โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

สังคม

เสี่ยรับเหมา สุดช้ำใจ! ถูกสวมเขาหลอกเลี้ยงลูกฝาแฝดชู้ เผยรู้ความจริงเพราะติ๊กต็อกเด้ง

สยามนิวส์

เผยแพร่ 14 มี.ค. เวลา 10.09 น. • Kong
เมื่อวันที่ 14 มี.ค. 2569 ที่สำนักงานมูลนิธิรณรงค์ทวงคืนความยุติธรรมในสังคม ถนนแจ้งวัฒนะ ต.บางตลาด อ.ปากเกร็ด จ.นนทบุรี นายวินัย อายุ 59 ปี เสี่ยรับเหมาก่อสร้าง นำเอกสารหลักฐานต่างๆ

เมื่อวันที่ 14 มี.ค. 2569 ที่สำนักงานมูลนิธิรณรงค์ทวงคืนความยุติธรรมในสังคม ถนนแจ้งวัฒนะ ต.บางตลาด อ.ปากเกร็ด จ.นนทบุรี นายวินัย อายุ 59 ปี เสี่ยรับเหมาก่อสร้าง นำเอกสารหลักฐานต่างๆ เข้าร้องเรียนกับนายรณณรงค์ แก้วเพ็ชร์ ประธานมูลนิธิ เพื่อขอให้ช่วยเหลือ หลังถูกภรรยาที่อยู่กินกันมาตั้งแต่ปี 52 ไม่ได้จดทะเบียนสมรส สวมเขาแอบมีชู้กับชายหนุ่มจนมีลูกแฝดชายหญิง 2 คน แล้วมาหลอกว่าเป็นลูก เพื่อให้จดทะเบียนรับรองเป็นบุตร สุดท้ายมาทราบภายหลังว่าเด็กทั้งสองคน เป็นลูกของชายหนุ่มที่ภรรยาแอบไปลักลอบมีชู้กันตั้งแต่ปี 64

นายวินัย เล่าทั้งน้ำตาว่า เมื่อปี 52 รู้จักกับ น.ส.แก้ว อายุ 38 ปี ขณะนั้นฝ่ายหญิงทำงานอยู่ในร้านอาหารแห่งหนึ่งย่านบางบัวทอง กระทั่งเกิดเป็นความรัก และอยู่กินด้วยกัน มีลูกสาวด้วยกัน 1 คน ตอนนี้อายุ 13 ปี เป็นพยานรัก แต่ด้วยความที่ตนต้องทำงานตระเวนรับจ้างรับเหมาก่อสร้างไปจังหวัดต่างๆ กระทั่งปี 64 ภรรยาบอกว่า จะไปทำงานที่ จ.ประจวบคีรีขันธ์ เพื่อแบ่งเบาภาระให้ครอบครัว

นายวินัย เล่าอีกว่า เห็นว่าเขาอยากจะไปทำงานจึงไม่ได้ทักท้วง ซึ่งตอนนั้นลูกฝาแฝดทั้งสองคนอายุได้ 3 ขวบครึ่ง ตลอดเวลาตนจะโทรศัพท์หา แต่เขาจะไม่รับโทรศัพท์เลย อ้างว่าติดทำงาน ถ้าว่างเดี๋ยวจะโทรฯ กลับ ก็ทำให้ตนรู้สึกแปลกใจแต่ก็ไม่ได้คิดอะไร ตลอดเวลาที่ภรรยาเอาลูกแฝดชายหญิงไปเลี้ยงดูและทำงานอยู่ที่ จ.ประจวบคีรีขันธ์ ตนจะโทรศัพท์หาตลอด แต่ก็มักจะติดต่อภรรยาได้ยาก จะอ้างแต่ว่าทำงานอยู่ไม่ว่างรับสาย ก็ไม่ได้เอะใจอะไร กระทั่งวันหนึ่ง มีติ๊กต็อกเด้งเข้ามาที่มือถือตน เป็นรูปผู้ชายถ่ายคู่กับลูกฝาแฝดชายหญิงตน ตอนนั้นความรู้สึกช็อก-ชาไปชั่วขณะ น้ำตาซึม จึงโทรฯ ไปถามภรรยาว่า รูปนี้คืออะไร ชายในรูปเป็นใคร ซึ่งภรรยาตนเองก็ยอมรับว่า เป็นสามีใหม่ และลูกแฝดชายหญิงทั้งสองคนที่ตนเลี้ยงมา 3 ปีครึ่ง ก็เป็นลูกของสามีใหม่ อายุ 40 ปี

นายวินัย เล่าว่า ความรู้สึกตอนนั้น อยากจะไปฆาตกรรม ภรรยา สามีใหม่ แล้วก็ลูกแฝดชายหญิง ให้หมด ให้รู้แล้วรู้รอดไป แต่เมื่อมองและนึกถึงลูกสาววัย 13 ปี ที่เกิดจากภรรยาคนนี้ ทำให้ยับยั้งชั่งใจ เพราะสงสารลูกสาวที่นอนอยู่ข้างๆ ตนทุกคืน และอยากถามว่า ตลอดเวลาตนดีกับเขา ให้เงินเขาใช้ทุกเดือน เลี้ยงดูลูกของชู้มานานถึง 3 ปีครึ่ง ทั้งๆ ที่คิดว่าเป็นลูกของตัวเอง เขาสองคนเคยโทรฯ มาหรือขอโทษตนสักคำไหม แถมยังบล็อกมือถือโทรศัพท์ ปิดช่องทางการติดต่อกับตนเอง ตนเองมาทราบจากคนใกล้ชิดภรรยาว่า เขาสองคนไปจดทะเบียนสมรสกันแล้ว

ฝากไปบอกอดีตภรรยาด้วยว่า ให้กลับมาทำเรื่องเซ็นเอกสารต่างๆ เพื่อเปลี่ยนนามสกุลของลูกแฝดชายหญิงคู่นี้ ซึ่งปัจจุบันเป็นนามสกุลของผม ไปเป็นนามสกุลของสามีคนใหม่เขาเถอะ เรื่องต่างๆ ที่เกิดขึ้นถือว่าเป็นเคราะห์กรรมที่ผมชดใช้ให้กับเขาในชาตินี้ และขอให้เป็นชาติสุดท้ายอย่าได้เจอะเจอกันอีกเลย ไม่ว่าชาตินี้หรือชาติไหนๆ

ด้านนายรณณรงค์ ประธานมูลนิธิ กล่าวว่า กรณีนี้ทั้งสองคนไม่ได้จดทะเบียนสมรสกัน ตามกฎหมายไม่มีสิทธิดำเนินการใดๆ ทั้งสิ้น ฝ่ายหญิงจะไปมีใหม่ก็เป็นสิทธิของฝ่ายหญิง ที่พึงกระทำได้ แต่ในเรื่องของคดีความ เสี่ยรับเหมาก่อสร้างรายนี้ อาจแจ้งดำเนินคดีในข้อหาแจ้งความเท็จ รวมทั้งข้อหาหลอกลวงที่มาบอกว่า บุตรแฝดทั้งสองคนเป็นลูกของเขา ทั้งๆ ที่รู้อยู่แล้วว่ามันไม่ใช่ เรื่องนี้สามารถดำเนินคดีได้ในด้านอาญา แต่อยากให้ทั้งสองฝ่ายได้มีโอกาสพูดคุยเจรจาตกลงหาทางออกร่วมกันจะเป็นการดีที่สุด

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...