โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ทหารสหรัฐฯ กว่า 50,000 นาย เข้าร่วมปฏิบัติการโจมตีอิหร่าน

Xinhua

อัพเดต 16 ชั่วโมงที่ผ่านมา • เผยแพร่ 23 ชั่วโมงที่ผ่านมา • XinhuaThai

× กรุณาติดต่อทีมงานเพื่อดาวน์โหลดคลิป

(แฟ้มภาพซินหัว : อาคารพังเสียหายในกรุงเตหะรานของอิหร่าน วันที่ 12 มี.ค. 2026)

วอชิงตัน, 14 มี.ค. (ซินหัว) — เมื่อวันศุกร์ (13 มี.ค.) คิงส์ลีย์ วิลสัน โฆษกกระทรวงกลาโหมสหรัฐฯ หรือเพนตากอน เปิดเผยว่ามีทหารสหรัฐฯ เข้าร่วมปฏิบัติการโจมตีทางทหารต่ออิหร่านกว่า 50,000 นาย และสามารถควบคุมพื้นที่ปฏิบัติการทางอากาศและทางทะเล พร้อมโจมตีเป้าหมายในอิหร่านหลายพันจุด ซึ่งสะท้อนถึงความได้เปรียบด้านปฏิบัติการทางทหารของสหรัฐฯ

เมื่อวันพฤหัสบดี (12 มี.ค.) กองบัญชาการกลางสหรัฐฯ รายงานว่ามีการโจมตีเป้าหมายแล้วราว 6,000 จุด ส่งผลให้เรือมากกว่า 60 ลำ และเรือวางทุ่นระเบิดอีก 30 ลำ ได้รับความเสียหายหรือถูกทำลาย

อาวุธยุทโธปกรณ์หลายประเภทถูกนำมาใช้ในปฏิบัติการครั้งนี้ อาทิ เครื่องบินทิ้งระเบิด เครื่องบินขับไล่ เครื่องบินสงครามอิเล็กทรอนิกส์และลาดตระเวน ระบบอากาศยานไร้คนขับ ระบบป้องกันขีปนาวุธ ปืนใหญ่ เรือรบ อุปกรณ์ต่อต้านโดรน เครื่องบินเติมเชื้อเพลิงกลางอากาศ และเครื่องบินลำเลียง

ขณะเดียวกัน มีรายงานว่าเพนตากอนกำลังส่งเรือโจมตีสะเทินน้ำสะเทินบกยูเอสเอสตริโปลี (USS Tripoli) พร้อมกำลังนาวิกโยธินราว 2,500 นาย มุ่งหน้าไปยังตะวันออกกลาง

ด้านกองบัญชาการกลางสหรัฐฯ ยืนยันเมื่อวันศุกร์ (13 มี.ค.) ว่าลูกเรือทั้ง 6 นายบนเครื่องบินเติมเชื้อเพลิงกลางอากาศเคซี-135 (KC-135) ของสหรัฐฯ ซึ่งตกในพื้นที่ตะวันตกของอิรักเมื่อวันพฤหัสบดี (12 มี.ค.) เสียชีวิตทั้งหมด ทำให้ยอดทหารสหรัฐฯ ที่เสียชีวิตนับตั้งแต่สหรัฐฯ และอิสราเอลเปิดปฏิบัติการโจมตีอิหร่านร่วมกันเมื่อวันที่ 28 ก.พ. เพิ่มเป็นอย่างน้อย 13 นาย

อนึ่ง เมื่อวันอังคาร (10 มี.ค.) อามีร์ ซาอิด อิราวานี ผู้แทนถาวรของอิหร่านประจำสหประชาชาติ (UN) กล่าวว่ามีพลเรือนเสียชีวิตมากกว่า 1,300 ราย และสถานที่ของพลเรือนพังเสียหาย 9,669 แห่ง เนื่องมาจากเหตุโจมตี

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...