โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

อาชญากรรม

ทีมกฎหมาย ‘แอ็คมี่ วรวัฒน์’ ยื่นฟ้อง ‘อี้ แทนคุณ’ หมิ่นประมาทฯ ปมกล่าวหาโกงคริปโต 1,300 ล้าน

เดลินิวส์

อัพเดต 2 ชั่วโมงที่ผ่านมา • เผยแพร่ 10 ชั่วโมงที่ผ่านมา • เดลินิวส์
ฝ่ายกฎหมายของ 'แอ็คมี่ วรวัฒน์ นาคแนวดี' ยื่นฟ้องคดีหมิ่นประมาท 'อี้ แทนคุณ จิตต์อิสระ' กรณีถูกกล่าวหาว่า หลอกลวงประชาชนให้ลงทุน มูลค่าความเสียหายกว่า 1,300 ล้านบาท ชี้เป็นการพาดพิงที่ไม่เป็นความจริง ยันไม่ฟ้องสื่อ และขอให้ศาลเป็นผู้ชี้ขาดตัดสิน

เมื่อวันที่ 16 มี.ค. นายวรวัฒน์ นาคแนวดี ได้มอบอำนาจให้ฝ่ายกฎหมายและทนายความยื่นฟ้อง นายแทนคุณ จิตต์อิสระ ต่อศาลอาญา และศาลได้มีคำสั่งรับฟ้องเป็นคดีอาญา หมายเลขดำที่ อ.750/2569 ในข้อหาหมิ่นประมาทตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 326 และหมิ่นประมาทโดยการโฆษณา มาตรา 328 จากกรณีที่จำเลยจัดการแถลงข่าวต่อหน้าสื่อมวลชนและถ่ายทอดสดผ่านสื่อสังคมออนไลน์ โดยกล่าวหาว่านายวรวัฒน์มีพฤติการณ์หลอกลวงประชาชนให้ลงทุนในคริปโตเคอร์เรนซี มีผู้เสียหายจำนวนมาก รวมถึงอ้างว่ามีความเสียหายรวมกว่า 1,300 ล้านบาท และมีการรับประกันผลตอบแทนสูงถึง 500 เท่า พร้อมใช้ถ้อยคำในลักษณะกล่าวหาว่าเป็นมิจฉาชีพ (Scammer)

นายวรวัฒน์ระบุว่า ข้อความดังกล่าวไม่ตรงกับข้อเท็จจริงและปราศจากหลักฐานรองรับ แต่กลับถูกเผยแพร่ต่อสาธารณะอย่างกว้างขวางผ่านสื่อมวลชนและแพลตฟอร์มออนไลน์ โดยมีการนำเสนอข่าวในลักษณะเดียวกัน ไม่น้อยกว่า 100 สำนักข่าว ส่งผลกระทบต่อชื่อเสียง เกียรติยศ และความน่าเชื่อถือของตนในฐานะนักธุรกิจที่มีเครือข่ายการลงทุนทั้งในและต่างประเทศ

นอกจากนี้ ในคำฟ้องยังระบุว่า ภายหลังการเผยแพร่ข่าวดังกล่าว บัญชีสื่อสังคมออนไลน์ของนายวรวัฒน์ได้รับข้อความจำนวนมากในลักษณะโจมตี ดูหมิ่น เหยียดหยาม และคุกคาม อีกทั้งยังมีการนำข้อมูลสถานที่พักอาศัยในกรุงเทพมหานครไปเผยแพร่ในสื่อสังคมออนไลน์ ซึ่งก่อให้เกิดความกังวลด้านความปลอดภัยต่อตัวนายวรวัฒน์และครอบครัว

จากพฤติการณ์ดังกล่าว นายวรวัฒน์จึงยื่นฟ้องในข้อหา หมิ่นประมาท ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 326 และหมิ่นประมาทโดยการโฆษณา ตามมาตรา 328 เนื่องจากเป็นการกล่าวหาผ่านการแถลงข่าว การเผยแพร่ภาพ และการถ่ายทอดสดต่อสาธารณะ โดยในคำขอท้ายคำฟ้องได้ขอให้ศาลพิพากษาว่าจำเลยมีความผิดตามบทบัญญัติดังกล่าว ลงโทษจำเลยตามกฎหมาย ให้จำเลยโฆษณาคำขอขมาต่อผู้ฟ้อง และให้ชดใช้ค่าเสียหายตามที่ศาลเห็นสมควร

“ในแวดวงธุรกิจและการเงินซึ่งมีการแข่งขันสูง มักปรากฏกรณีที่มีการกล่าวหา โจมตี หรือเผยแพร่ข้อมูลที่ยังไม่ได้รับการตรวจสอบอย่างครบถ้วน ซึ่งอาจส่งผลกระทบต่อชื่อเสียงหรือผลประโยชน์ของบุคคลและองค์กรที่เกี่ยวข้อง ดังนั้นการตรวจสอบข้อเท็จจริงจากหลายแหล่งข้อมูล รวมถึงข้อมูลจากกระบวนการยุติธรรม จึงมีความสำคัญต่อการนำเสนอข่าวอย่างรอบด้านและเป็นธรรมต่อทุกฝ่าย

ทั้งนี้ สื่อมวลชนที่เชื่อใน “ความเท็จโดยสุจริต” และได้ทำการเผยแพร่ “ข้อมูลอันเป็นเท็จนั้นเข้าสู่ระบบคอมพิวเตอร์” ที่เกี่ยวข้องกับกรณีดังกล่าวโดยความ “เข้าใจผิด” จะถูกระบุให้เป็นเพียงพยานในคดีนี้เท่านั้น และ จะไม่มีการฟ้องร้องต่อสื่อมวลชนแต่อย่างใด เพราะเมื่อเรื่องเข้าสู่ชั้นศาลแล้ว สิ่งที่มีความหมายไม่ใช่ “กระแส” แต่คือ “ข้อเท็จจริง” และศาลเท่านั้นที่จะเป็นผู้ชี้ขาดตัดสิน” นายวรวัฒน์ระบุ.

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...