โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

สังคม

สศช.เปิดฉากทัศน์ดีเซลขึ้น 1 บาท GDP วูบ 0.02% หนักสุดเสี่ยงเศรษฐกิจถดถอย

ฐานเศรษฐกิจ

อัพเดต 10 ชั่วโมงที่ผ่านมา • เผยแพร่ 3 ชั่วโมงที่ผ่านมา

17 มีนาคม 2579 นายดนุชา พิชยนันท์ เลขาธิการสภาพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ (สศช.) เปิดเผยว่า สศช.ได้รายงานฉากทัศน์ (Scenario) จากผลกระทบจากเศรษฐกิจไทยที่เกิดจากราคาน้ำมันที่เพิ่มสูงขึ้นจากการสู้รบในตะวันออกกลางให้กับที่ประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) รับทราบ มีด้วยกัน 3 ฉากทัศน์ ตามความรุนแรงและความยืดเยื้อของสถานการณ์

"ปัจจุบันพบว่าราคาน้ำมันในตลาดโลกสูงขึ้นอย่างต่อเนื่องหลังจากผ่านช่วงเวลาที่เริ่มมีสถานการณ์ในวันที่ 27 ก.พ.เป็นต้นมาราคาน้ำมันดิบดูไบพุ่งขึ้นมาอยู่ที่ประมาณ 154 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล ปรับตัวเพิ่มขึ้นกว่า 125% ส่วนน้ำมันดิบสำเร็จรูปสิงคโปร์อยู่ในระดับสูงกว่า 190 ดอลลาร์มาแล้วกว่า 3 วัน ซึ่งถือว่าราคาสูงกว่าก่อนเกิดเหตุการณ์นี้ถึง 100%"

สำหรับ 3 ฉากทัศน์ ที่สศช.ประเมินผลกระทบต่อเศรษฐกิจไทย และเสนอ ครม.เพื่อกำหนดมาตรการที่ช่วยเหลือในระยะต่อไป มีดังนี้

ฉากทัศน์ที่ 1 สถานการณ์จบภายใน 1 เดือน หรือสงครามสิ้นสุดลงช่วงไม่เกินกลางเดือน หรือสิ้นเดือนเมษายน โดยหากการสู้รบยุติลงได้เร็วเนื่องจากแรงกดดันภายในของประเทศคู่ขัดแย้งเองที่เริ่มมีสัญญาณการต้องการยุติสงคราม รวมทั้งมีเรือน้ำมันเริ่มผ่านช่องแคบฮอร์มุชได้ โดยในฉากทัศน์นี้คาดว่าราคาน้ำมันดิบเฉลี่ยทั้งปีจะอยู่ที่ประมาณ 85 เหรียญต่อบาร์เรล เพิ่มขึ้นจากสมมติฐานเดิมที่ 58 – 68 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล ซึ่งจะส่งผลให้อัตราเงินเฟ้อของไทยปรับเพิ่มขึ้นประมาณ 1% จากเดิมที่คาดว่าเงินเฟ้อจะอยู่ที่ -0.3 ถึง 0.7%

ฉากทัศน์ที่ 2 สงครามยืดเยื้อประมาณ 3 เดือน ซึ่งถือว่าเป็นสถานการณ์ลากยาวออกไป และเริ่มกระทบต่อเศรษฐกิจโลกมากขึ้น คาดว่าหากเข้าสู่ฉากทัศน์นี้ราคาน้ำมันดิบเฉลี่ยทั้งปีจะพุ่งไปที่ 95-105 ดอลลาร์ต่อบาร์เรลและอัตราเงินเฟ้อไทยอาจสูงถึง 1.9% อาจทำให้หลายประเทศเข้าสู่ภาวะเศรษฐกิจถดถอย และเศรษฐกิจเข้าสู่ภาวะ Stagnation คือเกิดอัตราการว่างงานสูง และมีอัตราเงินเฟ้อพุ่งสูงขึ้นซึ่งส่งผลกระทบต่อเศรษฐกิจโลก และเศรษฐกิจไทยอย่างมาก

ฉากทัศน์ที่ 3 สงครามขยายวงกว้างกลายเป็นสงครามขนาดใหญ่ ซึ่งเป็นกรณีที่เลวร้ายที่สุดซึ่งราคาน้ำมันเฉลี่ยทั้งปีจะเกิน 120 ดอลลาร์ต่อบาร์เรลในกรณีนี้อัตราเงินเฟ้อจะพุ่งสูงเกินกว่ากรอบที่คาดการณ์ที่ 1-3% มากและการประเมินผลกระทบเศรษฐกิจทำได้ยากลำบาก ซึ่งเป็นภาวะที่แต่ละประเทศต้องพึ่งพาตัวเอง

สำหรับการประเมินผลกระทบโดยตรงต่อจีดีพีของไทยนั้นทำได้ยากเนื่องจากยังไม่เห็นผลกระทบต่อการค้าโลก และเหตุการณ์ยังไม่นิ่ง แต่สิ่งที่คำนวณได้จากผลกระทบในการขึ้นราคาน้ำมันดีเซลจะพบว่าทุกๆ 1 บาทที่ราคาน้ำมันดีเซลปรับเพิ่มขึ้น จะกระทบต่อ GDP ประมาณ 0.02% ทั้งนี้ 3 เซกเตอร์หลักที่ได้รับผลกระทบโดยตรงคือ และต้องมีมาตรการเข้าไปช่วยเหลือก่อนก็คือ ภาคเกษตรกรรม ภาคอุตสาหกรรมการผลิต และภาคการขนส่ง

นายดนุชา กล่าวว่า ในส่วนของการปรับขึ้นราคาน้ำมันดีเซลนั้นจะเน้นการปรับราคาน้ำมันดีเซลแบบเป็นขั้นเป็นตอนเพื่อลดผลกระทบจากเซกเตอร์ต่างๆ พร้อมเร่งการแก้ปัญหาให้มีให้รถขนส่งน้ำมันสามารถวิ่งได้ตลอด 24 ชั่วโมง โดยเริ่มตั้งแต่วันนี้เป็นต้นไป เพื่อให้การกระจายน้ำมันเป็นไปอย่างต่อเนื่อง

นอกจากนี้ยังมีมาตรการควบคุมราคาสินค้า ในส่วนของสินค้าควบคุม ควบคู่กับโครงการธงฟ้า การตรึงราคาปุ๋ย (ธงเขียว) ไปจนถึงเดือนพฤษภาคม และการเพิ่มทางเลือกพลังงานอย่างไบโอดีเซลและ E20 เพิ่มขึ้น ทั้งนี้ ครม.ได้มอบหมายให้แต่ละกระทรวงเร่งจัดทำรายละเอียดมาตรการช่วยเหลือแยกตามกลุ่มเป้าหมาย ทั้งเกษตรกร กลุ่มเปราะบาง และผู้ประกอบการ SME เพื่อนำมาหารืออีกครั้งในวันศุกร์นี้

สำหรับการออก พ.ร.ก.เงินกู้สำหรับกองทุนน้ำมันฯ และการลดภาษีสรรพสามิตน้ำมันดีเซล ในขณะนี้ยังไม่สามารถจะทำได้ เนื่องจากยังอยู่ในช่วงที่รัฐบาลยังมีอำนาจจำกัด เป็นรัฐบาลรักษาการ จึงมีข้อจำกัดในเรื่องนี้ ซึ่งต้องรอการปลดล็อกหลังมีรัฐบาลใหม่ที่มีอำนาจเต็มเข้ามาก่อน

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...