู้สูงวัย ในครอบครัวของเรา ซึ่งล้วนแล้วแต่เป็นผู้ปกครองของพวกเราทุกคนเป็นองค์ประกอบสำคัญในการส่งต่อเรื่องราวความคิดความเชื่อความอบอุ่นให้แก่คนรุ่นหลัง
ทั้งนี้เป็นที่น่าเสียดายโลกยุคปัจจุบันมีช่องว่างระหว่างวัยมากขึ้น ปู่ ย่า ตา ยาย กับคนรุ่นใหม่ในบางครั้งพูดกันคนละภาษา แต่ความสัมพันธ์ในเรื่อง การเคารพนับถือกันยังมีอยู่
แต่เนื่องจากความห่างเหิน จะทำให้สายสัมพันธ์ไม่เหมือนเดิมการจัดงานวันผู้สูงอายุแห่งชาติและวันครอบครัวในปีนี้จึงถือว่ามีความสอดคล้องอย่างยิ่งกับนโยบายของรัฐบาลที่ให้ความสำคัญกับการส่งเสริมสวัสดิการและการพัฒนาสภาพแวดล้อมที่เอื้อกับครอบครัวและผู้สูงอายุในทุกมิติทั้งทางด้านสุขภาพด้านความปลอดภัยการมีงานทำที่เหมาะสม การมีส่วนร่วมทางสังคม เพื่อให้สังคมผู้สูงวัยยังคงเป็นพลังสำคัญในการขับเคลื่อนการพัฒนาประเทศ
นายกรัฐมนตรี กล่าวว่า การจัดงานในวันนี้เกิดขึ้นภายใต้แนวคิดก้มกราบก่อนผู้สูงวัยสร้างครอบครัวไทยให้เข้มแข็งซึ่งทำให้เราเห็นภาพว่าบางครั้งการสานสัมพันธ์ในครอบครัวเริ่มต้นจากสิ่งง่ายๆเหล่านี้คือการก้มกราบและการกอดกันในครอบครัว ซึ่งอาจเป็นสิ่งที่เราคิดว่าไม่สำคัญ แต่ในยุคที่พวกเรา ต่างถือมือถือกันคนละเครื่อง สิ่งเหล่านี้จะทำให้ความอบอุ่น ความไว้เนื้อเชื่อใจความผูกพันในอดีตที่เราเคยได้รับมา กลับมาสู่ความทรงจำของพวกเราอีกครั้ง
อย่างไรก็ตามขอบคุณกระทรวงพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์และภาคีเครือข่ายทุกภาคส่วน ที่ได้ร่วมกันขับเคลื่อนและผลักดันให้สังคมได้ตระหนักถึงความสำคัญของครอบครัวและผู้สูงอายุ และขอแสดงความยินดีกับผู้ได้รับรางวัลทุกท่าน ซึ่งจะเป็นแบบอย่างให้ครอบครัวไทยและสังคมโดยรวมต่อไป เนื่องในโอกาสแห่งความสุข และวันนี้ขอกราบอำนวยพรให้ผู้สูงวัยทุกท่าน จงมีสุขภาพพลานามัยแข็งแรง มีความสุขและมีคุณภาพชีวิตที่ดี ขอให้ทุกครอบครัวเปี่ยมไปด้วยความรักความอบอุ่น ความสามัคคีเป็นพลังสำคัญในการจรรโลงและพัฒนาประเทศชาติของเราให้เจริญก้าวหน้าสืบไป
"ที่พูดมานี้เหมือนกับให้พรตัวเอง เพราะปีนี้เข้าเป็นสมาชิกด้วยเหมือนกัน เพราะเข้าวัยเกษียณ 60 ปีแล้ว แต่ผมคิดว่าเดี๋ยวนี้คำว่าอายุเป็นเพียงตัวเลขน่าจะมีความหมายกับพวกเรา ผมเดินเข้ามา นึกว่ามางานเยาวชน ผมไม่ได้รู้สึกว่าเดินเข้ามาในงานสังคมผู้สูงวัย แต่อยากก้มกราบและกอดทุกท่าน เพราะกิริยาท่าทางเช่นนี้เป็นกิริยาท่าทางที่กระทำให้เรามีความรักความผูกพันอบอุ่นซึ่งกันและกัน ไม่มีอะไรดีไปกว่าการที่เราได้แสดงความในใจออกมา ซึ่งการกอดกัน การแสดงความเคารพนับถือด้วยการกราบจริงๆคือไหว้ ซึ่งกันและกัน สังคมไทย ถ้าไม่มั่นใจก็เรียกพี่ไว้ก่อน บางทีอายุน้อยกว่าเรา ก็เรียกพี่ถือเป็นค่านิยมที่ดีสอดคล้องกับแนวคิดของกระทรวงพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ ถ้าเราเรียกพี่ จะไปชกหน้าเขาก็คงไม่กล้า เพราะมีความเกรงใจเกิดขึ้น อย่างน้อยมีความปรารถนาดีต่อกันและกันเกิดขึ้น สิ่งเหล่านี้เป็นสิ่งที่สำคัญและเป็นวัฒนธรรมเป็นค่านิยมที่ดี ที่ เราปลูกฝังกันมาตั้งแต่เด็กอีกไม่กี่วัน เราก็จะได้มีความสุขกันในครอบครัว รัฐบาลในอดีตได้กำหนดให้ ทั้งวันที่ 13 และ 14 เมษายนเป็นวันครอบครัว เป็นวันผู้สูงอายุ และถือว่าเป็นวันที่คนไทยทุกคนมีความสุข ได้พบกันสร้างความอบอุ่นภายในครอบครัวของเรา ภาษาวัยรุ่นเรียกว่าชาร์จแบตเตอรี่ เพราะต่างคนต่างมีภารกิจหน้าที่มากมาย การที่ได้มาพบกับคนที่เรารักนับถือ และอยากเจอจะเป็นการเติมพลังหลังจากนั้นก็มาร่วมกันขับเคลื่อนประเทศไทย ให้ก้าวหน้าต่อไปเรามีปัญหาเยอะแยะมากมาย แต่ถ้าไม่มีปัญหานี้ก็มีปัญหานั้นเพราะเราเป็นประเทศเป็นสังคมใหญ่ สิ่งสำคัญคือเรามีพลังมากเพียงพอ มีความสามัคคีมากพอที่จะฟันฝ่าปัญหาอุปสรรคเหล่านี้ไปด้วยกันหรือไม่ สำหรับผมคำตอบคือเราสามารถฟันฝ่าอุปสรรคเหล่านี้ไปได้แน่นอน ถ้าเราร่วมมือร่วมใจกัน" นายกรัฐมนตรีกล่าว
นายกรัฐมนตรี กล่าวว่า ที่พูดตอนนี้นอกบทขอกลับมาในบท บัดนี้ได้เวลาอันสมควร ขอเปิดงานวันผู้สูงอายุแห่งชาติและวันครอบครัวประจำปี 2569 ขอให้พวกเราทุกคนกลับไปบ้านไปก้มกราบกอด พ่อแม่ปู่ย่าตายาย ประกอบกันเองในครอบครัวให้ทั่วหน้า ขอให้ทุกคนมีความสุขสวัสดีปีใหม่ไทย
โอกาสนี้นายกรัฐมนตรี ยังได้มอบรางวัลผู้สูงอายุแห่งชาติ พุทธศักราช 2569 ให้แก่นายสุทธิชัย หยุ่น , และครอบครัวร่มเย็นด้วย