โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ปชน.เดินแผนรุก ใน-นอกสภา แก้กับดัก 'หยุดปฏิบัติหน้าที่' คดี 44 สส.

ประชาชาติธุรกิจ

อัพเดต 22 เม.ย. เวลา 02.02 น. • เผยแพร่ 22 เม.ย. เวลา 02.02 น.

คอลัมน์ : Politics policy people forum

จากยุบพรรคอนาคตใหม่ ยุบพรรคก้าวไกล

24 เมษายนนี้ถึงคิวที่พรรคประชาชนต้องระทึก แม้ไม่หนักหน่วงถึงขั้นยุบพรรค แต่ก็ทำให้พรรคสีส้มอาจจะต้องขยับเขย่าโครงสร้างภายใน

จากพิษบาดแผลการเสนอแก้ไขประมวลกฎหมายอาญามาตรา 112 ในยุคพรรคก้าวไกล อันส่งผลเป็นลูกโซ่มายัง 10 สส.ปัจจุบันของพรรคประชาชน ซึ่งถือเป็นขุนพลคนสำคัญ

ประกอบด้วย1.นายณัฐพงษ์เรืองปัญญาวุฒิ หัวหน้าพรรค ว่าที่ผู้นำฝ่ายค้าน 2.ศิริกัญญา ตันสกุล รองหัวหน้าพรรค 3.รังสิมันต์ โรม 4.วาโย อัศวรุ่งเรือง 5.ปกรณ์วุฒิ อุดมพิพัฒน์สกุล 6.ณัฐวุฒิ บัวประทุม 7.สุรเชษฐ์ ประวีณวงศ์วุฒิ 8.ณัฐชา บุญไชยอินสวัสดิ์ และ สส.แบบแบ่งเขตจำนวน 2 คน ธีรัจชัยพันธุมาศ และเท่าพิภพ ลิ้มจิตรกร สส.กทม.

และ 24 เมษายนนี้ ศาลฎีกาแผนกคดีอาญาของผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง นัดประชุมองค์คณะของศาลฎีกาเพื่อพิจารณาว่าจะรับคำร้องคดีที่คณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) ยื่นเอาผิด 44 สส.หรือไม่

ตามขั้นตอนเมื่อศาลฎีกาประทับรับฟ้อง จะต้องมีคำสั่งให้ สส.10 คนของพรรคประชาชน“หยุดปฏิบัติหน้าที่” ทันที ตามพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยการป้องกันและปราบปรามการทุจริต 2561 มาตรา 81 แต่มีห้อยท้ายไว้ว่า “เว้นแต่จะมีคําสั่งเป็นอย่างอื่น”

ปชน.ยังมีหวัง

ดังนั้นพรรคประชาชนจึงแอบมีลุ้นว่าอาจจะยังไม่ถูกสั่งให้หยุดปฏิบัติหน้าที่ “ปกรณ์วุฒิ อุดมพิพัฒน์สกุล” สส.บัญชีรายชื่อ รองหัวหน้าพรรคประชาชน 1 ใน 10 สส.ที่รอฟังคำสั่งศาลฎีกา บอกว่า “จริง ๆ ยังมีโอกาสเป็นไปได้หลายทาง ศาลอาจจะยังไม่ได้สั่งหยุดปฏิบัติหน้าที่ก็ได้ เช่น ศาลอาจให้ ป.ป.ช.ไปแก้ไขสำนวน ไม่ได้ฟันธงว่าศาลจะสั่งให้หยุดปฏิบัติหน้าที่”

หนึ่งในแผนการต่อสู้ของพรรคประชาชน คือ จะขอให้ ป.ป.ช.ย้อนกลับกระบวนการพิจารณา เนื่องจากกระบวนการพิจารณาของ ป.ป.ช.ไม่ชอบตั้งแต่ต้น และผิดระเบียบของ ป.ป.ช.เอง พร้อมกับชี้ให้ศาลเห็นว่าการจะสั่งให้หยุดปฏิบัติหน้าที่ ผู้คัดค้านทั้ง 10 คนที่เป็น สส.ปัจจุบันของพรรคประชาชน ไม่ได้มีการกระทำแก้ไขประมวลกฎหมายอาญามาตรา 112 แล้ว อีกทั้งพรรคประชาชนก็ไม่มีนโยบายดังกล่าวในการหาเสียง ดังนั้นไม่มีประโยชน์หากจะสั่งให้ สส. 10 คนหยุดปฏิบัติหน้าที่

เปลี่ยนหัวหน้า-รุกนอกสภา

อย่างไรก็ตามพรรคประชาชนก็เตรียมแผนรับมือกรณีเลวร้ายที่สุด หากศาลฎีกาสั่งให้มีการหยุดปฏิบัติหน้าที่ ในการประชุมสามัญใหญ่ประจำปีของพรรคประชาชน 26 เมษายน นี้ จะต้องมีการปรับเปลี่ยนตำแหน่งสำคัญในพรรค

โดยดัน “วีระยุทธ กาญจน์ชูฉัตร” รองหัวหน้าพรรค จะขึ้นเป็นหัวหน้าพรรคประชาชนคนใหม่ แทน “ณัฐพงษ์ เรืองปัญญาวุฒิ” หัวหน้าพรรคคนปัจจุบัน ที่จะถอยลงไปนั่งตำแหน่งเลขาธิการพรรค แทน “ศรายุทธ์ ใจหลัก” เลขาธิการพรรค ที่ประกาศลาออก หลังพ่ายแพ้การเลือกตั้ง

“วาโย อัศวรุ่งเรือง” ในฐานะหัวหน้าทีมกฎหมาย และอีกหมวกหนึ่งคือ รองหัวหน้าพรรคประชาชน ที่เป็น 1 ใน 44 สส.ที่ถูกยื่นฟ้อง กล่าวถึงการปรับโครงสร้างพรรคหากถึงที่สุดจะต้องหยุดปฏิบัติหน้าที่ว่า

“ใน 10 คนว่ากันตามตรงคนที่สำคัญสุดคือณัฐพงษ์ เพราะมีอีกหัวโขนหนึ่งคือผู้นำฝ่ายค้าน ซึ่งระบบรัฐสภาจะขาดผู้นำฝ่ายค้านไปไม่ได้ ถ้าออกมาเป็นผลร้ายต้องหยุดปฏิบัติหน้าที่ จะต้องมีการจัดประชุมใหญ่สามัญพรรคเพื่อปรับเปลี่ยนองค์กร

เป็นการผลักภาระมาฝั่งพรรคประชาชน แต่ส่วนตัวเห็นว่ากระบวนการแบบนี้ไม่ถูก เพราะศาลต้องคาดหมายอยู่แล้วว่าการสั่งหยุดปฏิบัติหน้าที่ศาลสั่งใคร คือ สั่งผู้นำฝ่ายค้าน จะเป็นประโยชน์หรือโทษท่านก็ต้องไปพิจารณา”

ส่วนอีก 9 คนที่เหลือ เราเคยทำบรรทัดฐานไว้แล้วตอนยุบพรรคก้าวไกล จะไม่มีการพิพากษาตัวเองก่อนศาล และรู้อยู่แล้วว่าเป็นกระบวนการที่ผู้มีอำนาจอยากให้เราลาออก ในเมื่อเรารู้อยู่แล้วก็ไม่อยากที่จะทำตามฝ่ายผู้มีอำนาจ และเราไม่ได้ชนะการเลือกตั้ง เราเป็นฝ่ายค้าน ดังนั้นจึงไม่สำคัญขนาดที่จะต้องลาออก และที่สำคัญคือการถูกสั่งหยุดปฏิบัติหน้าที่ไม่ได้ทำให้ความเป็น สส.หมดไป เพียงแต่หยุดปฏิบัติหน้าที่ในห้องประชุมสุริยนต์ไม่ได้แค่นั้น

“พรรคก็จะประเมินว่า การให้ สส.10 คนนี้ทำหน้าที่อยู่ข้างนอกสภา โดยที่ยังมีหัวโขนความเป็น สส.อยู่หรือไม่ ก็จะเป็นเรื่องหลังจากนี้”

ด้าน “ปกรณ์วุฒิ” เสริมแนวคิดนี้ว่า แน่นอน สส.ทั้ง 10 คนจะไม่ลาออกจากตำแหน่ง สส. ส่วนการรุกนอกสภาหรือไม่เราก็ทำงานกับพรรคเหมือนเดิม ทุกคนยังมีตำแหน่งแห่งที่ นอกจากไม่ได้ลาออกจาก สส.เรายังทำงานสนับสนุนพรรคเหมือนเดิม

ทำงานในสภาให้เป็นที่ยอมรับ

ขณะที่อีกขาในสภา แม้พรรคประชาชนอาจขาด “ขุนพล” สำคัญในการอภิปราย-ทำหน้าที่ฝ่ายค้าน หากศาลฎีกาสั่งหยุดปฏิบัติหน้าที่

“พริษฐ์ วัชรสินธุ” โฆษกพรรคประชาชน ที่ถูกวางตัวเป็น “ประธานวิปฝ่ายค้าน” กล่าวถึง “บทบาท” ของพรรคประชาชนในสภาว่า “ผลงานของพรรคประชาชน 3-4 ปีต่อจากนี้จะเป็นบทพิสูจน์
ให้กับพรรคประชาชนว่า ควรจะได้รับความไว้วางใจจากประชาชนหรือเปล่า”

พริษฐ์มองเป้าหมายมี 2 อย่างที่ต้องทำคู่ขนาน ในมุมหนึ่งต้องทำให้ฝ่ายค้านในองค์รวมร่วมกันตรวจสอบรัฐบาลแม้มีความเห็นต่างกันบ้าง อีกส่วนหนึ่งในฐานะพรรคประชาชนต้องพยายามพิสูจน์ฝีมือการทำหน้าที่ฝ่ายค้านด้วย

อีกมุมหนึ่งคือ นอกจากมิติการตรวจสอบรัฐบาล เวลาที่มีวิกฤตเกิดขึ้น เช่น วิกฤตพลังงานที่กระทบต่อความเป็นอยู่ของประชาชน คือการผลักดันนิติบัญญัติ กฎหมาย

เราตั้งหลักได้เร็วในการยื่นชุดกฎหมายที่เห็นว่ามีความสำคัญเข้าสู่สภาไว้เป็นลำดับแรก ๆ เป็นการจองคิวแรก ๆ ที่จะพิจารณา และสามารถหารือร่วมกับรัฐบาลเพิ่มวันประชุมสภา จาก 2 วันเป็น 3 วัน แม้อยากได้มากกว่านี้ ได้เป็น 1-2 ครั้งต่อสัปดาห์ก็ทำให้เวลาที่พิจารณากฎหมายของ สส.มีมากขึ้น

พยายามเรียกร้องจากรัฐบาลคือ วันที่ 12 พฤษภาคม 2569 ซึ่งเป็นวันครบ 60 วันตามรัฐธรรมนูญ โดยคณะรัฐมนตรี (ครม.) จะต้องยืนยันกฎหมายที่ค้างอยู่ในสภา ถ้า ครม.ไม่มีมติยืนยันกฎหมายที่พิจารณาค้างไว้จะตกหมดมีความสำคัญต่อประเทศ

เช่น พ.ร.บ.อากาศสะอาด กฎหมายเคลื่อนย้ายมลพิษของโรงงานอุตสาหกรรม กฎหมายอำนวยความสะดวกในการขอใบอนุญาต กฎหมายแข่งขันทางการค้า

หากศาลฎีกาฯ สั่ง สส.10 คนหยุดปฏิบัติ หน้าที่ทำให้พรรคประชาชนอาจขาด 10 ขุนพลฝีปากเอกอภิปรายในสภา แต่ก็เตรียมแผนรุกทั้งใน-นอกสภาไว้แล้ว

อ่านข่าวต้นฉบับได้ที่ : ปชน.เดินแผนรุก ใน-นอกสภา แก้กับดัก ‘หยุดปฏิบัติหน้าที่’ คดี 44 สส.

ติดตามข่าวล่าสุดได้ทุกวัน ที่นี่
– Website : https://www.prachachat.net

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...