บันทึกหน้า 4
ต้องบอกว่าสงครามตะวันออกกลางของคนบ้าที่อยากจารึกชื่อในประวัติศาสตร์ชาติตนเอง ที่ทำให้ปั่นป่วนไปทั่วโลก นอกจากทำให้ราคาพลังงานอย่างน้ำมันและก๊าซ รวมถึงปุ๋ยและเม็ดพลาสติกพุ่งแล้ว ล่าสุดก็มีรายงานว่า “คาเร็กซ์” ผู้ผลิตถุงยางอนามัยรายใหญ่จากมาเลเซีย ที่ผลิตถุงยางอนามัยปีละกว่า 5,000 ล้านชิ้น และเป็นผู้จัดจำหน่ายให้แก่ถุงยางอนามัยแบรนด์ใหญ่ๆ อย่าง “ดูเร็กซ์” และ “โทรจัน” รวมถึงจัดส่งถุงยางอนามัยไปยังระบบสาธารณสุขแห่งชาติ เช่น ระบบบริการสุขภาพแห่งชาติของอังกฤษ และโครงการช่วยเหลือทั่วโลกที่ดำเนินการโดยสหประชาชาติ (ยูเอ็น) นั้น จะปรับขึ้นราคาถุงยางอนามัย 20-30% หรืออาจปรับสูงขึ้นกว่านั้น หากสงครามอิหร่านยังไม่จบ …๐
เรียกว่ากระทบกระเทือนตั้งแต่การเดินทางไปจนบนท้องถนนและไปถึงห้องนอนกันเลยทีเดียว ในขณะที่พี่ไทยเองก็ต้องประชุมทบทวนงบปี 2570 วงเงิน 3,788,000 ล้านบาท ซึ่ง “อนุทิน ชาญวีรกูล” นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทยก็ได้ตอกย้ำถึงความยากลำบากในการจัดทำงบประมาณ รวมถึงเน้นย้ำการตัดรายจ่ายไม่จำเป็น แต่ ที่น่าสนใจคือ การประชุม 4 หน่วยงานหลักนัดแรกกรณีของธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) กลับส่ง “ปิติ ดิษยทัต” รองผู้ว่าการด้านเสถียรภาพการเงิน ธปท. มาประชุมแทน ทั้งที่ควรเป็น “วิทัย รัตนากร” ผู้ว่าฯ ธปท.มาเอง ก็ไม่รู้ว่าติดธุระอะไรที่สำคัญกว่าการประชุมนี้…๐
พูดเรื่องประชุมงบประมาณปี 2570 จะไม่พูดถึงเรื่องขยายเพดานหนี้เพิ่มเติมก็ไม่ได้ เพราะช่วงนี้มีกระแสร้อนแรงเสียเหลือเกิน แต่ล่าสุดก็คงต้องเก็บเข้าลิ้นชักแล้ว เพราะ “เอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ” รองนายกฯ และ รมว.การคลังยืนยันยังคงเพดานหนี้ที่ 70% เหมือนเดิมไม่ขยับไป 75% ตามข่าว แต่ประการใด …๐
เฉกเช่นเดียวกับสภาสูง โดยเฉพาะข้อเสนอกรรมาธิการเศรษฐกิจ การเงิน และการคลัง ที่มี “กัมพล สุภาแพ่ง” สว. เป็นประธาน ได้ตัดสินใจถอนรายงานข้อเสนอการปรับขึ้นภาษีมูลค่าเพิ่ม (แวต) เป็น 10% ออกจากวาระการประชุม สว.ไปแล้ว แต่ก็ยังมีควันหลงอยู่ โดยล่าสุด “คริส โปตระนันทน์” สส.บัญชีรายชื่อ พรรคเศรษฐกิจ ได้ขนพลพรรค ศก.มาแถลงจุดยืนต่อต้านการขึ้นภาษีมูลค่าเพิ่มจาก 7% เป็น 10% ซึ่งที่น่าสนใจคือ คริสแนะว่าหากต้องการรายได้เพิ่มควรเก็บภาษีจากคนต่างด้าว และเร่งปราบปรามการคอร์รัปชัน โดยเฉพาะเรื่องภาษีคนต่างด้าวนั้นเป็นประเด็นที่น่าคิดอย่างมาก เพราะที่ผ่านมาไทยดูเหมือนจะให้สถานะและโอกาสแก่คนต่างด้าวมากมาย จนไปๆ มาๆ อาจเป็นพลเมืองชั้นหนึ่งมากกว่าคนไทยด้วยกันเองเสียอีก …๐
หันมาดูเรื่องคดีความของนักร้องเรียนชื่อดังกันบ้าง เพราะล่าสุดตำรวจถึงกับตั้งโต๊ะแถลงการจับ “อัจฉริยะ เรืองรัตนพงศ์” ประธานชมรมช่วยเหลือเหยื่ออาชญากรรม พร้อมพวกรวม 6 คน ในข้อหาร่วมกันกรรโชกทรัพย์รีดเงิน 2.5 ล้านบาท ซึ่งตำรวจยืนยันว่าทำเป็นขบวนการ แบ่งหน้าที่กันชัดเจน ทั้งอินฟลูเอนเซอร์ ข่มขู่ และรับเงิน ก็ต้องติดตามกันอย่างใกล้ชิดว่าคดีของอัจฉริยะจะเป็นอย่างไรต่อไป …๐
ในขณะที่คดีของนักร้องเรียนและทนายคนดังก่อนหน้านี้นั้น “ษิทรา เบี้ยบังเกิด” หรือทนายตั้มและภรรยา ก็ถูกคุมขังอยู่ที่เรือนจำพิเศษกรุงเทพฯ ในข้อหาฉ้อโกงและฟอกเงินคดีเงิน 71 ล้านบาท ขณะที่คดีของ “ศรีสุวรรณ จรรยา” กรณีร่วมกันเรียกรับทรัพย์สินจากอดีตอธิบดีกรมการข้าวนั้น ศาลอาญาคดีทุจริตและประพฤติมิชอบกลางได้พิพากษา จำคุก “ศรีสุวรรณ จรรยา” เป็นเวลา 4 ปี โดยไม่รอลงอาญา และจำคุก “ยศวริศ ชูกล่อม” หรือ “เจ๋ง ดอกจิก” เป็นเวลา 6 ปี ซึ่งกำลังสู้คดีในชั้นศาลอุทธรณ์อยู่ …๐
ขณะที่นักร้องเรียนอื่นๆ นั้น ไม่ว่าจะ “เรืองไกร ลีกิจวัฒนะ” “สนธิญา สวัสดี” และ “ณฐพร โตประยูร” ยังอยู่เย็นเป็นสุขอยู่ แต่ในอนาคตจะเจริญรอยตามเพื่อนนักร้องหรือไม่อย่างไรนั้น ก็คงต้องติดตามเช่นกัน เพราะ อย่าลืมว่าการร้องเรียนใครก็ตามทีย่อมทำให้เกิดความเจ็บช้ำน้ำใจ และอาจเกิดความแค้นและสั่งเช็กบิลขึ้นมาได้ แต่ก็หวังว่าจะไม่ถึงขั้นคอขาดบาดตายเหมือน “เอกยุทธ อัญชันบุตร” ที่เกิดเมื่อปี 2556 ก็แล้วกัน …๐
ทิ้งท้ายด้วยกรณี “ปิยบุตร แสงกนกกุล” เลขาธิการคณะก้าวหน้า และ “วิโรจน์ ลักขณาอดิศร” อดีต สส.บัญชีรายชื่อ พรรคประชาชน ออกมาวิจารณ์เรื่องการทำงานของ สส.พรรคส้มว่าเหมือนมีคนใช้พรรคเป็นยานพาหนะ เพราะอยากได้ตำแหน่ง สส.มากกว่าการขับเคลื่อนนโยบายให้ประชาชน ซึ่งก็มีความจริงสูงถึง 80-90% ทีเดียว ดูง่ายๆ ล่าสุด 3 สส.ปชน.ออกแถลงข่าวจี้รัฐบาลเร่งดันร่างกฎหมายสถานบริการ ทั้งที่ตอนนี้เรื่องเร่งด่วนไม่น่าจะใช่เรื่องนี้ หรือแม้แต่การประชุม กมธ.ไฟป่าและฝุ่น PM 2.5 นัดแรก แทนที่จะได้น้ำได้เนื้อ ประเดิมมาก็จะแย่งเก้าอี้ประธาน กมธ.เสียแล้ว ตกลงพรรคที่ยกอ้างประชาชนนั้น แท้จริงทำเพื่อเป็นข่าว หรือทำเพื่อประชาชนทั้งประเทศ หรือประชากรส้มกันแน่…๐
ท.ศักดิ์