โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ธุรกิจ-เศรษฐกิจ

‘ปลาป่น’ วัตถุดิบอาหารกุ้งยั่งยืน Green Feed ตอบโจทย์ยักษ์รีเทลรักษ์โลก

ประชาชาติธุรกิจ

อัพเดต 14 มี.ค. เวลา 07.04 น. • เผยแพร่ 14 มี.ค. เวลา 07.04 น.

ในเวทีสัมมนาวัตถุดิบสู่อนาคตสีเขียวของอาหารสัตว์ไทย ซึ่งจัดขึ้นภายในงาน Victam Asia 2026 เมื่อวันที่ 10-12 มี.ค.ที่ผ่านมา

นายคมปราชญ์ บุตรศรี ผู้ประสานงานโครงการ Fishery Improvement Project (FIP) หรือ FIP Coordinator) และหนึ่งในคณะทำงาน Thai Sustainable Fisheries Roundtable (TSFR) กล่าวในเวทีสัมมนาวัตถุดิบสู่อนาคตสีเขียวของอาหารสัตว์ไทยว่า หลังจากผู้ซื้อซึ่งเป็นกลุ่มรีเทลเลอร์ยักษ์ใหญ่จากทั้งฝั่งอเมริกา และยุโรป ให้ความสำคัญกับการตรวจสอบห่วงโซ่อุปทานของผู้ผลิตตั้งแต่ต้นน้ำหน่วยผลิตไปจนถึงวัตถุดิบต้นทางจากการประมง

โดยจะต้องแน่ใจว่าสินค้าที่จัดหามาปราศจากประเด็นทางด้านสิ่งแวดล้อมและสังคมจึงจะตัดสินใจซื้อ ทำให้ เรื่องนี้ได้กลายปัจจัยสำคัญหนุนให้เอกชนปรับตัวทั้งห่วงโซ่อุปทานการผลิตอาหารสัตว์น้ำ

ผู้บริโภคถึง 91% กังวลกับสภาพสิ่งแวดล้อมในทะเลทั่วโลก

โดยผลการสำรวจพบแนวโน้ม “พฤติกรรมผู้บริโภคในตลาดโลก” เปลี่ยนแปลงไป กล่าวคือ พฤติกรรมผู้บริโภคอาหารทะเลจาก 27,000 ตัวอย่าง ใน 23 ประเทศทั่วโลก พบว่า ผู้บริโภคมีความกังวลอย่างมากต่อประเด็นด้านสิ่งแวดล้อมและที่มาของอาหารทะเล

การสำรวจผู้บริโภคถึง 91% กังวลกับสภาพสิ่งแวดล้อมในทะเลทั่วโลก โดยเฉพาะการปล่อยสารพิษและการทำประมงที่เกินขนาด (Overfishing) ขณะที่ 43% ของผู้บริโภคเชื่อว่าอาหารทะเลที่พวกเขาชื่นชอบอาจจะหายไปในอีก 20 ปีข้างหน้า หากไม่มีการจัดการที่เหมาะสม และต่อหัวข้อผลกระทบต่อการตัดสินใจซื้อ ก็พบว่า 64% ของผู้บริโภครู้สึกว่าการเลือกกินอาหารทะเลมีผลต่อความอุดมสมบูรณ์ของท้องทะเล และ 67% ต้องการเห็นการดำเนินการที่เป็นรูปธรรมเพื่อปกป้องท้องทะเล

8 พันธมิตรผนึกกำลังตอบโจทย์โลก

ด้วยแรงผลักดันของผู้ซื้อทำให้เอกชนไทยต้องปรับตัว โดยพันธมิตรเอกชน 8 ราย ซึ่งประกอบด้วยสมาคมกุ้งไทย สมาคมการประมงนอกน่านน้ำไทย สมาคมการประมงแห่งประเทศไทย สมาคมอุตสาหกรรมทูน่าไทย สมาคมผู้ผลิตปลาป่นไทย สมาคมอาหารแช่เยือกแข็งไทย สมาคมผู้ผลิตอาหารสัตว์ไทย และสมาคมผู้ผลิตอาหารสำเร็จรูป ได้ริเริมดำเนินโครงการพัฒนาความยั่งยืนของผลิตผลประมงไทย โดยได้มีการจัดตั้งคณะทำงาน TSFR ดำเนินการผ่านกระบวนการ FIP ตามแนวทางมาตรฐานสากล “Marin Trust” เมื่อปี 2013 จนถึงปัจจุบันนับเป็นเวลา 13 ปีแล้ว

ซึ่งการดำเนินงานโครงการฯเป็นการตอบโจทย์อุตสาหกรรมประมงและอาหารทะเลทั่วโลกที่กำลังเผชิญกับความท้าทายครั้งสำคัญ ภายหลังจากการสร้างความยั่งยืน (Sustainability) ได้กลายเป็นเกณฑ์มาตรฐานสำคัญที่มีผลต่อการตัดสินใจซื้อของผู้บริโภคระดับสากล จนอาจเรียกได้ว่า FIP เป็นกลไกสำคัญในการยกระดับวัตถุดิบปลาป่นของไทยที่ใช้วัตถุดิบจากการประมง ให้สอดคล้องกับมาตรฐานสากลอย่าง Marin Trust และยังเป็นหนึ่งในการดำเนินการสู่ความยั่งยืนของอุตสาหกรรมอาหารสัตว์ (Green Feed) ของไทย

ปฐมบทมาตรฐานความยั่งยืนสากลของปลาป่น : Marin Trust

ในอุตสาหกรรมอาหารสัตว์ *“ปลาป่น”* นับได้ว่าเป็นวัตถุดิบสำคัญในอุตสาหกรรมอาหารสัตว์น้ำ ซึ่งแต่เดิมยังขาดมาตรฐานการรับรองที่ครอบคลุมในลักษณะเดียวกับมาตรฐานการทำประมงอย่างยั่งยืน เช่น MSC หรือ ASC สำหรับฟาร์มมาตรฐาน “Marin Trust” จึงถูกนำมาใช้เพื่อรับรองว่าปลาป่นผลิตจากกระบวนการที่ได้รับการรับรองตามมาตรฐานและวัตถุดิบมาจากแหล่งที่มีความรับผิดชอบ

โดยการรับรอง“Marin Trust” จะครอบคลุม 3 ด้านหลัก คือ

1. ระบบการทวนสอบย้อนกลับ (Traceability): ตรวจสอบตั้งแต่ระบบภายในโรงงานไปจนถึงแหล่งที่มาของวัตถุดิบปลาว่ามาจากแหล่งประมง เรือลำใด พื้นที่ใด

2. มาตรฐานโรงงาน (Factory Standard): โรงงานต้องมีมาตรฐานการผลิตที่เป็นสากลตามเกณฑ์ของ Marin Trust

3. ความยั่งยืนของวัตถุดิบ (Raw Material Sustainability): โรงงานจะต้องผ่านการประเมินโดยพิสูจน์ได้ว่าวัตถุดิบที่นำมาใช้ในการผลิตมาจากแหล่งประมงที่มีความยั่งยืนและรับผิดชอบ ซึ่งจะเกี่ยวข้องกับโครงการ FIP ที่ TSFR ดำเนินงาน

ความคืบหน้าและการวิจัยเพื่อสนับสนุนความยั่งยืน

คณะทำงาน TSFR ได้ดำเนินงานตามแผนปฏิบัติการ (FAP) อย่างต่อเนื่อง โดยกิจกรรมตามแผนประกอบด้วยงานวิจัย ข้อมูลการประมง และการจัดประชุมเชิงวิชาการ ซึ่งการดำเนินงานตามแผนฯได้รับการสนับสนุนงบประมาณวิจัยจากหน่วยงาน สวก.และภาคธุรกิจ โดยผลจากการดำเนินงานตามแผนเพื่อสร้างฐานข้อมูลทางวิทยาศาสตร์ (Scientific Base) ในการสนับสนุนนโยบายการประมง

ตัวอย่างงานวิจัยที่สำคัญ ได้แก่ การศึกษาประมงแบบหลายสายพันธุ์ (Multispecies Fisheries) การศึกษาผลกระทบของการประมงแบบหลากหลายสายพันธุ์ต่อสัตว์น้ำและระบบนิเวศในอ่าวไทย ซึ่งถือเป็นโครงการ FIP แบบหลากหลายสายพันธุ์ (Multi-species Fishery) รายแรกของโลก

ส่องความสำเร็จและผลเชิงเศรษฐกิจ

ความสำเร็จของโครงการโครงการ FIP ของไทยในปัจจุบันเป็นที่ปรากฏ เพราะเราได้รับการรับรองอย่างเป็นทางการจาก Marin Trust และปรากฏข้อมูลบนเว็บไซต์สากลเรียบร้อยแล้ว

ขณะเดียวกันความสำเร็จที่สำคัญอีกด้านหนึ่ง คือ การมีส่วนร่วมของผู้ประกอบการในห่วงโซ่อุปทาน ซึ่งขณะนี้มีโรงงานปลาป่นกว่า 45 แห่งที่เข้าร่วมแสดงเจตนารมณ์สนับสนุนโครงการ และปัจจุบันมีโรงงานที่ประสบความสำเร็จ ได้รับการรับรองมาตรฐาน Marin Trust อย่างสมบูรณ์ แล้ว 3 โรงงาน

ส่วนเรื่องความคุ้มค่าทางเศรษฐกิจ โรงงานปลาป่นที่ได้รับการรับรองสามารถผลิตปลาป่นที่มีความยั่งยืนเข้าสู่อุตสาหกรรมซึ่งสามารถเพิ่มศักยภาพในการแข่งขันและลดการกีดกันทางการค้าและยกระดับอุตสาหกรรมอาหารทะเลไทยในฐานะผู้ผลิตอาหารได้รับการยอมรับในระดับสากล โดยทาง TSFR ได้ร่วมเสนอความคืบหน้าของโครงการในเวทีระดับโลก ผ่านงานสัมมนาทางวิชาการ และงานแสดงอาหารระดับโลก

แต่ที่สำคัญไปกว่านั้น คือ โครงการนี้ คือจุดเริ่มต้นในการขับเคลื่อนความยั่งยืนในอุตสาหกรรมประมงไทย เพราะการแก้ไขปัญหาที่มีความซับซ้อนไม่สามารถทำได้โดยองค์กรใดองค์กรหนึ่ง แต่ต้องอาศัยความร่วมมืออย่างใกล้ชิดไม่ว่าจะเป็นกลุ่มภาคธุรกิจ หน่วยงานรัฐ สถาบันวิจัย และผู้มีส่วนได้ส่วนเสียตลอดห่วงโซ่อุปทาน

*ดังนั้น ความสำเร็จในการปิดช่องว่างด้านการจัดการประมงและการได้รับรองมาตรฐาน Marin Trust ไม่เพียงแต่ช่วยรักษาฐานทรัพยากรทางทะเลให้ยั่งยืนตามความต้องการของผู้บริโภค แต่ยังเป็นการสร้างขีดความสามารถในการแข่งขันและความมั่นคงให้กับห่วงโซ่อุปทานอาหารทะเลของไทยในเวทีโลกอย่างยั่งยืนด้วย*

อ่านข่าวต้นฉบับได้ที่ : ‘ปลาป่น’ วัตถุดิบอาหารกุ้งยั่งยืน Green Feed ตอบโจทย์ยักษ์รีเทลรักษ์โลก

ติดตามข่าวล่าสุดได้ทุกวัน ที่นี่
– Website : https://www.prachachat.net

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...