‘ยาย่า-เขมณัฏฐ์’ ต้นแบบนักธุรกิจหญิงยุคใหม่ ผู้เปลี่ยนแรงบันดาลใจให้เป็นอาณาจักรธุรกิจ
เรื่องราวความสำเร็จอันงดงามบนเส้นทางธุรกิจของผู้บริหารหญิงสาวสวยและมากความสามารถ คุณยาย่า-เขมณัฏฐ์ ชุลีเกียรติ คืออีกหนึ่งภาพสะท้อนที่ชัดเจนของต้นแบบผู้หญิงยุคใหม่ที่ไม่จำกัดความฝันของตัวเองให้อยู่แค่เพียงในโลกแห่งจินตนาการ หากแต่เธอกล้าที่จะหยิบชิ้นส่วนของความฝันมาประกอบร่างอย่างตั้งใจ ด้วยการลงมือทำให้เกิดขึ้นในโลกแห่งความเป็นจริง
เมื่อความมุ่งมั่นกลายเป็นจุดเริ่มต้นของการทำธุรกิจ
หากเอ่ยว่าความมุ่งมั่นคือหนึ่งในตัวตนที่ชัดเจนและเป็นเอกลักษณ์ประจำตัวของคุณยาย่า สิ่งหนึ่งที่การันตีความจริงในข้อนี้ได้เป็นอย่างดีก็คือ ใบปริญญาที่เธอสามารถคว้ามาได้โดยใช้เวลาในการเรียนเพียงสามปีครึ่งเท่านั้น
“ย่าจบการศึกษาระดับปริญญาตรี สาขาการเงินและการธนาคาร คณะบริหารธุรกิจ จากมหาวิทยาลัยอัสสัมชัญ และมีความเชี่ยวชาญพิเศษด้านการลงทุน ซึ่งส่วนหนึ่งเป็นเพราะเรียนมาโดยตรงทางด้านนี้ บวกกับความสนใจของตัวเองที่มีอยู่แล้วเป็นทุนเดิมด้วยค่ะ และด้วยความที่เราสนใจเรื่องการเงินและการลงทุน มันก็เลยกลายเป็นจุดเริ่มต้นของการทำธุรกิจที่เป็นธุรกิจแรกของตัวเอง ตอนนั้นยังเรียนอยู่ปี 3 แต่ก็เริ่มคิดว่า ถ้าเรียนจบแล้วเราสามารถทำธุรกิจอะไรได้บ้าง
“ตอนนั้นรู้สึกว่าสิ่งที่ใกล้ตัวที่สุดคือเสื้อผ้า เพราะเป็นคนที่ชอบแต่งตัวอยู่แล้ว เลยตัดสินใจเริ่มทำแบรนด์เสื้อผ้าออนไลน์ ด้วยเงินทุนประมาณ 20,000 บาท ซึ่งเป็นเงินเก็บของตัวเองทั้งหมด และตั้งชื่อแบรนด์ว่า Basic by Sita ช่วงนั้นก็เหมือนลองผิดลองถูก แต่โชคดีเดือนแรกที่เปิดร้านก็สามารถคืนทุนได้เลยค่ะ
“จริงๆ ถ้าถามว่าเราใช้กลยุทธ์หรือแนวคิดอะไร ธุรกิจถึงได้ประสบความสำเร็จเร็ว ก็น่าจะเป็นแนวคิดที่ค่อนข้างเรียบง่าย คือเราใช้ความ real เป็นจุดขายอย่างหนึ่ง เราเป็นคนถ่ายแบบเอง ถ่ายรูปเอง ตัดต่อเอง ใช้แค่โทรศัพท์มือถือ ทุกอย่างทำเองหมด ไม่ได้มีโปรดักชั่นใหญ่เหมือนหลายแบรนด์ในตอนนั้น อีกอย่างหนึ่งคือการนำเสนอเสื้อผ้าในสถานที่จริง เวลาไปเที่ยวต่างประเทศก็จะใส่เสื้อผ้าของแบรนด์ตัวเองแล้วถ่ายภาพในสถานที่จริง เพื่อให้ลูกค้าเห็นว่า แม้ราคาเสื้อผ้าจะเริ่มต้นแค่หลักร้อยไปจนถึงประมาณพันกว่าบาท แต่ภาพที่ออกมาทำให้คนรู้สึกว่าใส่แล้วดูดีมีสไตล์ มันเลยกลายเป็นจุดขายของแบรนด์ไปโดยธรรมชาติ นั่นคือเสื้อผ้าราคาเข้าถึงง่าย แต่ใส่แล้วถ่ายรูปออกมาสวย”
ต่อยอดจากธุรกิจเสื้อผ้าสู่ธุรกิจความงาม
เมื่อธุรกิจเสื้อผ้าที่ถือได้ว่าประสบความสำเร็จในระยะเวลาอันรวดเร็ว สามารถสร้างตัวเลขรายได้และมีฐานกลุ่มลูกค้าในระดับหนึ่งแล้ว คุณยาย่าก็ตัดสินใจก้าวไปอีกหนึ่งบทตอนใหม่ของการทำธุรกิจที่เติบโตขึ้น ด้วยการต่อยอดธุรกิจมาสู่ธุรกิจด้านความงาม
“เพราะเราทำธุรกิจเสื้อผ้าที่ลูกค้าส่วนใหญ่เป็นผู้หญิง ทำให้ได้พูดคุยและเข้าใจผู้หญิงจำนวนมาก เราเจอลูกค้าหลายหมื่นคน เลยเริ่มมองว่า ถ้าเป็นเรื่องความสวยความงาม เราจะสามารถต่อยอดอะไรได้อีกบ้าง สุดท้ายเลยเริ่มสนใจธุรกิจคลินิกความงามก่อน เพราะเป็นการดูแลจากภายนอก หลังจากนั้นก็ขยายไปสู่โรงงานผลิตอาหารเสริมและสกินแคร์ เพื่อดูแลสุขภาพจากภายในควบคู่กันไป
“ธุรกิจเสื้อผ้ากับธุรกิจความงามมีความแตกต่างกันค่อนข้างมากค่ะ ธุรกิจเสื้อผ้าจะเป็นลักษณะผลิตสินค้าแล้วขายตรงให้ลูกค้า แต่ธุรกิจความงามเป็นเรื่องของการบริการ ซึ่งต้องให้ความสำคัญกับประสบการณ์ของลูกค้าเป็นอย่างมาก เราต้องคิดว่าจะทำอย่างไรให้ลูกค้าประทับใจและอยากกลับมาใช้บริการอีก รวมถึงจุดประกายให้เกิดการบอกต่อ ตอนนี้ธุรกิจคลินิกเพิ่งเข้าสู่ปีที่ 3 แต่เติบโตค่อนข้างเร็ว เพราะลูกค้าส่วนใหญ่มาจากการบอกต่อ ทั้งในเรื่องผลลัพธ์ ทีมแพทย์ และเทคโนโลยีที่เราใช้”
จากธุรกิจแรกเริ่ม ขยับขยายสูธุ่รกิจที่สอง ก่อนจะตามมาด้วยธุรกิจที่สาม ทั้งหมดนี้เกิดขึ้นในช่วงระยะเวลาเพียง
ไม่กี่ปีเท่านั้น ซึ่งบ่งบอกได้ถึงความสามารถและทักษะอันเชี่ยวชาญในด้านธุรกิจของคุณยาย่าได้เป็นอย่างดี ปัจจุบันคุณยาย่าดำรงตำแหน่งเป็น Founder of Basic by Sita แบรนด์เสื้อผ้าออนไลน์ที่มียอดผู้ติดตามทางโซเชียลมีเดีย
กว่า 400,000 คน Founder of Dermatige Aesthetics ธุรกิจคลินิกความงามที่ปัจจุบันขยายสาขาไปแล้วร่วม 6 สาขาทั่วกรุงเทพฯ และ Founder of Life Innova International ธุรกิจโรงงานผลิตภัณฑ์เสริมอาหารและสกินแคร์ ที่ให้บริการแบบ One Stop Service ทั้ง OEM และ ODM ซึ่งได้รับการยอมรับในกลุ่มนักธุรกิจรุ่นใหม่ผู้ต้องการรังสรรค์แบรนด์ของตัวเอง ว่าสถานที่แห่งนี้ไม่ใช่เพียง ‘โรงงานผลิต’ หากแต่เป็น ‘สะพานเชื่อมแห่งโอกาสสู่การก้าวไปสู่ความสำเร็จ
เบื้องหลังความสำเร็จและการส่งต่อแรงบันดาลใจอย่างไม่สิ้นสุด
แม้วันนี้ทุกธุรกิจที่คุณยาย่าได้ลงมือทำจะยังคงเติบโตไปข้างหน้าและถูกพัฒนาอย่างต่อเนื่อง หากแต่เธอก็ยังพร้อมที่จะเปิดรับความท้าทายครั้งใหม่ในโลกธุรกิจอยู่เสมอ เพื่อสร้างโอกาสให้กับความสำเร็จที่เธอเลือกจะลงมือทำด้วยความมุ่งมั่นเหมือนดังเช่นที่เคยเป็นเสมอมา
“สำหรับย่า ยังคิดว่าตัวเองยังไปได้อีกไกลในการทำธุรกิจค่ะ เพราะธุรกิจคลินิกและโรงงาน ยังทำได้ไม่ถึง 5 ปีเลย ถือว่าเพิ่งอยู่ในช่วงเริ่มต้นเท่านั้น แม้หลายคนจะมองว่าธุรกิจของเราเติบโตเร็วเมื่อเทียบกับหลายธุรกิจ แต่สำหรับตัวเองยังไม่อยากเรียกว่าประสบความสำเร็จเต็มที่เพราะเรายังมีเป้าหมายอีกมากที่อยากไปให้ถึง
“เพราะโดยส่วนตัว ย่าเชื่อว่าเมื่อเราตัดสินใจจะทำธุรกิจแล้ว ต้องใส่ให้เต็มที่ พยายามพัฒนาอยู่ตลอด และเมื่อคิดไอเดียได้แล้วก็ต้องลงมือทำทันที แนวคิดนี้จะทำให้เราสามารถต่อยอดธุรกิจได้หลายอย่าง รวมถึงช่วยให้ไปถึงเป้าหมายได้เร็วขึ้นค่ะ
“ย่าเติบโตมาในครอบครัวฐานะปานกลางและตัวเองก็เป็นคนที่มีความฝันใหญ่ ตั้งแต่เด็กก็ชอบทำงานและมีโอกาส
ได้เห็นรุ่นพี่หรือเพื่อนๆ ที่ประสบความสำเร็จตั้งแต่อายุยังน้อยคนรอบตัวเหล่านั้นกลายเป็นแรงบันดาลใจสำคัญที่ทำให้เราตั้งใจว่า วันหนึ่งเราก็อยากจะไปถึงจุดนั้นเหมือนกัน
“หลายคนอาจมองว่าความสำเร็จเกิดจากโชค แต่สำหรับย่า ทุกอย่างมาจากความพยายามล้วนๆ ถ้าใครที่กำลังรู้สึกท้อแท้หรือรู้สึกว่ายังไปไม่ถึงเป้าหมายที่ตั้งเอาไว้สักที อยากให้รู้ว่าความสำเร็จมันไม่ได้เกิดขึ้นง่ายๆ แต่ถ้าเราไม่หยุดเรียนรู้และไม่หยุดพยายาม สักวันหนึ่งเราจะไปถึงเป้าหมายได้แน่นอนค่ะ”