โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

การเมือง

รัฐบาล รับทราบผลดำเนินการแก้ปัญหามลพิษข้ามพรมแดนในแม่น้ำกก – แม่น้ำสาย เดินหน้าตรวจเข้มคุณภาพน้ำ

The Reporters

อัพเดต 17 มี.ค. เวลา 06.34 น. • เผยแพร่ 17 มี.ค. เวลา 06.34 น.

วันนี้ (17 มี.ค. 69) ที่ทำเนียบรัฐบาล นางสาวลลิดา เพริศวิวัฒนา รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี แถลงว่าคณะรัฐมนตรีรับทราบรายงานสรุปผลพิจารณาข้อเสนอแนะมาตรการส่งเสริมและคุ้มครองสิทธิมนุษยชนจากปัญหาสิ่งแวดล้อมข้ามพรมแดน กรณีปนเปื้อนมลพิษในแม่น้ำกกและแม่น้ำสายจากประเทศเมียนมา ตามที่กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมเสนอ

ปัญหาดังกล่าวมีความสำคัญเนื่องจากคณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติรายงานสถานการณ์ปนเปื้อนมลพิษในแม่น้ำกกและแม่น้ำสายมีแนวโน้มรุนแรงขึ้น โดยมีสาเหตุหลักจากเหมืองแร่ทองคำและแร่แรร์เอิร์ธบริเวณต้นน้ำในรัฐฉาน ประเทศเมียนมา ซึ่งอาจใช้สารเคมีอันตรายในกระบวนการผลิต ส่งผลให้ดินและกากแร่ปนเปื้อนโลหะหนัก เช่น สารหนู แคดเมียม และปรอท ไหลลงสู่ลำน้ำสายหลักและเข้าสู่ประเทศไทย กระทบต่อคุณภาพน้ำ สิ่งแวดล้อม และสุขภาพประชาชนในพื้นที่

จากการพิจารณาร่วมกันของหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ประกอบด้วย กระทรวงกลาโหม กระทรวงการต่างประเทศ กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ กระทรวงมหาดไทย กระทรวงสาธารณสุข สำนักงบประมาณ สำนักงานทรัพยากรน้ำแห่งชาติ คณะกรรมการทรัพยากรน้ำแห่งชาติ คณะกรรมการลุ่มน้ำโขงเหนือ สรุปผลดำเนินงานภาพรวมว่าภาครัฐเร่งดำเนินมาตรการทั้งในประเทศและระหว่างประเทศอย่างต่อเนื่อง

ด้านการติดตามคุณภาพสิ่งแวดล้อม กรมควบคุมมลพิษกำหนดแผนตรวจวัดคุณภาพน้ำและตะกอนดินในแม่น้ำกก แม่น้ำสาย และพื้นที่เกี่ยวข้องอย่างต่อเนื่อง โดยตรวจวัดโลหะหนักในน้ำเดือนละ 2 ครั้ง และเก็บตัวอย่างตะกอนดินเดือนละ 1 ครั้ง ตั้งแต่เดือนมีนาคม 2568 พร้อมเผยแพร่ข้อมูลผ่านเว็บไซต์กรมควบคุมมลพิษ และจัดทำสื่อประชาสัมพันธ์เพื่อสื่อสารความเสี่ยงแก่ประชาชนอย่างสม่ำเสมอ รวมถึงให้บริการตรวจวัดสารหนูด้วยชุดทดสอบเบื้องต้น

ด้านสาธารณสุข กระทรวงสาธารณสุขดำเนินมาตรการเฝ้าระวังและคัดกรองผลกระทบต่อสุขภาพประชาชนในพื้นที่เสี่ยงอย่างต่อเนื่อง โดยกรมควบคุมโรคจัดทำแผนตรวจสุขภาพและคัดกรองความเสี่ยง พร้อมพัฒนาระบบเฝ้าระวังเชิงรุกในพื้นที่ ขณะที่กรมอนามัยตรวจคุณภาพน้ำประปาหมู่บ้านในพื้นที่ริมแม่น้ำกกและแม่น้ำสาย พบว่าหลายพื้นที่ยังอยู่ในเกณฑ์มาตรฐาน พร้อมแจ้งผลตรวจและให้คำแนะนำวิธีใช้น้ำอย่างปลอดภัยแก่ประชาชนและองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น

ส่วนการจัดหาน้ำสะอาด การประปาส่วนภูมิภาคและหน่วยงานในพื้นที่เร่งเฝ้าระวังคุณภาพน้ำดิบและน้ำประปาอย่างใกล้ชิด รวมถึงแจกจ่ายน้ำอุปโภคบริโภคให้ประชาชนในพื้นที่เสี่ยง พร้อมวางแผนพัฒนาระบบประปาหมู่บ้านให้มีประสิทธิภาพมากขึ้นในระยะยาว สำหรับผลกระทบต่อภาคเกษตรและประมง หน่วยงานที่เกี่ยวข้องลงพื้นที่ติดตามตรวจสอบอย่างต่อเนื่อง โดยกรมการข้าว กรมประมง และกรมส่งเสริมการเกษตร ตรวจสอบคุณภาพตะกอนดิน สัตว์น้ำ และผลผลิตทางการเกษตรในพื้นที่ใช้น้ำจากแม่น้ำกกและแม่น้ำสาย ซึ่งผลตรวจสอบปัจจุบันยังไม่พบสารปนเปื้อนโลหะหนักเกินค่ามาตรฐานอาหารตามที่กระทรวงสาธารณสุขกำหนด

ด้านการฟื้นฟูและสนับสนุนงบประมาณ กรมควบคุมมลพิษเสนอขอรับการสนับสนุนงบกลาง รวมถึงตั้งงบประมาณเฉพาะสำหรับปี 2569 ถึง 2570 เพื่อดำเนินมาตรการแก้ไขปัญหาและฟื้นฟูแหล่งน้ำอย่างเป็นระบบ ขณะเดียวกัน คณะกรรมการลุ่มน้ำโขงเหนือแต่งตั้งคณะทำงานขับเคลื่อนการแก้ไขปัญหาคุณภาพน้ำข้ามพรมแดน และเห็นชอบแผนงานโครงการแก้ไขปัญหาคุณภาพน้ำรวม 14 โครงการ วงเงินงบประมาณ 188.36 ล้านบาท เพื่อเสนอเข้าสู่กระบวนการพิจารณาสนับสนุนงบประมาณต่อไป

รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี ระบุถึงความร่วมมือระหว่างประเทศว่า ประเทศไทยหารือกับเมียนมาอย่างต่อเนื่องทั้งระดับเทคนิคและระดับรัฐต่อรัฐ โดยประชุมหารือร่วมกันเกี่ยวกับปัญหาสารปนเปื้อนเกินค่ามาตรฐานในแม่น้ำกก และเห็นพ้องให้จัดตั้งคณะทำงานด้านวิชาการร่วมระหว่างสองประเทศเพื่อแลกเปลี่ยนข้อมูลตรวจสอบคุณภาพน้ำ และพิจารณาความเป็นไปได้ในการลงพื้นที่สำรวจร่วมกันบนพื้นฐานวิทยาศาสตร์ ซึ่งปัจจุบันอยู่ระหว่างจัดทำข้อเสนออย่างเป็นทางการส่งถึงเมียนมา

ช่วงท้าย นางสาวลลิดา ย้ำว่ารัฐบาลให้ความสำคัญกับการคุ้มครองสุขภาพประชาชนและสิทธิชุมชนที่รับผลกระทบจากปัญหาสิ่งแวดล้อมข้ามพรมแดน โดยเดินหน้าตรวจสอบคุณภาพสิ่งแวดล้อม ดูแลสุขภาพประชาชน จัดหาน้ำสะอาด ติดตามผลกระทบต่อภาคเกษตรและประมง ตลอดจนประสานความร่วมมือกับประเทศเพื่อนบ้าน เพื่อแก้ไขปัญหาให้เกิดผลเป็นรูปธรรมและยั่งยืน

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...